นันทโกวาทสูตร (มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ สฬายตนวรรค สูตรที่ ๑๔๖)
ที่เชตวัน สาวัตถี — พระนางมหาปชาบดีโคตมีนำภิกษุณีประมาณ ๕๐๐ รูปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าขอให้ทรงโอวาท พระพุทธเจ้าโปรดให้พระนันทกะเป็นผู้สอนแทน (พระเถระองค์นี้เคยหลีกเลี่ยงการโอวาทภิกษุณีตามเวร) พระนันทกะโอวาทภิกษุณีที่วิหารราชการาม ๒ วันต่อกัน วันแรกสอนจบยังไม่บริบูรณ์ (อุปมาดวงจันทร์วันอุโบสถ ๑๔ ค่ำ) วันที่สองสอนซ้ำแบบเดิม ผลปรากฏว่าภิกษุณีทุกรูปบรรลุอย่างน้อยโสดาบัน รูปสุดท้ายยังเป็นพระโสดาบัน
สาระ — โอวาทพระนันทกะ (สอนเหมือนกัน ๒ วัน)
อายตนะภายใน ๖ (จักษุ โสต ฆานะ ชิวหา กาย มโน):
- ถามตอบ: เที่ยงหรือไม่เที่ยง? → ไม่เที่ยง → เป็นทุกข์ → ไม่ควรเห็นว่า “นั่นของเรา นั่นเรา นั่นอัตตาของเรา”
- เมื่ออายตนะภายในไม่เที่ยง เวทนาที่อาศัยอายตนะภายในก็ต้องไม่เที่ยงด้วย — อุปมาประทีปน้ำมัน: น้ำมัน-ไส้-เปลวไฟ-แสงสว่าง ล้วนไม่เที่ยง ผู้กล่าวว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งเที่ยงกว่าที่อื่น ย่อมกล่าวไม่ชอบ
อายตนะภายนอก ๖ (รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์):
- เที่ยงหรือไม่เที่ยง? → ไม่เที่ยง → เวทนาที่อาศัยอายตนะภายนอกก็ต้องไม่เที่ยงด้วย
- อุปมาต้นไม้ใหญ่: ราก-ลำต้น-กิ่งใบ-เงา ล้วนไม่เที่ยง ผู้กล่าวว่าเงาเที่ยงกว่า ย่อมกล่าวไม่ชอบ
วิญญาณ ๖ (จักษุวิญญาณ ฯลฯ มโนวิญญาณ):
- เที่ยงหรือไม่เที่ยง? → ไม่เที่ยง → เวทนาที่อาศัยวิญญาณก็ไม่เที่ยงเช่นกัน
อุปมาแม่โคถูกชำแหละ (ข้อ ๗๗๖-๗๗๗ / ๗๙๐-๗๙๑):
- คนฆ่าโคชำแหละ แยกหนังออกจากเนื้อ แล้วเอาหนังคลุมโคคืน → อุปไมย: หนังข้างนอก = อายตนะภายนอก ๖, เนื้อข้างใน = อายตนะภายใน ๖, เนื้อล่ำ-เอ็น-เครื่องผูกระหว่าง = นันทิราคะ, มีดแล่โค = ปัญญาอันประเสริฐที่ตัดกิเลส-สัญโญชน์ได้
โพชฌงค์ ๗ (สติ ธัมมวิจย วิริย ปีติ ปัสสัทธิ สมาธิ อุเบกขา) ที่เจริญแล้ว → เจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ
ผล
- วันแรก: ภิกษุณียังไม่บริบูรณ์ (ดวงจันทร์ ๑๔ ค่ำ ยังพร่อง) → พระพุทธเจ้าให้สอนซ้ำวันถัดไป
- วันที่สอง: บริบูรณ์แล้ว (ดวงจันทร์ ๑๕ ค่ำ เต็มดวง) → บรรดาภิกษุณีทั้ง ๕๐๐ รูป รูปสุดท้ายยังเป็นพระโสดาบัน แน่นอนที่จะตรัสรู้ในเบื้องหน้า
ความสำคัญ
- แสดงกระบวนการสอนที่ดี: สอบถาม-ตอบ-ยืนยัน-อุปมา ๒ รอบ จนผู้ฟังเข้าถึงแก่นจริง
- โยงกับcularahulovada-sutta-mn147-page (จูฬราหุโลวาทสูตร MN147) ซึ่งสอนธรรมเดียวกันแก่พระราหุล
- salayatana (อายตนะ 6) — เนื้อหาหลักสฬายตนวรรค: รู้อายตนะตามจริง → ไม่ยึด → หลุดพ้น