พาลบัณฑิตสูตร (Bālapaṇḍita Sutta)

พระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี — ตรัสแก่ภิกษุทั้งหลายว่าด้วยลักษณะของ “คนพาล” และ “บัณฑิต” พร้อมผลกรรมในปัจจุบันและในภพหน้า รวมถึงอุปมาเต่าตาบอดที่ใช้เปรียบโอกาสได้เป็นมนุษย์

สาระสำคัญ

ลักษณะคนพาล (3 ข้อ)

  • มักคิดความคิดที่ชั่ว มักพูดคำพูดที่ชั่ว มักทำการทำที่ชั่ว
  • ทุกข์ 3 อย่างในปัจจุบัน: (1) ถูกนินทาเพราะชื่อเสียงชั่ว (2) เห็นโจรถูกลงกรรมกรณ์แล้วสั่นใจ (3) กรรมชั่วปกคลุมจิตใจก่อนตาย

กรรมกรณ์ 26 อย่าง ที่ราชาลงแก่คนชั่ว (ตั้งแต่โบยด้วยแส้จนถึงตัดศีรษะ) — เปรียบทุกข์นรกว่ายิ่งกว่านี้อีกมากนัก

ทุกข์ในนรก อย่างละเอียด:

  • มหานรก: ถูกตรึงตะปูเหล็กแดง 5 จุด / ถูกถาก ถาก / เทียมรถแล่นบนแผ่นดินไฟ / ปีนภูเขาถ่านเพลิง / ถูกพุ่งลงหม้อทองแดงร้อน
  • นรกรายล้อม: นรกคูถ → นรกเถ้ารึง → ป่างิ้วไฟ → ป่าต้นไม้ใบดาบ → แม่น้ำน้ำด่าง → ถูกเบ็ดเกี่ยวขึ้น → ป้อนก้อนโลหะร้อน/น้ำทองแดงร้อน → โยนกลับมหานรก

ลักษณะบัณฑิต (3 ข้อ)

  • มักคิดความคิดที่ดี มักพูดคำพูดที่ดี มักทำการทำที่ดี
  • สุข 3 อย่างในปัจจุบัน: (1) ได้รับการยกย่อง (2) เห็นผู้ได้รับการสักการะแล้วปลื้มใจ (3) กรรมดีปกคลุมจิตใจก่อนตาย
  • ตายแล้วเกิดในสุคติ: สวรรค์ → เสวยสุขอย่างที่โลกนี้เทียบไม่ได้

อุปมาเต่าตาบอด: ทิ้งทุ่นไม้ไว้ในมหาสมุทร — เต่าตาบอดดำน้ำอยู่ 100 ปีโผล่ขึ้นครั้งหนึ่ง โอกาสที่คอเต่าจะพอดีกับรูของทุ่นไม้น้อยยิ่งกว่าโอกาสได้เป็นมนุษย์ของสัตว์ที่ตกนรก

ความสำคัญ

  • สูตรที่มีรายละเอียดทุกข์นรกและสุขสวรรค์อย่างครบถ้วนที่สุดในมัชฌิมนิกาย
  • อุปมาเต่าตาบอดเป็นหนึ่งในอุปมาที่ถูกอ้างถึงบ่อยที่สุดเพื่อแสดงความหายากของการเกิดเป็นมนุษย์
  • โยง: savatthi (สาวัตถี), jetavana (เชตวัน), niraya (นรก), sagga (สวรรค์), kamma (กรรม)