สัจจสังยุต — โกฏิคามวรรค + สีสปาปัณณวรรค (วรรคที่ 3–4)

วรรคที่ 3–4 ของ สัจจสังยุต (SN 56) — 20 สูตร แสดงที่หลายสถานที่: โกฏิคามแคว้นวัชชี, สาวัตถี, โกสัมพี สีสปาวัน เนื้อหา: เหตุที่ท่องเที่ยวในสังสารวัฏ เพราะไม่รู้อริยสัจ 4; และอุปมาประกอบเพื่อกระตุ้นให้รีบเพียร


โกฏิคามวรรคที่ 3 (ข้อ ๑๖๙๘–๑๗๑๐)

  • ปฐมวัชชีสูตร (๑๖๙๘–๑๖๙๙) — แสดงที่โกฏิคาม แคว้นวัชชี: “เพราะไม่ได้ตรัสรู้ ไม่ได้แทงตลอดอริยสัจ 4 — เราด้วย เธอทั้งหลายด้วย จึงแล่นไป ท่องเที่ยวไปในสังสารวัฏนี้ตลอดกาลนาน” — บัดนี้ตรัสรู้แล้ว ตัณหานำไปสู่ภพถอนขึ้นแล้ว มูลแห่งทุกข์ตัดขาดแล้ว ภพใหม่ไม่มี (คาถาย่อสาระ)
  • ทุติยวัชชีสูตร (๑๗๐๐–๑๗๐๒) — สมณพราหมณ์ที่ไม่รู้อริยสัจ 4 ไม่นับว่าเป็นสมณะหรือพราหมณ์ที่แท้ ทำประโยชน์ความเป็นสมณะไม่สำเร็จ; ผู้รู้นับว่าสำเร็จ (คาถา: ผู้ไม่รู้ย่อมเข้าถึงชาติและชรา ผู้รู้ย่อมทำที่สุดทุกข์ได้)
  • สัมมาสัมพุทธสูตร (๑๗๐๓) — ที่เรียกว่า “พระอรหันตสัมมาสัมพุทธ” เพราะตรัสรู้อริยสัจ 4 ตามความเป็นจริง
  • อรหันตสูตร (๑๗๐๔) — พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ในอดีต-ปัจจุบัน-อนาคต ตรัสรู้อริยสัจ 4
  • อาสวักขยสูตร (๑๗๐๕) — ความสิ้นอาสวะของผู้รู้เห็นว่า “นี้ทุกข์…นี้มรรค” เท่านั้น ไม่ใช่ของผู้ไม่รู้
  • มิตตสูตร (๑๗๐๖) — ถ้าจะอนุเคราะห์มิตร อมาตย์ ญาติ ให้สมาทานตั้งมั่นอยู่ในการตรัสรู้อริยสัจ 4
  • ตถสูตร (๑๗๐๗) — อริยสัจ 4 เป็นของจริงแท้ ไม่แปรผัน เพราะเหตุนั้นจึงเรียกว่า “อริยสัจ”
  • โลกสูตร (๑๗๐๘) — ตถาคตเป็นอริยะในโลก เพราะเหตุนั้นจึงเรียกว่า “อริยสัจ”
  • ปริญเญยยสูตร (๑๗๐๙) — หน้าที่ในอริยสัจ: ทุกข์-ควรกำหนดรู้; สมุทัย-ควรละ; นิโรธ-ควรทำให้แจ้ง; มรรค-ควรให้เกิดมี
  • ควัมปติสูตร (๑๗๑๐) — แสดงที่เมืองสหชนิยะ แคว้นเจดีย์ ท่านพระวัมปติเถระยืนยันพุทธพจน์: “ผู้ใดเห็นทุกข์ ผู้นั้นเห็นสมุทัย นิโรธ มรรคด้วย” — อริยสัจ 4 แทงตลอดพร้อมกัน

สีสปาปัณณวรรคที่ 4 (ข้อ ๑๗๑๒–๑๗๒๔)

