ฆัตวาวรรค (วรรคที่ 8 และวรรคสุดท้ายแห่งเทวตาสังยุต) ประกอบด้วย 11 สูตร เทวดาทูลถามพระพุทธเจ้าด้วยคาถา ณ พระวิหารเชตวัน สาวัตถี ธีมของวรรคหลากหลายกว่าวรรคก่อนๆ ครอบคลุมตั้งแต่การ “ฆ่าความโกรธ” สัญลักษณ์ทางโลก ทรัพย์ธรรม ความกลัวปรโลก ไปจนถึงคุณสมบัติของสมณะ ปิดท้ายเทวตาสังยุตทั้งหมด (SN 1.1–1.81)
11 สูตรในฆัตวาวรรค
SN 1.71 ฆัตวาสูตร (ข้อ ๑๙๘–๑๙๙) — ว่าด้วยเทวตาปัญหา 3 ข้อ
- เทวดาทูลถาม: ฆ่าอะไรจึงอยู่เป็นสุข ฆ่าอะไรจึงไม่เศร้าโศก พระโคดมชอบฆ่าอะไรซึ่งเป็นธรรมอันเดียว
- ทรงตรัสตอบ: ฆ่าความโกรธเสียได้จึงอยู่เป็นสุข ฆ่าความโกรธเสียจึงไม่เศร้าโศก พระอริยเจ้าทั้งหลายสรรเสริญการฆ่าความโกรธ ซึ่งมีรากเป็นพิษ มียอดหวาน เพราะฆ่าความโกรธนั้นเสียแล้วย่อมไม่เศร้าโศก
SN 1.72 รถสูตร (ข้อ ๒๐๐–๒๐๑) — ว่าด้วยสัญลักษณ์ของรถ ไฟ แว่นแคว้น และสตรี
- เทวดาทูลถาม: อะไรเป็นสง่าของรถ อะไรเป็นเครื่องปรากฏของไฟ อะไรเป็นสง่าของแว่นแคว้น อะไรเป็นสง่าของสตรี
- ทรงตรัสตอบ: ธงเป็นสง่าของรถ ควันเป็นเครื่องปรากฏของไฟ พระราชาเป็นสง่าของแว่นแคว้น ภัสดาเป็นสง่าของสตรี
SN 1.73 วิตตสูตร (ข้อ ๒๐๒–๒๐๓) — ว่าด้วยทรัพย์ ธรรม รส และชีวิตประเสริฐ
- เทวดาทูลถาม: อะไรเป็นทรัพย์เครื่องปลื้มใจอย่างประเสริฐของคนในโลก อะไรที่ประพฤติดีแล้วนำความสุขมาให้ อะไรเป็นรสดีกว่าบรรดารสทั้งหลาย คนมีชีวิตเป็นอยู่อย่างไรจึงมีชีวิตประเสริฐ
- ทรงตรัสตอบ: ศรัทธาเป็นทรัพย์เครื่องปลื้มใจอย่างประเสริฐ ธรรมที่ประพฤติดีแล้วนำความสุขมาให้ ความจริง (สัจจะ) เท่านั้นเป็นรสที่ดียิ่งกว่ารสทั้งหลาย คนที่เป็นอยู่ด้วยปัญญามีชีวิตประเสริฐ
SN 1.74 วุฏฐิสูตร (ข้อ ๒๐๔–๒๐๖) — ว่าด้วยสิ่งประเสริฐในแต่ละหมวด (มีเทวดา 2 องค์ร่วม)
- เทวดาทูลถาม: บรรดาสิ่งที่งอกขึ้นอะไรประเสริฐ บรรดาสิ่งที่ตกไปอะไรประเสริฐ บรรดาสัตว์เดินด้วยเท้าใครประเสริฐ บรรดาชนผู้แถลงคารมใครประเสริฐ
- เทวดาองค์หนึ่งตอบก่อน (ข้อ ๒๐๕): ข้าวกล้าประเสริฐกว่าสิ่งที่งอกขึ้น ฝนประเสริฐกว่าสิ่งที่ตกไป โคประเสริฐกว่าสัตว์เดินด้วยเท้า บุตรประเสริฐกว่าชนผู้แถลงคารม
- ทรงตรัสตอบ (ข้อ ๒๐๖): วิชชา (ความรู้) ประเสริฐกว่าสิ่งที่งอกขึ้น อวิชชาประเสริฐกว่าสิ่งที่ตกไป (คือดีกว่าที่จะให้ตกไป) พระสงฆ์ประเสริฐกว่าสัตว์เดินด้วยเท้า พระพุทธเจ้าประเสริฐกว่าชนผู้แถลงคารม (สูตรนี้มีเทวดา 2 องค์ร่วมตอบ โดยองค์แรกตอบในเชิงโลกียะก่อน พระพุทธเจ้าจึงยกระดับสู่โลกุตตระ)
