ลักขณสังยุต (Lakkhaṇasaṃyutta) เป็นสังยุตที่ 19 ในนิทานวรรค สังยุตตนิกาย มี 2 วรรค 21 สูตร ทุกสูตรมีโครงสร้างเดียวกัน: ขณะพระลักขณะกับพระมหาโมคคัลลานะกำลังลงจากภูเขาคิชฌกูฏ ราชคฤห์ พระโมคคัลลานะทรงเห็นเปรต (สัตว์ผู้เสวยวิบากกรรม) รูปร่างทรมานต่าง ๆ ด้วยทิพยจักษุแล้วแย้มขึ้น พระลักขณะจึงถาม พระโมคคัลลานะตอบในภายหลังเมื่ออยู่ต่อหน้าพระผู้มีพระภาคเจ้า พระพุทธเจ้าทรงรับรองว่าที่เห็นนั้นจริง แล้วทรงระบุว่าเปรตนั้นในอดีตชาติเคยทำกรรมชั่วใด — รวมเป็นคำสอนเรื่องผลกรรมและสภาพเปตโลก

nidana: ทุกสูตรที่พระเวฬุวัน กลันทกนิวาปสถาน กรุงราชคฤห์ (ตรวจยืนยันจาก raw: สูตรที่ 1 ข้อ ๖๓๖ และสูตรที่ 11 ข้อ ๖๕๐ ระบุตรงกัน)


ปฐมวรรค (SN 19.1–19.10) — ข้อ ๖๓๖–๖๔๙

สิบสูตรแรก เปรตแต่ละตนล้วนเป็นผู้ประกอบอาชีพบาปในกรุงราชคฤห์ แล้วหมกไหม้ในนรก เมื่อกรรมหลักสิ้นแล้วยังเหลือเศษกรรมจึงเกิดเป็นเปรต

  • SN 19.1 อัฏฐิสูตร (ข้อ ๖๓๖–๖๔๐) — โครงกระดูกลอยในเวหาส แร้ง-กา-พญาแร้งโผถลาเจาะจิก ร้องครวญคราง | กรรม: คนฆ่าโค (โคฆาตก) ในกรุงราชคฤห์
  • SN 19.2 เปสิสูตร (ข้อ ๖๔๑) — ชิ้นเนื้อลอยในเวหาส แร้ง-กา-นกตะกรุมโผถลาจิก | กรรม: คนฆ่าโค (โคฆาตก) ในกรุงราชคฤห์
  • SN 19.3 ปิณฑสูตร (ข้อ ๖๔๒) — ก้อนเนื้อลอยในเวหาส แร้ง-กา-พญาแร้งโผถลาจิก | กรรม: คนฆ่านกขาย (สากุณิก/พรานนก) ในกรุงราชคฤห์
  • SN 19.4 นิจฉวิสูตร (ข้อ ๖๔๓–๖๔๔) — บุรุษไม่มีผิวหนังลอยในเวหาส แร้ง-กา-พญาแร้งโผถลาจิก | กรรม: คนฆ่าแกะขาย (พรานแกะ) ในกรุงราชคฤห์
  • SN 19.5 อสิสูตร (ข้อ ๖๔๔–๖๔๕) — บุรุษมีขนเป็นดาบลอยในเวหาส ดาบลอยขึ้นแล้วตกลงที่กายตนเอง | กรรม: คนฆ่าสุกรขาย ในกรุงราชคฤห์
  • SN 19.6 สัตติสูตร (ข้อ ๖๔๕–๖๔๖) — บุรุษมีขนเป็นหอกลอยในเวหาส หอกลอยขึ้นแล้วตกลงที่กายตนเอง | กรรม: คนฆ่าเนื้อ (กวาง) ขาย ในกรุงราชคฤห์
  • SN 19.7 อุสุสูตร (ข้อ ๖๔๖–๖๔๗) — บุรุษมีขนเป็นลูกธนูลอยในเวหาส ลูกธนูลอยขึ้นแล้วตกลงที่กายตนเอง | กรรม: เพชฌฆาต (การณิก — ผู้ทรมานโทษประหารด้วยลูกธนู) ในกรุงราชคฤห์
  • SN 19.8 ปฐมสูจิสูตร (ข้อ ๖๔๗–๖๔๘) — บุรุษมีขนเป็นประตักลอยในเวหาส ประตักลอยขึ้นแล้วตกลงที่กายตนเอง | กรรม: คนฝึกม้า (สารถี/ผู้ฝึกโค) ใช้ประตักแทง ในกรุงราชคฤห์
  • SN 19.9 ทุติยสูจิสูตร (ข้อ ๖๔๘–๖๔๙) — บุรุษมีขนเป็นเข็ม เข็มทะลุซ้อนกันจากศีรษะถึงเท้า | กรรม: คนส่อเสียด (สูจิก — ยุยงให้ผู้อื่นแตกกัน) ในกรุงราชคฤห์
  • SN 19.10 อัณฑภารีสูตร (ข้อ ๖๔๙) — บุรุษมีอัณฑะใหญ่เท่าหม้อ เดินก็แบกบนบ่า นั่งก็ทับ แร้ง-กา-พญาแร้งโผถลาจิก | กรรม: ผู้พิพากษาตัดสินคดีโกง (คามกูฏ — อำมาตย์รับสินบนแล้ววินิจฉัยคดีผิดธรรม) ในกรุงราชคฤห์

ทุติยวรรค (SN 19.11–19.21) — ข้อ ๖๕๐–๖๖๑

สิบเอ็ดสูตรหลัง แบ่งเป็นสองกลุ่ม: สูตร 11–15 เป็นผู้ทำบาปฆราวาส ในกรุงราชคฤห์ สูตร 16–21 เป็นนักบวชทุศีลในสมัยพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า