  • สีสปาสูตร (๑๗๑๒–๑๗๑๓) — ณ สีสปาวัน โกสัมพี ทรงถือใบประดู่ลาย 2–3 ใบแล้วถาม: “ใบในกำมือกับใบบนต้น ไหนมากกว่า?” — เฉลย: “สิ่งที่เรารู้แล้วมีมาก แต่บอกเฉพาะที่ประกอบด้วยประโยชน์ เป็นไปเพื่อนิพพาน = อริยสัจ 4” — สาระ: ธรรมที่ทรงรู้มีมากกว่าที่ทรงสอน ทรงสอนเฉพาะที่เป็นประโยชน์
  • ขทิรสูตร (๑๗๑๔–๑๗๑๕) — อุปมา: ผู้ไม่ตรัสรู้อริยสัจ 4 แล้วทำที่สุดทุกข์ไม่ได้ เหมือนห่อน้ำด้วยใบตะเคียน; ผู้ตรัสรู้แล้วทำได้ เหมือนห่อน้ำด้วยใบบัว
  • ทัณฑสูตร (๑๗๑๖) — สัตว์มีนิวรณ์คืออวิชชา มีตัณหาเป็นเครื่องประกอบ ท่องเที่ยวไปเหมือนท่อนไม้ที่ขว้างขึ้นอากาศ — เพราะไม่เห็นอริยสัจ 4
  • เจลสูตร (๑๗๑๗) — ควรวางเฉยต่อผ้า/ศีรษะที่ถูกไฟไหม้ แล้วรีบทำความเพียรเพื่อตรัสรู้อริยสัจ 4 ที่ยังไม่ตรัสรู้ — อุปมาไฟไหม้ศีรษะ: ความเร่งด่วนในการปฏิบัติ
  • สัตติสตสูตร (๑๗๑๘) — ถ้าถูกหอก 300 เล่มทิ่มทุกวัน แต่จะได้ตรัสรู้อริยสัจ 4 ก็ควรรับ เพราะสงสารไม่มีเบื้องต้นที่สุด และการตรัสรู้อริยสัจพร้อมด้วยสุขโสมนัส
  • ปาณสูตร (๑๗๑๙) — ผู้ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิ (ผู้รู้อริยสัจ) พ้นจากอบายที่ใหญ่โตเหมือนมหาสมุทร
  • ปฐม-ทุติยสุริยูปมสูตร (๑๗๒๐–๑๗๒๑) — สัมมาทิฏฐิเป็นนิมิตมาก่อนการตรัสรู้อริยสัจ เหมือนแสงเงินทองก่อนพระอาทิตย์ขึ้น; เมื่อพระตถาคตอุบัติ อริยสัจ 4 ปรากฏ เหมือนดวงอาทิตย์ขึ้นความสว่างปรากฏ
  • อินทขีลสูตร (๑๗๒๒–๑๗๒๓) — ผู้ไม่รู้อริยสัจเหมือนปุยฝ้ายที่ลอยตามลม; ผู้รู้อริยสัจเหมือนเสาหินฝังลึก ไม่หวั่นไหว
  • วาทีสูตร (๑๗๒๔) — ภิกษุผู้รู้อริยสัจ 4 ไม่สะเทือนหวั่นไหวต่อผู้มาท้าวาทะจากทิศทั้ง 4 เหมือนเสาหิน 16 ศอกที่รากลึก

ความสำคัญ:

  • ปฐมวัชชีสูตร (โกฏิคาม) เป็นพุทธพจน์สำคัญที่ตรัสถึงพระองค์เองว่าเคยท่องเที่ยวในสังสารวัฏ เพราะไม่รู้อริยสัจ — แสดงว่าเหตุที่ท่องเที่ยวเป็นสากล
  • สีสปาสูตรเป็นหนึ่งในพุทธพจน์ที่แสดงขอบเขตของพุทธธรรมชัดเจนที่สุด: ทรงรู้อีกมาก แต่สอนเฉพาะสิ่งที่นำสู่นิพพาน
  • ควัมปติสูตรแสดงหลักการสำคัญ: การเห็นอริยสัจข้อใดข้อหนึ่งย่อมเห็นทั้ง 4 ข้อพร้อมกัน (การแทงตลอดอริยสัจเป็นแบบบูรณาการ)
  • โยงต่อ: วรรคที่ 5–6, อริยสัจ 4, สังสารวัฏ, โสดาบัน