SN 1.75 ภีตสูตร (ข้อ ๒๐๗–๒๐๘) — ว่าด้วยการไม่กลัวปรโลก
- เทวดาทูลถาม: ประชุมชนในโลกกลัวอะไร มรรคพระพุทธเจ้าตรัสไว้ด้วยเหตุมิใช่น้อย บุคคลตั้งอยู่ในอะไรแล้วไม่พึงกลัวปรโลก
- ทรงตรัสตอบ: บุคคลตั้งวาจาและใจไว้โดยชอบ มิได้ทำบาปด้วยกาย อยู่ครอบครองเรือนมีข้าวและน้ำมาก เป็นผู้มีศรัทธา อ่อนโยน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ทราบถ้อยคำ ผู้ตั้งอยู่ในธรรม 4 อย่างเหล่านี้ชื่อว่าผู้ดำรงในธรรม ไม่ต้องกลัวปรโลก
SN 1.76 นชีรติสูตร (ข้อ ๒๐๙–๒๑๐) — ว่าด้วยสิ่งทรุดโทรม มลทิน และช่องที่จิตไม่ตั้งอยู่
- เทวดาทูลถาม (ถามหลายข้อ): อะไรทรุดโทรม อะไรไม่ทรุดโทรม อะไรเป็นทางผิด อะไรเป็นอันตรายของธรรม อะไรสิ้นไปตามคืนและวัน อะไรเป็นมลทินของพรหมจรรย์ อะไรมิใช่น้ำแต่เป็นเครื่องชำระล้าง โลกมีช่องกี่ช่องที่จิตไม่ตั้งอยู่ได้
- ทรงตรัสตอบ: รูปของสัตว์ย่อมทรุดโทรม นามและโคตรย่อมไม่ทรุดโทรม ราคะเป็นทางผิด ความโลภเป็นอันตรายของธรรม วัยสิ้นไปตามคืนและวัน หญิงเป็นมลทินของพรหมจรรย์ ตบะและพรหมจรรย์มิใช่น้ำแต่เป็นเครื่องชำระล้าง โลกมีช่อง 6 ช่องที่จิตไม่ตั้งอยู่ได้ คือ ความเกียจคร้าน ความประมาท ความไม่หมั่น ความไม่สำรวม ความมักหลับ ความอ้างเลศไม่ทำงาน — พึงเว้นช่องทั้ง 6 เหล่านั้น
SN 1.77 อิสสรสูตร (ข้อ ๒๑๑–๒๑๒) — ว่าด้วยสิ่งที่เป็นใหญ่และสมณะ
- เทวดาทูลถาม: อะไรเป็นใหญ่ในโลก อะไรเป็นสูงสุดแห่งภัณฑะทั้งหลาย อะไรเป็นดังสนิมศัสตราในโลก อะไรเป็นเสนียดในโลก ใครนำของไปถูกห้าม แต่ใครนำไปกลับเป็นที่รัก ใครมาหาบ่อยๆ บัณฑิตยินดีต้อนรับ
- ทรงตรัสตอบ: อำนาจเป็นใหญ่ในโลก หญิงเป็นสูงสุดแห่งภัณฑะทั้งหลายความโกรธเป็นดังสนิมศัสตราในโลก พวกโจรเป็นเสนียดในโลก โจรนำของไปถูกห้าม แต่สมณะนำไปกลับเป็นที่รัก สมณะมาหาบ่อยๆ บัณฑิตยินดีต้อนรับ
SN 1.78 กามสูตร (ข้อ ๒๑๓–๒๑๔) — ว่าด้วยสิ่งที่ไม่ควรให้และวาจา
- เทวดาทูลถาม: กุลบุตรผู้ใคร่ประโยชน์ไม่ควรให้สิ่งอะไร คนไม่ควรสละอะไร อะไรที่เป็นส่วนดีงามควรปล่อย แต่ที่เป็นส่วนลามกไม่ควรปล่อย
- ทรงตรัสตอบ: บุรุษไม่พึงให้ซึ่งตน ไม่พึงสละซึ่งตน วาจาที่ดีควรปล่อย แต่วาจาที่ลามกไม่ควรปล่อย
SN 1.79 ปาเถยยสูตร (ข้อ ๒๑๕–๒๑๖) — ว่าด้วยศรัทธาเป็นสะเบียง และความอยากเป็นบ่วง
- เทวดาทูลถาม: อะไรรวบรวมสะเบียงไว้ อะไรเป็นที่มานอนแห่งโภคทรัพย์ อะไรเสือกไสนรชนไป อะไรละได้ยากในโลก สัตว์เป็นอันมากติดอยู่ในอะไรเหมือนนกติดบ่วง
