สันทกสูตร (Sandaka Sutta)
พระอานนท์แสดงธรรมแก่สันทกปริพาชกและบริษัท 500 ที่ถ้ำปิลักขคูหา โฆสิตาราม เมืองโกสัมพี — จำแนกลัทธิที่ประพฤติพรหมจรรย์ไม่ได้ผล vs ศาสนาที่ได้ผลจริง
- อพรหมจริยวาส 4 (ลัทธิที่อยู่ประพฤติพรหมจรรย์ไม่ได้เลย — ตรงกับทิฏฐิของครูทั้ง 6):
- นัตถิกวาท (ทาน/กรรม/โลกหน้าไม่มี ตายแล้วสูญ) = นัตถิกทิฏฐิ ของอชิตเกสกัมพล
- อกิริยวาท (ทำบาป-บุญไม่เป็นบาป-บุญ) ของปูรณกัสสป
- อเหตุกวาท (ไม่มีเหตุปัจจัย สัตว์บริสุทธิ์-เศร้าหมองเอง แปรตามอภิชาติ 6) ของมักขลิโคสาล
- สัสสตวาท สภาวะ 7 กอง (ดิน/น้ำ/ไฟ/ลม/สุข/ทุกข์/ชีวะ เที่ยง ฆ่ากันก็แค่ศัสตราสอดช่อง) ของปกุธกัจจายนะ
- ทั้ง 4 ทำให้ “ทำหรือไม่ทำก็เท่ากัน” → วิญญูชนเบื่อหน่ายหลีกไป
- อนัสสาสิกพรหมจรรย์ 4 (ศาสนาที่เว้นจากความเบาใจ ไม่น่าไว้ใจ): ศาสดา (1) อ้างสัพพัญญูรู้ตลอดเวลาแต่ยังเข้าเรือนว่าง/ถูกหมากัด (2) เชื่อโดยฟังตามกัน (อนุสสวะ) (3) ใช้ความตรึกเอา (ตักกี) (4) เขลางมงาย ตอบส่ายไปมา (อมราวิกเขปะ)
- พรหมจรรย์ที่ควรอยู่ = ตถาคตอุบัติ แสดงธรรม → กุลบุตรบวช ศีล-สำรวมอินทรีย์-ละนิวรณ์-ฌาน 4-วิชชา 3 → สิ้นอาสวะ
- พระอรหันต์ไม่ล่วงฐานะ 5 (ฆ่าสัตว์/ลักทรัพย์/เมถุน/มุสา/สั่งสมเสพกามอย่างคฤหัสถ์); รู้ว่าตนสิ้นอาสวะ ดุจคนรู้ว่ามือเท้าตนขาด (รู้ได้เมื่อพิจารณา ไม่ใช่ปรากฏตลอดเวลา)
- สันทกะเลื่อมใส ส่งศิษย์ 500 ไปบวชกับพระพุทธเจ้า