ภัทเทกรัตตสูตร (Bhaddekaratta Sutta)

พระพุทธเจ้าตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ที่เชตวัน เมืองสาวัตถี — ทรงแสดง “อุเทศและวิภังค์ของบุคคลผู้มีราตรีหนึ่งเจริญ” คือหลักปฏิบัติที่ผู้เห็นแจ้งปัจจุบันธรรมไม่ง่อนแง่น ชื่อว่า “ภัทเทกรัตตะ” (ผู้มีราตรีเดียวเจริญ) สูตรที่ 1 ในชุด ภัทเทกรัตตะ 4 สูตร

คาถาภัทเทกรัตตะ (อุเทศ)

  • “บุคคลไม่ควรคำนึงถึงสิ่งที่ล่วงแล้ว ไม่ควรมุ่งหวังสิ่งที่ยังไม่มาถึง สิ่งใดล่วงไปแล้วสิ่งนั้นก็ละไปแล้ว และสิ่งที่ยังไม่มาถึงก็ยังไม่ถึง”
  • “ก็บุคคลใดเห็นแจ้งธรรมปัจจุบันไม่ง่อนแง่น ไม่คลอนแคลนในธรรมนั้นๆ ได้ บุคคลนั้นพึงเจริญธรรมนั้นเนืองๆ ให้ปรุโปร่งเถิด”
  • “พึงทำความเพียรเสียในวันนี้แหละ ใครเล่าจะรู้ความตายในวันพรุ่ง เพราะความผัดเพี้ยนกับมัจจุราชผู้มีเสนาใหญ่ย่อมไม่มี”
  • “พระมุนีผู้สงบย่อมเรียกบุคคลผู้มีปกติอยู่อย่างนี้ มีความเพียรไม่เกียจคร้านทั้งกลางวันและกลางคืนนั้นแลว่า ผู้มีราตรีหนึ่งเจริญ”

วิภังค์ — คำอธิบาย

  • คำนึงถึงอดีต: รำพึงเพลิดเพลินในขันธ์ 5 ที่ล่วงแล้ว (รูป/เวทนา/สัญญา/สังขาร/วิญญาณที่ผ่านมา) — ชื่อว่าคำนึงถึงสิ่งล่วงแล้ว
  • ไม่คำนึงถึงอดีต: ไม่รำพึงเพลิดเพลินในขันธ์ 5 ที่ล่วงแล้ว — ชื่อว่าไม่คำนึงถึงสิ่งล่วงแล้ว
  • มุ่งหวังอนาคต: ตั้งความหวังเพลิดเพลินในขันธ์ 5 ที่ยังไม่มาถึง — ชื่อว่ามุ่งหวังสิ่งที่ยังไม่มาถึง
  • ไม่มุ่งหวังอนาคต: ไม่ตั้งความหวังในขันธ์ 5 อนาคต — ชื่อว่าไม่มุ่งหวังสิ่งที่ยังไม่มาถึง
  • ง่อนแง่นในปัจจุบัน: ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ เล็งเห็นขันธ์ 5 โดยความเป็นอัตตา (4 รูปแบบ: รูปเป็นอัตตา/อัตตามีรูป/รูปในอัตตา/อัตตาในรูป) — ชื่อว่าง่อนแง่นในธรรมปัจจุบัน
  • ไม่ง่อนแง่นในปัจจุบัน: อริยสาวกผู้ได้สดับ ย่อมไม่เล็งเห็นขันธ์ 5 โดยความเป็นอัตตา — ชื่อว่าไม่ง่อนแง่นในธรรมปัจจุบัน

ความสำคัญ

  • ต้นชุด 4 สูตรภัทเทกรัตตะ — คาถาเดียวกันนี้ถูกนำไปอธิบายในสูตรที่ 132–134 ใน 3 บริบทต่างกัน
  • แก่นคือ วิปัสสนาในปัจจุบัน: ไม่ยึดอดีต ไม่หวังอนาคต เห็นขันธ์ 5 ปัจจุบันตามจริง โดยไม่เกิดอัตตทิฏฐิ
  • โยงกับ ไตรลักษณ์ — การไม่ง่อนแง่นคือเห็นขันธ์ไม่ใช่อัตตา