อันตวรรค (ขันธสังยุต)
วรรคที่ 1 ของจุลลปัณณาสก์ในขันธสังยุต (SN 22.103–22.112) — เปิดอุปริปัณณาสก์ ต่อจากปุปผวรรค ด้วย 10 สูตรที่แสดงขันธ์ 5 ผ่านโครงอริยสัจ 4 (สักกายะ-ทุกข์-ปริญญา-สมณะ-โสดาบัน-อรหันต์-ฉันทะ) นิทานสาวัตถีทั้งหมด สูตรส่วนใหญ่เป็นเปยยาลสั้น
๑. อันตสูตร (SN 22.103) — ข้อ ๒๗๔–๒๗๘
นิทาน: กรุงสาวัตถี
หลักสำคัญ — ส่วน (อันต) 4 อย่างที่เป็นสักกายะ:
- ข้อ ๒๗๔: ส่วน (อนฺตา) มี 4 คือ ส่วนคือสักกายะ / ส่วนคือสักกายสมุทัย / ส่วนคือสักกายนิโรธ / ส่วนคือข้อปฏิบัติให้ถึงสักกายนิโรธ
- ข้อ ๒๗๕: สักกายะ = อุปาทานขันธ์ 5 คือรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ
- ข้อ ๒๗๖: สักกายสมุทัย = ตัณหา 3 (กามตัณหา-ภวตัณหา-วิภวตัณหา)
- ข้อ ๒๗๗: สักกายนิโรธ = ความดับสำรอกตัณหาไม่เหลือ การสละ สลัดทิ้ง ปล่อยไป ไม่อาลัยใยดี
- ข้อ ๒๗๘: ข้อปฏิบัติ = อริยมรรคมีองค์ 8
- สูตรนี้ประกอบขันธ์ 5เข้ากับอริยสัจ 4 โดยใช้กรอบ “ส่วน”
๒. ทุกขสูตร (SN 22.104) — ข้อ ๒๗๙–๒๘๓
นิทาน: กรุงสาวัตถี
หลักสำคัญ — ขันธ์ 5 ผ่านกรอบอริยสัจ 4 โดยตรง:
- ข้อ ๒๗๙: ทรงแสดงทุกข์-สมุทัย-นิโรธ-มรรค
- ข้อ ๒๘๐: ทุกข์ = อุปาทานขันธ์ 5
- ข้อ ๒๘๑: ทุกขสมุทัย = ตัณหา 3 (กาม-ภว-วิภว)
- ข้อ ๒๘๒: ทุกขนิโรธ = ดับสำรอกตัณหาไม่เหลือ
- ข้อ ๒๘๓: ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา = อริยมรรคมีองค์ 8
๓. สักกายสูตร (SN 22.105) — ข้อ ๒๘๔–๒๘๘
นิทาน: กรุงสาวัตถี
หลักสำคัญ — สักกายะ 4 แง่ตามแนวอริยสัจ:
- ข้อ ๒๘๔–๒๘๘: ทรงแสดง สักกายะ คือ อุปาทานขันธ์ 5 / สักกายสมุทัย = ตัณหา 3 / สักกายนิโรธ = ดับตัณหา / สักกายนิโรธคามินีปฏิปทา = อริยมรรคมีองค์ 8
- เนื้อหาโครงเดียวกับอันตสูตร แต่ใช้คำว่า “สักกายะ” เป็นหัวเรื่องแทน “อันต”
๔. ปริญเญยยสูตร (SN 22.106) — ข้อ ๒๘๙–๒๙๒
นิทาน: กรุงสาวัตถี
หลักสำคัญ — ปริญเญยยธรรม / ปริญญา / ปริญญาตาวี:
- ข้อ ๒๘๙–๒๙๐: ปริญเญยยธรรม (ธรรมที่ควรกำหนดรู้) = ขันธ์ 5
- ข้อ ๒๙๑: ปริญญา (การกำหนดรู้) = ความสิ้นราคะ ความสิ้นโทสะ ความสิ้นโมหะ
- ข้อ ๒๙๒: ปริญญาตาวีบุคคล (ผู้กำหนดรู้แล้ว) = พระอรหันต์ผู้มีชื่ออย่างนี้ มีโคตรอย่างนี้