  • SN 19.11 กูปนิมุคคสูตร (ข้อ ๖๕๐) — บุรุษจมอยู่ในหลุมคูถจนมิดศีรษะ | กรรม: คนทำชู้กับภรรยาของผู้อื่น ในกรุงราชคฤห์
  • SN 19.12 คูถขาทิสูตร (ข้อ ๖๕๑) — บุรุษจมอยู่ในหลุมคูถ ใช้มือทั้งสองกอบคูถกิน | กรรม: พราหมณ์นิมนต์พระภิกษุสงฆ์ในศาสนาพระกัสสปพุทธเจ้า แล้วใส่คูถแทนอาหารในราง
  • SN 19.13 นิจฉวิตถีสูตร (ข้อ ๖๕๒) — หญิงไม่มีผิวหนังลอยในเวหาส แร้ง-กา-นกตะกรุมโผถลาจิก | กรรม: หญิงประพฤตินอกใจสามี ในกรุงราชคฤห์
  • SN 19.14 มังคุฬิตถีสูตร (ข้อ ๖๕๓–๖๕๔) — หญิงมีกลิ่นเหม็นน่าเกลียดลอยในเวหาส แร้ง-กา-นกตะกรุมโผถลาจิก | กรรม: หญิงแม่มด หลอกลวงมหาชน ชักนำให้ถือความเห็นผิด ในกรุงราชคฤห์
  • SN 19.15 โอกิลินีสูตร (ข้อ ๖๕๔–๖๕๕) — หญิงมีน้ำเหลืองไหลเยิ้ม เต็มไปด้วยถ่านเพลิงลอยในเวหาส | กรรม: พระอัครมเหสีของพระเจ้ากาลิงคะ ถูกความหึงครอบงำ เอาเตาถ่านเพลิงเทรดหญิงร่วมผัว
  • SN 19.16 สีสัจฉินนสูตร (ข้อ ๖๕๕–๖๕๖) — ตัวกะพันธ์ (ร่างไม่มีศีรษะ) มีตาและปากอยู่ที่อก แร้ง-กา-นกตะกรุมโผถลาจิก | กรรม: เพชฌฆาตผู้ฆ่าโจร (หาริกะ) ตัดศีรษะโจรตามคำสั่งพระราชา ในกรุงราชคฤห์
  • SN 19.17 ภิกขุสูตร (ข้อ ๖๕๖–๖๕๗) — ภิกษุลอยในเวหาส ผ้าสังฆาฏิ บาตร ประคดเอว ร่างกาย อันไฟติดทั่วลุกโชติช่วง | กรรม: ภิกษุชั่วช้าในศาสนาพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า (ปาปภิกขุ — บริโภคปัจจัยโดยไม่สำรวม ปล่อยจิตใจสนุกสนาน)
  • SN 19.18 ภิกขุนีสูตร (ข้อ ๖๕๗–๖๕๘) — ภิกษุณีลอยในเวหาส อาภรณ์และร่างกายอันไฟติดทั่วลุกโชติช่วง | กรรม: ภิกษุณีชั่วช้าในศาสนาพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า
  • SN 19.19 สิกขมานาสูตร (ข้อ ๖๕๘–๖๕๙) — สิกขมานาลอยในเวหาส อาภรณ์และร่างกายอันไฟติดทั่ว | กรรม: สิกขมานาชั่วช้าในศาสนาพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า
  • SN 19.20 สามเณรสูตร (ข้อ ๖๕๙–๖๖๐) — สามเณรลอยในเวหาส อาภรณ์และร่างกายอันไฟติดทั่ว | กรรม: สามเณรชั่วช้าในศาสนาพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า
  • SN 19.21 สามเณีสูตร (ข้อ ๖๖๐–๖๖๑) — สามเณรีลอยในเวหาส อาภรณ์และร่างกายอันไฟติดทั่ว | กรรม: สามเณรีชั่วช้าในศาสนาพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า

ความสำคัญ / โยง

  • แม่แบบการสอน: พระโมคคัลลานะเห็นด้วยทิพยจักษุ → พระพุทธเจ้าทรงรับรองและระบุกรรม — เน้นว่ากรรมวิบากไม่อาจคาดเดาได้ แต่พระพุทธเจ้าทรงเห็นประจักษ์
  • เปรต (peta) ไม่ปรากฏแก่จักษุสามัญ มีเพียงผู้มีทิพยจักษุอย่างพระโมคคัลลานะเท่านั้นที่เห็นได้ (raw ระบุชัด ข้อ ๖๓๙)
  • กรรมปฐมวรรค (SN 19.1–10): ส่วนใหญ่เป็นอาชีพที่เบียดเบียนสัตว์ (ฆ่าโค/แกะ/สุกร/นก/กวาง) หรือเป็นผู้ใช้อำนาจโกง (พิพากษาโกง/เพชฌฆาต)
  • กรรมทุติยวรรค (SN 19.11–21): ครอบคลุมทั้งกาเมสุมิจฉาจาร (SN 19.11–13) การหลอกลวงทางศาสนา (SN 19.14) ความโหดร้าย (SN 19.15–16) และการทุศีลของนักบวช (SN 19.17–21)
  • สูตร 17–21 ชี้ว่านักบวชทุศีลมีวิบากหนักเป็นพิเศษ เพราะบริโภคปัจจัยที่ชาวโลกถวายด้วยศรัทธา
  • เชื่อมโยง: พระมหาโมคคัลลานะ, พระลักขณะ, คิชฌกูฏ, ราชคฤห์, เปรต, นรก, กรรม, พระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า