วรรคที่ 2 (อนาถปิณฑิกวรรค) ของเทวปุตตสังยุต ประกอบด้วย 10 สูตร เทวบุตรหลากชื่อมาเฝ้าพระพุทธเจ้าถาม-ตอบคาถา ส่วนใหญ่ที่เชตวัน สาวัตถี มีสูตรที่เวฬุวัน ราชคฤห์ และที่อัญชนวัน สาเกต ปิดท้ายด้วยอนาถปิณฑิกเทพบุตรสรรเสริญพระสารีบุตร
10 สูตรในอนาถปิณฑิกวรรค
SN 2.11 จันทิมสสูตร (ข้อ ๒๕๑–๒๕๓) — ผู้ถึงฝั่ง (นัยใหม่)
- จันทิมสเทวบุตรกล่าวคาถา: ชนเข้าถึงฌาน มีจิตเป็นสมาธิ มีปัญญา มีสติ จักถึงความสวัสดี ประดุจเนื้อในชะวากเขาไร้ริ้นยุง
- ทรงตรัสตอบ: ชนเข้าถึงฌาน ไม่ประมาท ละกิเลสได้ จักถึงฝั่ง (นิพพาน) ประดุจปลาทำลายข่ายได้
SN 2.12 เวณฑุสูตร (ข้อ ๒๕๔–๒๕๕) — ความสุขของผู้ศึกษา
- เวณฑุเทวบุตรกล่าว: ชนนั่งใกล้พระสุคต ประกอบความเพียรในศาสนาของพระโคดม ไม่ประมาท มีความสุขหนอ
- ทรงตรัสตอบ: ชนเหล่าใดเพ่งพินิจตามศึกษาในคำสั่งสอนของเรา ไม่ประมาท ย่อมไม่ตกอยู่ในอำนาจมัจจุ
SN 2.13 ทีฆลักฐิสูตร (ข้อ ๒๕๖–๒๕๗) — ภิกษุผู้มุ่งพระอรหัต (ที่เวฬุวัน)
- ประทับที่เวฬุวัน ราชคฤห์ — ทีฆลัฏฐิเทวบุตรกล่าวคาถา: ภิกษุพึงเป็นผู้เพ่งพินิจ มีจิตหลุดพ้น หวังความไม่เกิดขึ้นแห่งหทัย รู้ความเกิด-ดับของโลก มีใจดี อันตัณหาและทิฏฐิไม่อิงอาศัย มีพระอรหัตนั้นเป็นอานิสงส์
- (สาระคล้าย SN 2.2 ทุติยกัสสปสูตร — สูตรขนาน)
SN 2.14 นันทนสูตร (ข้อ ๒๕๘–๒๕๙) — ผู้ได้รับการบูชาจากเทวดา
- นันทนเทวบุตรทูลถาม: บัณฑิตเรียกบุคคลชนิดไรว่าเป็นผู้มีศีล มีปัญญา ล่วงทุกข์อยู่ได้ และเทวดาบูชา
- ทรงตรัสตอบ: บุคคลมีศีล มีปัญญา อบรมตน มีจิตตั้งมั่น ยินดีในฌาน มีสติ ปราศจากความโศก ละอาสวะได้ ทรงไว้ซึ่งร่างกายสุดท้าย — บัณฑิตเรียกว่าผู้มีศีลมีปัญญา เทวดาบูชาบุคคลชนิดนั้น
SN 2.15 จันทนสูตร (ข้อ ๒๖๐–๒๖๑) — การข้ามโอฆะ
- จันทนเทวบุตรทูลถาม: บุคคลผู้ไม่เกียจคร้านทั้งกลางคืนและกลางวัน จะข้ามโอฆะในห้วงน้ำลึกที่ไม่มีที่พึ่งไม่มีที่ยึดเหนี่ยวได้อย่างไร
- ทรงตรัสตอบ: ผู้สมบูรณ์ด้วยศีล มีปัญญา มีใจตั้งมั่น ปรารภความเพียร เว้นกามสัญญา ล่วงรูปสัญโยชน์ สิ้นภพเป็นที่เพลิดเพลิน ย่อมไม่จมในห้วงน้ำลึก
SN 2.16 วาสุทัตตสูตร (ข้อ ๒๖๒–๒๖๓) — ละกามราคะ vs ละสักกายทิฏฐิ
- วาสุทัตตเทวบุตรกล่าวว่าภิกษุพึงมีสติเพื่อละกามราคะ ประดุจถูกหอกแทง ถูกไฟไหม้ศีรษะ
- ทรงตรัสตอบ: ภิกษุพึงมีสติเพื่อละสักกายทิฏฐิ ประดุจถูกหอกแทง ถูกไฟไหม้ศีรษะ — (ทรงยกสักกายทิฏฐิที่ต้องละก่อนขึ้นแทนกามราคะ)