๕–๖. สมณสูตรที่ 1–2 (SN 22.107–22.108) — ข้อ ๒๙๓–๒๙๕
นิทาน: กรุงสาวัตถี
หลักสำคัญ — ผู้ควร/ไม่ควรยกย่องเป็นสมณพราหมณ์:
- สมณสูตรที่ 1 (ข้อ ๒๙๓–๒๙๔): ผู้ ไม่รู้ชัด คุณ โทษ อุบายสลัดออกแห่งอุปาทานขันธ์ 5 = ไม่ได้รับยกย่องเป็นสมณะหรือพราหมณ์ ไม่ทำให้แจ้งสามัญญผล-พรหมัญญผล / ผู้ รู้ชัด = ได้รับยกย่อง ทำให้แจ้งได้
- สมณสูตรที่ 2 (ข้อ ๒๙๕): เพิ่มเหตุเกิด-ความดับสูญ เป็นกรอบขยายจากสูตรที่ 1 (โครงเดียวกัน สั้น)
๗. โสตาปันนสูตร (SN 22.109) — ข้อ ๒๙๖
นิทาน: กรุงสาวัตถี
หลักสำคัญ — นิยามโสดาบัน:
- เพราะรู้ชัดเหตุเกิด ความดับสูญ คุณ โทษ อุบายสลัดออกแห่งอุปาทานขันธ์ 5 ตามจริง → เรียกว่า โสดาบัน ผู้มีการไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา ผู้เที่ยงแท้ ผู้จะตรัสรู้ในภายหน้า
๘. อรหันตสูตร (SN 22.110) — ข้อ ๒๙๗
นิทาน: กรุงสาวัตถี
หลักสำคัญ — นิยามพระอรหันต์:
- เพราะรู้แจ้งเหตุเกิด ความดับสูญ คุณ โทษ อุบายสลัดออกแห่งอุปาทานขันธ์ 5 แล้วหลุดพ้นเพราะไม่ยึดมั่น → เรียกว่า พระอรหันตขีณาสพ อยู่จบพรหมจรรย์ ทำกิจเสร็จ ปลงภาระแล้ว มีประโยชน์ตนบรรลุ มีภวสังโยชน์สิ้นแล้ว หลุดพ้นเพราะรู้โดยชอบ
๙–๑๐. ฉันทปหีนสูตรที่ 1–2 (SN 22.111–22.112) — ข้อ ๒๙๘–๒๙๙
นิทาน: กรุงสาวัตถี
หลักสำคัญ — ละฉันทะ-ราคะ-นันทิ-ตัณหาในขันธ์ทั้ง 5:
- ฉันทปหีนสูตรที่ 1 (ข้อ ๒๙๘): “จงละฉันทะ ราคะ นันทิ ตัณหา ในรูป… เวทนา… สัญญา… สังขาร… วิญญาณ” — สิ่งที่ละได้แล้ว “จักมีรากขาด ทำให้เป็นดังตาลยอดด้วน มีการไม่เกิดขึ้นต่อไปเป็นธรรมดา”
- ฉันทปหีนสูตรที่ 2 (ข้อ ๒๙๙): เพิ่ม “อุบาย (การเข้าถึง) อุปาทาน อันเป็นที่ตั้ง เป็นที่อยู่ประจำ เป็นที่อยู่อาศัยแห่งจิต” เข้าไปด้วย — เน้นว่าจิตไม่มีที่ตั้งในขันธ์แม้แต่น้อย
ความสำคัญของวรรค:
- วรรคนี้ซ้ำโครงสร้างอริยสัจ 4 กับขันธ์ 5 หลายมุม (อันต / ทุกข์ / สักกายะ / ปริญญา) แสดงว่าอริยสัจ 4และขันธ์ 5อธิบายซึ่งกันและกันโดยตรง
- โสตาปันนสูตร-อรหันตสูตรกำหนดนิยามชั้นอริยบุคคลด้วยเกณฑ์เดียวกัน: ระดับของการ”รู้ชัด”ขันธ์ 5
- ฉันทปหีนสูตร 1-2 แสดงผลปฏิบัติเชิงบวก: เมื่อฉันทราคะในขันธ์ถูกถอน รากก็ขาด ไม่งอกใหม่