- ทรงตรัสตอบ: ศรัทธารวบรวมสะเบียง สิริ (ความเป็นใหญ่) เป็นที่มานอนแห่งโภคทรัพย์ ความอยากเสือกไสนรชนไป ความอยากละได้ยากในโลก สัตว์เป็นอันมากติดอยู่ในความอยากเหมือนนกติดบ่วง
SN 1.80 ปัชโชตสูตร (ข้อ ๒๑๗–๒๑๘) — ว่าด้วยปัญญาและสติเป็นแสงสว่าง
- เทวดาทูลถาม: อะไรเป็นแสงสว่างในโลก อะไรเป็นธรรมเครื่องตื่นอยู่ในโลก อะไรเป็นสหายในการงานของผู้เป็นอยู่ด้วยการงาน อะไรเป็นเครื่องสืบต่อชีวิตของเขา อะไรที่ผู้เกียจคร้านบ้างไม่เกียจคร้านบ้างย่อมพะนอเลี้ยงดุจมารดาเลี้ยงบุตร เหล่าสัตว์ที่อาศัยแผ่นดินอาศัยอะไรเลี้ยงชีพ
- ทรงตรัสตอบ: ปัญญาเป็นแสงสว่างในโลก สติเป็นธรรมเครื่องตื่นอยู่ในโลก ฝูงโคเป็นสหายในการงานของผู้เป็นอยู่ด้วยการงาน ไถเป็นเครื่องสืบต่อชีวิต ฝนย่อมเลี้ยงบุคคลผู้เกียจคร้านบ้างไม่เกียจคร้านบ้างเหมือนมารดาเลี้ยงบุตร เหล่าสัตว์ที่อาศัยแผ่นดินอาศัยฝนเลี้ยงชีพ
SN 1.81 อรณสูตร (ข้อ ๒๑๙–๒๒๐) — ว่าด้วยสมณะผู้ไม่เป็นข้าศึก (ปิดท้ายเทวตาสังยุต)
- เทวดาทูลถาม: คนพวกไหนไม่เป็นข้าศึกในโลก พรหมจรรย์ที่อยู่จบแล้วของชนพวกไหนย่อมไม่เสื่อม คนพวกไหนกำหนดรู้ความอยากได้ ความเป็นไทมีแก่คนพวกไหนทุกเมื่อ มารดาบิดาหรือพี่น้องย่อมไหว้บุคคลผู้ตั้งมั่นในศีลคือใคร พวกกษัตริย์ย่อมอภิวาทใครในธรรมวินัยนี้ผู้มีชาติต่ำ
- ทรงตรัสตอบ: สมณะทั้งหลายในธรรมวินัยนี้ไม่เป็นข้าศึกในโลก พรหมจรรย์ที่อยู่จบแล้วของสมณะย่อมไม่เสื่อม สมณะย่อมกำหนดรู้ความอยากได้ ความเป็นไทย่อมมีแก่สมณะทุกเมื่อ มารดาบิดาหรือพี่น้องย่อมไหว้สมณะผู้ตั้งมั่นในศีล ถึงพวกกษัตริย์ก็อภิวาทสมณะในธรรมวินัยนี้ผู้มีชาติต่ำ
ความสำคัญ
- SN 1.71 ฆัตวาสูตร ตั้งชื่อวรรคด้วยคำถาม “ฆ่าอะไร” — พระพุทธเจ้าทรงชี้ความโกรธเป็นสิ่งที่ต้องละ มีรากเป็นพิษมียอดหวาน (ดูหวาน แต่ให้โทษ)
- SN 1.74 วุฏฐิสูตรโดดเด่นตรงมีเทวดา 2 องค์ร่วมสนทนา — องค์แรกตอบในเชิงโลกียะ (ข้าวกล้า ฝน โค บุตร) พระพุทธเจ้าจึงยกระดับสู่โลกุตตระ (วิชชา อวิชชา สงฆ์ พุทธ)
- SN 1.76 นชีรติสูตรถามหลายข้อมากที่สุดในวรรค — ครอบคลุม “ช่อง 6 ที่จิตไม่ตั้งอยู่” (ความเกียจคร้าน ประมาท ไม่หมั่น ไม่สำรวม หลับ อ้างเลศ)
- SN 1.81 อรณสูตร ปิดท้ายเทวตาสังยุต (SN 1.1–1.81) ทั้ง 8 วรรค ด้วยการยืนยันเกียรติของสมณะ — แม้มีชาติต่ำ กษัตริย์ก็ต้องอภิวาท
- โยงกับ อันธวรรค ชราวรรค และ นฬวรรค ในเทวตาสังยุตเดียวกัน