SN 2.17 อพรหมสูตร (ข้อ ๒๖๔–๒๖๕) — ความไม่สะดุ้งกลัว
- สุพรหมเทวบุตร (ชื่อสูตรว่า “อพรหม” แต่เทวบุตรชื่อ สุพรหม) ทูลถามเรื่องจิตที่สะดุ้งอยู่เป็นนิตย์ ขอให้ตรัสความไม่สะดุ้งกลัว
- ทรงตรัสตอบ: ไม่เห็นความสวัสดีของสัตว์ นอกจากปัญญาและความเพียร นอกจากการสำรวมอินทรีย์ นอกจากความสละวาง (อรรถกถา: สุพรหมเห็นเทพธิดา 500 ตกนรก จิตสะดุ้ง — หลังฟังธรรมบรรลุโสดาปัตติผล)
SN 2.18 กกุธสูตร (ข้อ ๒๖๖–๒๗๒) — ภิกษุผู้ไม่ยินดีและไม่ทุกข์ (ที่สาเกต)
- ประทับที่อัญชนวัน สาเกต — กกุธเทวบุตร (อดีตสัทธิวิหาริกของพระโมคคัลลาน์) ทูลถามว่าพระพุทธเจ้าทรงยินดีหรือเศร้าโศกไหม
- ทรงตรัสตอบ: ผู้มีทุกข์จึงมีความเพลิดเพลิน ผู้มีความเพลิดเพลินจึงมีทุกข์ — ภิกษุย่อมเป็นผู้ไม่มีความเพลิดเพลิน ไม่มีทุกข์
- กกุธเทวบุตรกล่าวว่า “นานหนอ ข้าพระองค์เพิ่งพบภิกษุผู้เป็นพราหมณ์ดับสนิทแล้ว ไม่มีความยินดี ไม่มีทุกข์ ข้ามเครื่องข้องในโลกแล้ว”
SN 2.19 อุตตรสูตร (ข้อ ๒๗๓–๒๗๔) — ชีวิตอายุน้อย (ที่ราชคฤห์)
- อุตตรเทวบุตรกล่าว: ชีวิตมีอายุน้อย ถูกชราต้อน บุคคลเล็งเห็นภัยในมรณะพึงทำบุญนำสุขมาให้
- ทรงตรัสตอบ: ชีวิตมีอายุน้อย ถูกชราต้อน — ผู้เห็นภัยในมรณะ มุ่งต่อสันติ พึงละโลกามิสเสีย (ทรงเปลี่ยน “ทำบุญ” เป็น “ละโลกามิส”)
SN 2.20 อนาถปิณฑิกสูตร (ข้อ ๒๗๕–๒๗๗) — อนาถบิณฑิกสรรเสริญพระสารีบุตร
- อนาถบิณฑิกเทวบุตรกล่าวคาถา 3 บท: (1) เชตวันให้เกิดปีติ (2) สัตว์บริสุทธิ์ด้วยกรรม วิชชา ธรรม ศีล ชีวิตอันอุดม ไม่ใช่ด้วยโคตรหรือทรัพย์ (3) พระสารีบุตรรูปเดียวเป็นผู้ประเสริฐด้วยปัญญา ศีล และอุปสมธรรม ภิกษุถึงฝั่งนิพพานจึงจะเทียบเท่าได้
- รุ่งเช้าท่านพระอานนท์กราบทูลว่าเทวบุตรนั้นคืออนาถบิณฑิก — ทรงยืนยันว่าถูก (อนาถบิณฑิกคหบดีเลื่อมใสพระสารีบุตรยิ่งนัก)
ความสำคัญ
- วรรคนี้มีสถานที่หลากหลายกว่าวรรคแรก — มีทั้งสาวัตถี ราชคฤห์ และสาเกต แสดงว่าเทวบุตรมาเฝ้าได้ทุกที่ที่ประทับ
- SN 2.17 อพรหมสูตรโดดเด่นที่สุพรหมเทวบุตรมีความทุกข์ส่วนตัว (เห็นนางอัปสร 500 ตกนรก) มาทูลถาม — จบด้วยการบรรลุโสดาปัตติผล
- SN 2.20 อนาถปิณฑิกสูตร — อนาถบิณฑิกคหบดีผู้สร้างเชตวันได้เป็นเทวบุตรหลังสิ้นชีพ มาพิสูจน์ว่าศรัทธาและบุญส่งผลในโลกหน้า
- โยงกับ วรรคที่ 1 และนานาติตถิยวรรค วรรคถัดไป