โลมสกังคิยภัทเทกรัตตสูตร (Lomasakaṅgiyabhaddekaratta Sutta)

เกิดในสองสถานที่: ต้นเรื่องที่พระวิหารนิโครธาราม เขตพระนครกบิลพัสดุ์ สักกชนบท; ปลายเรื่องที่เชตวัน สาวัตถีจันทนเทพบุตรมาถามพระโลมสกังคิยะ บอกว่าจำคาถาได้เพราะพระพุทธเจ้าเคยตรัสในดาวดึงส์ แล้วพระโลมสกังคิยะเดินทางมาทูลถามพระพุทธเจ้า ทรงอธิบายวิภังค์ให้ สูตรที่ 4 และสูตรสุดท้ายของชุด ภัทเทกรัตตะ 4 สูตร

สถานการณ์

  • ล่วงปฐมยาม จันทนเทพบุตร (Candana Devaputta) มีรัศมีงามส่องพระวิหารนิโครธารามสว่างทั่ว เข้าหาพระโลมสกังคิยะ (Lomasakaṅgiya) ถามว่าทรงจำอุเทศและวิภังค์ได้ไหม ทั้งคู่ทรงจำไม่ได้
  • จันทนเทพบุตรบอกว่าตนจำคาถาได้ เพราะ “สมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่ ปัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ ที่ควงไม้ปาริฉัตร ในหมู่เทวดาชั้นดาวดึงส์ ทรงตรัสอุเทศและวิภังค์แก่เทวดาชั้นดาวดึงส์”
  • จันทนเทพบุตรสาธยายคาถา ชักชวนให้เล่าเรียน แล้วหายไป
  • พระโลมสกังคิยะเก็บบาตรจีวรเดินทางมายังสาวัตถี เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าที่เชตวัน กราบทูลเรื่องราว ขอให้ทรงแสดงวิภังค์
  • พระพุทธเจ้าตรัสถามก่อนว่า “รู้จักเทวดานั้นไหม” — ตอบว่าไม่รู้ ทรงเฉลยว่า “เทวบุตรนั้นชื่อจันทนะ จันทนเทพบุตรย่อมมุ่งประโยชน์ ใส่ใจ เงี่ยโสตลงฟังธรรม” แล้วทรงแสดงวิภังค์

วิภังค์ (ใช้กรอบขันธ์ 5)

เนื้อหาวิภังค์ตรงกับMN 131: อดีต/อนาคต/ปัจจุบันในขันธ์ 5 / ง่อนแง่น-ไม่ง่อนแง่นเรื่องอัตตาทิฏฐิในขันธ์ 5 — ความแตกต่างคือสูตรนี้ตรัสแก่ภิกษุรูปเดียว (พระโลมสกังคิยะ) ไม่ใช่ภิกษุสงฆ์

ความสำคัญ

  • เปิดเผยว่าคาถาภัทเทกรัตตะมีต้นกำเนิดจากที่ดาวดึงส์พระพุทธเจ้าเคยตรัสแก่เทวดาชั้นดาวดึงส์ก่อน จันทนเทพบุตรจึงรู้คาถา
  • บทบาทของจันทนเทพบุตร: เทพผู้นำธรรมจากดาวดึงส์มาสู่มนุษย์ และทรงรับรองว่าเป็นผู้มุ่งประโยชน์ ใส่ใจฟังธรรม
  • จบชุดสี่สูตรภัทเทกรัตตะ — แต่ละสูตรต่างกันที่ผู้แสดง/บริบท ไม่ใช่เนื้อหาคาถา
  • โยงกับ MN 131, MN 132, MN 133