อันธวรรค (วรรคที่ 7 แห่งเทวตาสังยุต) ประกอบด้วย 10 สูตร เทวดาองค์หนึ่งทูลถามพระพุทธเจ้าด้วยคาถา ณ พระวิหารเชตวัน สาวัตถี ธีมหลักของวรรคเน้นสิ่งที่ครอบงำ/นำพา/ผูกมัด/ปิดบัง/เผาผลาญโลก — คำตอบวนซ้ำรอบ ตัณหา นาม จิต และทุกข์ เป็นสาระสำคัญ
10 สูตรในอันธวรรค
SN 1.61 นามสูตร (ข้อ ๑๗๘–๑๗๙) — ว่าด้วยเทวตาปัญหา 3 ข้อ
- เทวดาทูลถาม: อะไรครอบงำสิ่งทั้งปวง สิ่งทั้งปวงที่ยิ่งไปกว่าอะไรไม่มี สิ่งทั้งปวงเป็นไปตามอำนาจของธรรมอันหนึ่งคืออะไร
- ทรงตรัสตอบ: ชื่อ (นาม) ย่อมครอบงำสิ่งทั้งปวง สิ่งทั้งปวงที่ยิ่งกว่าชื่อไม่มี สิ่งทั้งปวงเป็นไปตามอำนาจของธรรมอันหนึ่งคือชื่อ
SN 1.62 จิตตสูตร (ข้อ ๑๘๐–๑๘๑) — ว่าด้วยจิตนำพาโลก
- เทวดาทูลถาม: โลกอันอะไรย่อมนำไป อันอะไรย่อมเสือกไสไป โลกทั้งหมดเป็นไปตามอำนาจของธรรมอันหนึ่งคืออะไร
- ทรงตรัสตอบ: จิตย่อมนำโลกไป จิตย่อมเสือกไสไป โลกทั้งหมดเป็นไปตามอำนาจของธรรมอันหนึ่งคือจิต
SN 1.63 ตัณหาสูตร (ข้อ ๑๘๒–๑๘๓) — ว่าด้วยตัณหานำพาโลก
- เทวดาทูลถาม: โลกอันอะไรย่อมนำไป อันอะไรย่อมเสือกไสไป โลกทั้งหมดเป็นไปตามอำนาจของธรรมอันหนึ่งคืออะไร (ถามเช่นเดียวกับจิตตสูตร)
- ทรงตรัสตอบ: ตัณหาย่อมนำโลกไป ตัณหาย่อมเสือกไสไป โลกทั้งหมดเป็นไปตามอำนาจของธรรมอันหนึ่งคือตัณหา (คู่ขนานกับจิตตสูตร — ธรรมคนละอย่างแต่ถามแบบเดียวกัน)
SN 1.64 สัญโญชนสูตร (ข้อ ๑๘๔–๑๘๕) — ว่าด้วยสังโยชน์และนิพพาน
- เทวดาทูลถาม: โลกมีอะไรเป็นเครื่องประกอบไว้ อะไรเป็นเครื่องเที่ยวไปของโลกนั้น เพราะละขาดซึ่งธรรมอะไรจึงเรียกว่านิพพาน
- ทรงตรัสตอบ: โลกมีความเพลิดเพลินเป็นเครื่องประกอบไว้ วิตกเป็นเครื่องเที่ยวไปของโลกนั้น เพราะละตัณหาได้ขาด จึงเรียกว่านิพพาน
SN 1.65 พันธนสูตร (ข้อ ๑๘๖–๑๘๗) — ว่าด้วยเครื่องผูกและการตัดเครื่องผูก
- เทวดาทูลถาม: โลกมีอะไรเป็นเครื่องผูกไว้ อะไรเป็นเครื่องเที่ยวไปของโลกนั้น เพราะละสิ่งใดจึงตัดเครื่องผูกได้หมด
- ทรงตรัสตอบ: โลกมีความเพลิดเพลินเป็นเครื่องผูกไว้ วิตกเป็นเครื่องเที่ยวไป เพราะละตัณหาได้ขาด จึงตัดเครื่องผูกได้หมด (ขนานกับสัญโญชนสูตร ต่างที่คำถามสุดท้าย: “นิพพาน” → “ตัดเครื่องผูกหมด”)
SN 1.66 อัพภาหตสูตร (ข้อ ๑๘๘–๑๘๙) — ว่าด้วยมฤตยูและตัณหาเป็นลูกศร
