อินทริยสังยุต — สุทธิกวรรค และมุทุตรวรรค (วรรค 1–2)
2 วรรคแรกของ อินทริยสังยุต (SN 48 — ว่าด้วยอินทรีย์ 5) ในมหาวารวรรค (เล่มที่ 5 — โพธิปักขิยธรรม) — รวม 20 สูตร (วรรคละ 10) ทรงแสดงที่สาวัตถี เป็นหลัก
แกนหลัก: อินทรีย์ 5 คือ สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ — สุทธิกวรรคเน้นนิยามและเกณฑ์วัดผล; มุทุตรวรรคเน้นจำแนกระดับบุคคลตามความแก่กล้าของอินทรีย์
สุทธิกวรรคที่ 1 (ข้อ ๘๔๓–๘๖๙)
10 สูตร — วางฐานนิยาม เกณฑ์วัดผล และบริบทของอินทรีย์ 5
- สุทธิกสูตร (ข้อ ๘๔๓) — ทรงประกาศรายชื่ออินทรีย์ 5 อย่างเดียว โดยไม่มีอรรถาธิบายเพิ่มเติม
- ปฐม-ทุติยโสตาสูตร (ข้อ ๘๔๔–๘๔๕) — อริยสาวกผู้รู้ชัดซึ่งความเกิด ความดับ คุณ โทษ และอุบายสลัดออกแห่งอินทรีย์ 5 ตามจริง → เรียกว่าพระโสดาบัน มีความไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา
- ปฐม-ทุติยอรหันตสูตร (ข้อ ๘๔๖–๘๔๗) — ภิกษุรู้ชัดและหลุดพ้นเพราะไม่ยึดมั่น → เรียกว่าพระอรหันต์ขีณาสพ อยู่จบพรหมจรรย์
- ปฐม-ทุติยสมณพราหมณสูตร (ข้อ ๘๔๘–๘๕๑) — ผู้ไม่รู้ความเกิดดับแห่งอินทรีย์ 5 → ไม่นับว่าสมณะหรือพราหมณ์; ผู้รู้ชัด → นับว่าสมณพราหมณ์เต็มตัว
- ทัฏฐัพพสูตร (ข้อ ๘๕๒–๘๕๗) — แสดงว่าพึงเห็นอินทรีย์แต่ละข้อในบริบทใด:
- สัทธินทรีย์ → เห็นในโสตาปัตติยังคะ 4
- วิริยินทรีย์ → เห็นในสัมมัปปธาน 4
- สตินทรีย์ → เห็นในสติปัฏฐาน 4
- สมาธินทรีย์ → เห็นในฌาน 4
- ปัญญินทรีย์ → เห็นในอริยสัจ 4
- ปฐมวิภังคสูตร (ข้อ ๘๕๘–๘๖๓) — นิยามกระชับ: สัทธินทรีย์ = ศรัทธาในปัญญาตรัสรู้ของพระตถาคต; วิริยินทรีย์ = สัมมัปปธาน 4; สตินทรีย์ = ระลึกกิจที่ทำและคำที่พูดแม้นานได้; สมาธินทรีย์ = กระทำนิพพานให้เป็นอารมณ์ได้สมาธิ; ปัญญินทรีย์ = รู้อริยสัจ 4 ตามจริง
- ทุติยวิภังคสูตร (ข้อ ๘๖๔–๘๖๙) — นิยามพิสดาร เพิ่มรายละเอียดวิธีปฏิบัติแต่ละข้อ (วิริยินทรีย์ = สัมมัปปธาน 4 ทั้ง 4 แบบ; สตินทรีย์ = สติปัฏฐาน 4; สมาธินทรีย์ = ฌาน 1–4)
มุทุตรวรรคที่ 2 (ข้อ ๘๗๐–๘๙๓)
10 สูตร — จำแนกระดับบุคคลตามอินทรีย์ที่อ่อน-แก่ พร้อมสรุปผลสุดท้าย
-
ปฏิลาภสูตร (ข้อ ๘๗๐–๘๗๕) — นิยามอีกชุด: วิริยินทรีย์ = ปรารภสัมมัปปธาน 4; สตินทรีย์ = ปรารภสติปัฏฐาน 8 (ฉบับนี้ระบุ ๘ ซึ่งน่าตรวจสอบ); สมาธินทรีย์ = ยึดหน่วงนิพพานเป็นอารมณ์
-
ปฐม-ทุติย-ตติยสังขิตตสูตร (ข้อ ๘๗๖–๘๘๑) — จำแนกระดับ 6 ตามอินทรีย์ที่อ่อนกว่า:
อินทรีย์ ผล เต็มบริบูรณ์ [[arahatta (อรหัต) อ่อนกว่า [[anagami (อนาคามี) อ่อนกว่า [[sakadagami (พระสกทาคามี) อ่อนกว่า [[sotapanna (โสดาบัน) อ่อนกว่า ธัมมานุสารี อ่อนกว่า สัทธานุสารี -
ปฐม-ทุติย-ตติยวิตถารสูตร (ข้อ ๘๘๒–๘๘๗) — จำแนกพิสดาร แยกอนาคามี 5 ประเภทและโสดาบัน 3 ประเภท (เอกพีชี, โกลังโกละ, สัตตักขัตตุปรมะ) ตามระดับอินทรีย์
-
ปฏิปันนสูตร (ข้อ ๘๘๘–๘๘๙) — แสดงทั้งผู้ได้ผลแล้วและผู้ปฏิบัติเพื่อผล (มรรคปุคคละ); ผู้ไม่มีอินทรีย์ 5 เลย → “คนภายนอก ตั้งอยู่ในฝ่ายปุถุชน”
-
อุปสมสูตร (ข้อ ๘๙๐–๘๙๑) — ภิกษุทูลถาม “ถึงพร้อมด้วยอินทรีย์” คืออะไร → ทรงตอบ: เจริญอินทรีย์ 5 อันให้ความสงบ ให้ถึงความตรัสรู้
-
อาสวักขยสูตร (ข้อ ๘๙๒–๘๙๓) — เจริญอินทรีย์ 5 → กระทำให้แจ้งเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ อันหาอาสวะมิได้
ความสำคัญ:
- สุทธิกวรรควางโครงสัมพันธ์: อินทรีย์ 5 → กลุ่มโพธิปักขิยธรรมอื่น (สัทธินทรีย์อยู่ในโสตาปัตติยังคะ, วิริยินทรีย์ในสัมมัปปธาน, สตินทรีย์ในสติปัฏฐาน, สมาธินทรีย์ในฌาน, ปัญญินทรีย์ในอริยสัจ)
- มุทุตรวรรคนำเสนอ “สเกลอินทรีย์” — ความแตกต่างของบุคคลทั้ง 8 ทิศ (บุคคล 8 ในพุทธศาสนา) อธิบายด้วยระดับ “อ่อน-แก่กล้า” ของอินทรีย์ 5 ชุดเดียวกัน
- โยงต่อ: ฉฬินทริยวรรค-สุขินทริยวรรค, อินทรีย์ 5, โสดาบัน, อรหัตตผล