จูฬอัสสปุรสูตร (มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ สูตรที่ ๔๐ — ทางปฏิบัติของ “สมณะ” ฉบับย่อ; จบมหายมกวรรค)

พระพุทธเจ้าทรงแสดงที่อัสสปุรนิคม แคว้นอังคะ“สมณะ” ไม่ได้อยู่ที่เครื่องแต่งกายหรือวัตรภายนอก แต่อยู่ที่การละกิเลส

”ปฏิปทาอันสมควรแก่สมณะ” = ละกิเลส 12

ภิกษุที่ยังละมลทินของสมณะ 12 ไม่ได้ ไม่ชื่อว่าปฏิบัติชอบ:

อภิชฌา (เพ่งเล็ง) / พยาบาท / โกรธ / ผูกโกรธ / ลบหลู่ / แข่งดี / ริษยา / ตระหนี่ / โอ้อวด / มายา / ปรารถนาชั่ว / มิจฉาทิฏฐิ

ผู้ยังไม่ละ — แม้บวชแล้วก็เหมือน “อาวุธคมสองคมอาบยาพิษที่ห่อผ้าไว้”

ไม่ใช่สมณะเพราะวัตรภายนอก

ทรงปฏิเสธว่า ไม่ใช่สมณะเพียงเพราะ: ครองสังฆาฏิ / เปลือยกาย / หมักหมมเหงื่อไคล / ลงน้ำวันละ 3 ครั้ง / อยู่โคนไม้ / อยู่กลางแจ้ง / ยืนตากแดด / อดอาหารตามวาระ / ท่องมนต์ / เกล้าผมชฎา — ถ้ายังมีอภิชฌา-มิจฉาทิฏฐิอยู่ วัตรเหล่านั้นก็ไม่ทำให้เป็นสมณะ

ผู้ปฏิบัติชอบ → พรหมวิหาร → สิ้นอาสวะ

ภิกษุที่ละกิเลส 12 ได้ → เห็นตนบริสุทธิ์ → ปราโมทย์-ปีติ-สงบ-สุข-สมาธิ → เจริญพรหมวิหาร 4 (เมตตา-กรุณา-มุทิตา-อุเบกขา) แผ่ไม่มีประมาณทั่วทุกทิศ

  • อุปมาสระโบกขรณีน้ำใสเย็น: คนร้อนกระหายจากทุกทิศมาดับร้อนได้ — บวชจากวรรณะใดก็ตาม อาศัยธรรมวินัยก็ดับร้อน (กิเลส) ได้เสมอกัน
  • สูงสุด: ทำ เจโตวิมุตติ-ปัญญาวิมุตติ สิ้นอาสวะ = “สมณะ” โดยแท้

ความสำคัญ

  • เน้นว่า แก่นของความเป็นสมณะคือใจที่พ้นกิเลส ไม่ใช่รูปแบบภายนอก — สอดคล้องกับมหาสาโรปมสูตร (แก่น = เจโตวิมุตติ)
  • ปฏิเสธวัตรของนักบวชนอกศาสนา (ตบะ/เปลือย) อย่างชัดเจน
  • คู่กับมหาอัสสปุรสูตร (สูตรที่ 39) — เป็นสูตรจบมหายมกวรรค

ที่อ้างอิง

มมร เล่ม 19 (มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ มหายมกวรรค) ข้อ ๔๗๙–๔๘๒ | ม.มู. ๑๒

แหล่งสรุป: แหล่ง-จูฬอัสสปุรสูตร