กายคตาสติสูตร (Kāyagatāsati Sutta)

พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ เชตวัน สาวัตถี — โดยเหตุที่ภิกษุกลุ่มหนึ่งนั่งสนทนาเรื่องกายคตาสติ พระองค์เสด็จมาพบแล้วทรงแสดงวิธีและอานิสงส์ ว่าด้วยวิธีเจริญกายคตาสติและอานิสงส์ 10 ประการ

วิธีเจริญกายคตาสติ (14 บรรพ)

บรรพอานาปานสติ

  • นั่งคู้บัลลังก์ ตั้งกายตรง ดำรงสติ มีสติหายใจออก-เข้า รู้ยาว-สั้น ระงับกายสังขาร → จิตเป็นธรรมเอกผุดขึ้นตั้งมั่น

บรรพอิริยาบถ

  • รู้ชัดว่าเดิน ยืน นั่ง นอน กายทรงอยู่ในอาการใดก็รู้อาการนั้น

บรรพสัมปชัญญะ

  • รู้สึกตัวในการก้าว ถอย แลดู เหลียวดู งอ-เหยียดแขน ทรงจีวร ฉัน ดื่ม เคี้ยว ลิ้ม ถ่าย เดิน ยืน นั่ง นอน พูด นิ่ง

บรรพปฏิกูลมนสิการ

  • พิจารณากายว่าเต็มของไม่สะอาด: ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เนื้อ เอ็น กระดูก … ดี เสลด น้ำเหลือง เลือด เหงื่อ มูตร ฯลฯ

บรรพธาตุมนสิการ

  • พิจารณากายโดยธาตุ 4: ดิน น้ำ ไฟ ลม

บรรพอสุภ 9 (ป่าช้า 9)

  • เห็นศพขึ้นพอง เขียวช้ำ น้ำเหลืองเยิ้ม → ถูกกาแร้งกิน → กระดูกกระจัดกระจาย → กระดูกผุเป็นจุณ แล้วนำมาเปรียบกับกายตนเอง

บรรพฌาน 4

  • เข้าปฐมฌาน-จตุตถฌาน ยังกายให้ซาบซ่านด้วยปีติสุข (ฌาน 1-2) สุขปราศจากปีติ (ฌาน 3) ใจบริสุทธิ์ผุดผ่าง (ฌาน 4) ← เปรียบด้วยอุปมาสรงสนาน/ห้วงน้ำพุ/ดอกบัว/ผ้าขาว

อานิสงส์ 10 ประการ (ข้อ 317)

  1. อดกลั้นความยินร้าย-ยินดีได้
  2. อดกลั้นภัยและความหวาดกลัวได้
  3. อดทนต่อหนาว ร้อน หิว กระหาย สัตว์เสือกคลาน คำด่าว่า และเวทนาแรงกล้า
  4. ได้ฌาน 4 ตามปรารถนา
  5. แสดงฤทธิ์ได้หลายประการ (อภิญญา 1)
  6. มีทิพยโสต (อภิญญา 2)
  7. รู้วาระจิตผู้อื่น (อภิญญา 3)
  8. ระลึกชาติได้ (อภิญญา 4)
  9. มีทิพยจักษุ (อภิญญา 5)
  10. บรรลุเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ อาสวักขัย (อภิญญา 6)

ความสำคัญ

  • ผู้ไม่เจริญกายคตาสติ มารย่อมได้ช่อง (อุปมา: ก้อนหินกับดินเหนียวเปียก / ไม้แห้งกับไฟ / หม้อน้ำว่าง) ผู้เจริญแล้ว มารไม่ได้ช่อง (อุปมา: ไม้สดกับไฟ / หม้อน้ำเต็ม)
  • ผู้เจริญกายคตาสติ น้อมจิตไปในอภิญญาใดก็สำเร็จได้ เปรียบเหมือนหม้อน้ำเต็มและสระโบกขรณีที่เปิดทางได้ทุกด้าน
  • โยง: anapanasati (อานาปานสติ), jhana-4 (ฌาน 4), ariya-magga-8 (อริยมรรคมีองค์ 8)