จูฬตัณหาสังขยสูตร (มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ สูตรที่ ๓๗ — “ความสิ้นตัณหา” ฉบับย่อ)

ที่ปราสาทมิคารมาตา วิหารบุพพาราม ใกล้สาวัตถี ท้าวสักกะ จอมเทพทูลถามพระพุทธเจ้าว่า “กล่าวโดยย่อ ภิกษุน้อมไปในธรรมเป็นที่สิ้นตัณหา (ตัณหักขยะ) ด้วยข้อปฏิบัติเพียงไร?”

หัวใจคำตอบ (สั้นมาก)

ภิกษุได้สดับว่า “ธรรมทั้งปวงไม่ควรยึดมั่น” (สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย)
→ รู้ยิ่งธรรมทั้งปวง → กำหนดรู้ → เสวยเวทนาใด (สุข/ทุกข์/อุเบกขา) ก็พิจารณาเห็นไม่เที่ยง หน่าย ดับ สละคืน
→ ไม่ยึดมั่น → ไม่สะดุ้ง → ดับกิเลสเฉพาะตน (ปรินิพพานเอง) → “ชาติสิ้นแล้ว…”

นี่คือข้อปฏิบัติย่อที่สุดสู่ความสิ้นตัณหา เป็นผู้ประเสริฐกว่าเทวดาและมนุษย์

ภาคสอง — พระโมคคัลลานะทดสอบท้าวสักกะ

พระมหาโมคคัลลานะสงสัยว่าท้าวสักกะเข้าใจจริงหรือเปล่า จึงเหาะขึ้นดาวดึงส์ ท้าวสักกะกลับพาชมเวชยันตปราสาท (อวดความโอ่อ่าหลังชนะอสูร) แทนที่จะทบทวนธรรม → พระโมคคัลลานะเห็นว่าท้าวสักกะประมาทมัวเมา จึงใช้นิ้วหัวแม่เท้ากดปราสาทให้สั่นสะเทือนทั้งหลัง ให้เกิดความสังเวช

เมื่อท้าวสักกะสลดจิตแล้ว จึงเล่าธรรมที่ทรงแสดงได้ถูกต้อง — แสดงว่าท้าวสักกะเข้าใจจริง เพียงแต่ยังประมาทอยู่ ภายหลังพระพุทธเจ้าทรงยืนยันคำสอนนั้นอีกครั้ง

ความสำคัญ

  • รวบยอดอนัตตา + วิปัสสนาในเวทนา ลงในประโยคเดียว “ธรรมทั้งปวงไม่ควรยึดมั่น” — เป็นสูตรย่อที่ทรงพลัง
  • ฉากพระโมคคัลลานะเขย่าเวชยันตปราสาทเป็นบทเรียนเรื่อง ความไม่ประมาทแม้ในเทวดา
  • ต่างจากมหาตัณหาสังขยสูตร (สูตรที่ 38) ที่อธิบายตัณหา-ปฏิจจสมุปบาทแบบเต็ม

ที่อ้างอิง

มมร เล่ม 19 (มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ มหายมกวรรค) ข้อ ๔๓๓–๔๓๙ | ม.มู. ๑๒

แหล่งสรุป: แหล่ง-จูฬตัณหาสังขยสูตร