อนังคณสูตร (มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ สูตรที่ ๕)

พระสารีบุตร แสดงธรรมแก่ภิกษุ มี พระมหาโมคคัลลานะ เป็นผู้ถาม-สนทนาด้วย ที่พระเชตวัน เมืองสาวัตถี ว่าด้วย อังคณะ (กิเลสคือมลทินในใจ) และความสำคัญของการ รู้ตัวว่ามีกิเลส

บุคคล 4 จำพวก (แกนของสูตร)

แบ่งคนตาม 2 แกน: มี/ไม่มีอังคณกิเลส × รู้/ไม่รู้ตามจริง

  1. มีกิเลส + ไม่รู้ → “บุรุษเลวทราม” (เพราะไม่ขวนขวายละ ตายทั้งที่จิตเศร้าหมอง)
  2. มีกิเลส + รู้ → “บุรุษประเสริฐ” (เพราะจะเพียรละ ตายโดยจิตไม่เศร้าหมอง)
  3. ไม่มีกิเลส + ไม่รู้ → “บุรุษเลวทราม” (เพราะจะมนสิการสุภนิมิต ราคะครอบงำ)
  4. ไม่มีกิเลส + รู้ → “บุรุษประเสริฐ” (เพราะไม่มนสิการสุภนิมิต ราคะครอบไม่ได้)

บทเรียน: ตัวชี้ขาดคือ “การรู้ตัว” ไม่ใช่แค่มี/ไม่มีกิเลส — คนมีกิเลสแต่รู้ตัว ดีกว่าคนไม่มีกิเลสแต่ประมาท

อุปมาถาดทองสัมฤทธิ์

ถาดที่มีสนิม-เจ้าของรู้และขัด → สะอาด / ถาดสะอาด-เจ้าของประมาทเก็บในที่ฝุ่น → หมองเอง สะท้อนบุคคล 4 จำพวก

อังคณะคืออะไร: อิจฉาวจร (ความปรารถนาที่เป็นบาป)

พระสารีบุตรนิยาม “อังคณะ = อิจฉาวจรที่เป็นบาปอกุศล” แล้วยกตัวอย่างความปรารถนาของภิกษุที่พอไม่สมหวังก็ “โกรธและไม่แช่มชื่น” เช่น อยากให้คนไม่รู้ว่าตนต้องอาบัติ อยากได้อาสนะ/บิณฑบาต/เสนาสนะ/ยาที่เลิศกว่าผู้อื่น อยากให้ตนเด่นได้แสดงธรรม ฯลฯ — ความโกรธ+ไม่แช่มชื่นทั้งคู่นี้แหละคืออังคณะ

อยู่ป่าไม่ช่วย ถ้ายังไม่ละอิจฉาวจร

ภิกษุที่ยังไม่ละ แม้ถือธุดงค์อยู่ป่าเคร่งครัด เพื่อนพรหมจรรย์ก็ไม่เคารพ (อุปมาถาดสวยที่ใส่ซากศพ) ส่วนผู้ละได้ แม้อยู่ท้ายบ้านรับนิมนต์ ก็ได้รับความเคารพ (อุปมาถาดสวยที่ใส่ข้าวสาลีหอม)

อุปมาช่างทำรถ (โมคคัลลานะเสริม)

พระสารีบุตรแสดงธรรม “ถาก” กิเลสคนได้เหมือนช่างถากกงรถรู้ใจ คนไร้ศรัทธาถูกถากออก คนมีศรัทธารับธรรมไว้ดุจคนหนุ่มสาวได้ดอกไม้มาทูนเศียร — ปิดท้ายด้วย “พระมหานาคทั้ง 2” (สารีบุตร+โมคคัลลานะ) ชื่นชมสุภาษิตกัน

ที่อ้างอิง

มมร เล่ม 17 (มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์) ข้อ ๕๓–๗๒ | ม.มู. ๑๒

แหล่งสรุป: แหล่ง-อนังคณสูตร