วัตถูปมสูตร (มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ สูตรที่ ๗)
พระพุทธเจ้า ทรงแสดงที่พระเชตวัน เมืองสาวัตถี ด้วย อุปมาผ้า (วัตถูปมา): ผ้าสกปรกย้อมสีไม่ติด ผ้าสะอาดย้อมติดสดใส ฉันใด จิตเศร้าหมอง→ทุคติ จิตไม่เศร้าหมอง→สุคติ ฉันนั้น
อุปกิเลส 16 (เครื่องเศร้าหมองของจิต)
อภิชฌาวิสมโลภะ (โลภเพ่งเล็ง) · พยาบาท · โกธะ (โกรธ) · อุปนาหะ (ผูกโกรธ) · มักขะ (ลบหลู่คุณท่าน) · ปลาสะ (ตีเสมอ) · อิสสา (ริษยา) · มัจฉริยะ (ตระหนี่) · มายา · สาเถยยะ (โอ้อวด) · ถัมภะ (หัวดื้อ) · สารัมภะ (แข่งดี) · มานะ (ถือตัว) · อติมานะ (ดูหมิ่น) · มทะ (มัวเมา) · ปมาทะ (เลินเล่อ)
ลำดับการบรรลุ
ภิกษุ รู้ชัด ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นอุปกิเลส แล้ว ละ → เกิด ความเลื่อมใสแน่วแน่ในพระรัตนตรัย (พระพุทธ-ธรรม-สงฆ์) → ปราโมทย์ → ปีติ → กายสงบ → สุข → จิตตั้งมั่น → แผ่ พรหมวิหาร 4 → จิตหลุดพ้นจากอาสวะ → “ชาติสิ้นแล้ว” = “ผู้สรงสนานด้วยเครื่องสนานภายใน”
เครื่องสนานภายใน vs การอาบน้ำล้างบาป
สุนทริกภารทวาชพราหมณ์ ถามเรื่องไปอาบน้ำลอยบาปในแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ (พาหุกา คยา ฯลฯ) ทรงตอบด้วยคาถาว่า น้ำล้างบาปไม่ได้ ผู้บริสุทธิ์คือผู้ไม่พูดเท็จ ไม่เบียดเบียน ไม่ลักทรัพย์ มีศรัทธา ไม่ตระหนี่ — พราหมณ์เลื่อมใส ขอบวช และได้เป็นพระอรหันต์
ความสำคัญ
วางลำดับจิตจากการละอุปกิเลส → ศรัทธา → สมาธิ → วิมุตติ และตอกย้ำว่าความบริสุทธิ์อยู่ที่ใจ-การกระทำ ไม่ใช่พิธีกรรมภายนอก
ที่อ้างอิง
มมร เล่ม 17 (มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์) ข้อ ๙๑–๙๙ | ม.มู. ๑๒
แหล่งสรุป: แหล่ง-วัตถูปมสูตร