- เทวดาทูลถาม: โลกอันอะไรกำจัดแล้ว อันอะไรล้อมไว้แล้ว อันลูกศรคืออะไรเสียบแล้ว อันอะไรเผาแล้วในกาลทุกเมื่อ
- ทรงตรัสตอบ: โลกอันมฤตยูกำจัดแล้ว อันชราล้อมไว้แล้ว อันลูกศรคือตัณหาเสียบแล้ว อันความอยากเผาให้ร้อนแล้วในกาลทุกเมื่อ
SN 1.67 อุฑฑิตสูตร (ข้อ ๑๙๐–๑๙๑) — ว่าด้วยตัณหาดักโลก มฤตยูปิดโลก
- เทวดาทูลถาม: โลกอันอะไรดักไว้ อันอะไรล้อมไว้ โลกอันอะไรปิดไว้ โลกตั้งอยู่แล้วในอะไร
- ทรงตรัสตอบ: โลกอันตัณหาดักไว้ อันชราล้อมไว้ โลกอันมฤตยูปิดไว้ โลกตั้งอยู่แล้วในทุกข์
SN 1.68 ปิหิตสูตร (ข้อ ๑๙๒–๑๙๓) — ว่าด้วยปัญหาเดียวกับอุฑฑิตสูตรในลำดับสลับ
- เทวดาทูลถาม: โลกอันอะไรปิดไว้ โลกตั้งอยู่ในอะไร โลกอันอะไรดักไว้ อันอะไรล้อมไว้ (ถามแบบเดียวกับอุฑฑิตสูตรแต่สลับลำดับ)
- ทรงตรัสตอบ: โลกอันมฤตยูปิดไว้ โลกตั้งอยู่ในทุกข์ โลกอันตัณหาดักไว้ อันชราล้อมไว้
SN 1.69 อิจฉาสูตร (ข้อ ๑๙๔–๑๙๕) — ว่าด้วยความอยากผูกโลกและการหลุดพ้น
- เทวดาทูลถาม: โลกอันอะไรผูกไว้ เพราะกำจัดอะไรเสียจึงหลุดพ้น เพราะละอะไรได้ขาด จึงตัดเครื่องผูกได้ทุกอย่าง
- ทรงตรัสตอบ: โลกอันความอยาก (อิจฉา) ผูกไว้ เพราะกำจัดความอยากเสียได้จึงหลุดพ้น เพราะละความอยากได้ขาด จึงตัดเครื่องผูกได้ทั้งหมด
SN 1.70 โลกสูตร (ข้อ ๑๙๖–๑๙๗) — ว่าด้วยอายตนะ 6 เป็นรากของโลก
- เทวดาทูลถาม: เมื่ออะไรเกิดขึ้นโลกจึงเกิดขึ้น โลกย่อมชมเชยในอะไร โลกยึดถือซึ่งอะไร โลกย่อมเดือดร้อนเพราะอะไร
- ทรงตรัสตอบ: เมื่ออายตนะ 6 เกิดขึ้น โลกจึงเกิดขึ้น โลกย่อมทำความชมเชยในอายตนะ 6 โลกยึดถืออายตนะ 6 โลกย่อมเดือดร้อนเพราะอายตนะ 6
ความสำคัญ
- ธีมหลักของวรรค: สิ่งที่ “ครอบงำ / นำพา / ผูกมัด / ปิดบัง / เผา” โลก — คำตอบวนรอบ ตัณหา จิต นาม ชรา มฤตยู และทุกข์
- SN 1.62–1.63 (จิตตสูตร–ตัณหาสูตร) ถามด้วยคำถามเดียวกันแต่คำตอบต่าง: จิตเป็นผู้นำพา ตัณหาก็เป็นผู้นำพา — สะท้อนความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างจิตและตัณหา
- SN 1.64–1.65 (สัญโญชน–พันธน) และ SN 1.67–1.68 (อุฑฑิต–ปิหิต) เป็นคู่ถามแบบเดียวกันสลับคำถามสุดท้าย — แสดงแนวสอนซ้ำเพื่อย้ำเนื้อหาจากมุมต่าง ๆ
- SN 1.70 โลกสูตร ปิดท้ายวรรคด้วยการชี้ อายตนะ 6 เป็นรากของการเกิด-ยึดถือ-เดือดร้อน — โยงเชื่อมกับpaticcasamuppada (ปฏิจจสมุปบาท)
- โยงกับ ชราวรรค และ ฆัตวาวรรค ในเทวตาสังยุตเดียวกัน