มหาจัตตารีสกสูตร (Mahācattārīsaka Sutta)

พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ เชตวัน สาวัตถี — ว่าด้วยสัมมาสมาธิอันมีเหตุมีองค์ประกอบ และการแยกมรรคแต่ละองค์เป็นโลกิยะ/โลกุตตระ

  • สัมมาสมาธิที่เป็นอริยะ มีองค์ประกอบ 7 คือ สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ ทำให้จิตมีอารมณ์เป็นหนึ่ง (เอกัคคตา) นั่นเองคือสัมมาสมาธิ
  • สัมมาทิฏฐิเป็นประธาน: ทรงแสดงซ้ำๆ ว่า “สัมมาทิฏฐิย่อมเป็นประธาน” สำหรับองค์มรรคทุกข้อ กล่าวคือ สัมมาทิฏฐิทำให้รู้จักมิจฉาและสัมมาของแต่ละองค์
  • แยกแต่ละองค์มรรคเป็น 2 ระดับ:
    • โลกิยะ (สาสวะ) — ยังมีอาสวะ เป็นส่วนแห่งบุญ ให้ผลแก่ขันธ์ (อยู่ในวัฏสงสาร)
    • โลกุตตระ (อนาสวะ) — ไม่มีอาสวะ เป็นองค์มรรคที่แท้จริง ของผู้มีจิตไกลข้าศึก เจริญอริยมรรคอยู่
    • ตัวอย่าง มิจฉาทิฏฐิ 10 / สัมมาทิฏฐิ 10 (ทานมีผล ฯลฯ) เป็นโลกิยะ — สัมมาทิฏฐิที่เป็นปัญญา ปัญญินทรีย์ ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ เป็นโลกุตตระ
  • ลำดับมรรคสนับสนุนกัน: ผู้มีสัมมาทิฏฐิก็มีสัมมาสังกัปปะพอเหมาะ → สัมมาวาจา → … → สัมมาสมาธิ → สัมมาญาณะ → สัมมาวิมุตติ ผลคือ “พระเสขะองค์ 8 เป็นพระอรหันต์องค์ 10”
  • ธรรมบรรยายมหาจัตตารีสกะ: ฝ่ายกุศล 20 ฝ่ายอกุศล 20 รวม 40 สมณพราหมณ์ เทวดา มาร พรหม ใครๆ ในโลกไม่อาจให้เป็นไปในทางอื่นได้ แม้อัสสะ-ภัญญะ ซึ่งเป็นอเหตุกวาทะก็ยังไม่กล้าคัดค้าน

ความสำคัญ