ลาภสักการะและความสรรเสริญ (lābha-sakkāra-siloka) ทารุณ เผ็ดร้อน หยาบคาย เป็นอันตรายแก่การบรรลุธรรมอันเกษมจากโยคะซึ่งไม่มีธรรมอื่นยิ่งไปกว่า — นี่คือแก่นที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงย้ำซ้ำทุกสูตรในปฐมวรรคนี้ ปฐมวรรคประกอบด้วย 10 สูตร แต่ละสูตรใช้ อุปมาสัตว์และปรากฏการณ์ธรรมชาติ ที่ต่างกัน เพื่อแสดงว่าลาภสักการะนั้นดึงสัตว์ไว้ในอำนาจมาร ขัดขวางการบรรลุนิพพาน และนำไปสู่ความพินาศ ผู้ตั้งใจปฏิบัติจึงพึงละลาภสักการะที่เกิดขึ้น และไม่ยอมให้ครอบงำจิต


10 สูตรในปฐมวรรค

SN 17.1 สุทธกสูตร (ข้อ ๕๓๖–๕๓๗) — ลาภสักการะทารุณ

  • nidana: พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี
  • สาระ: ทรงตรัสตรงๆ ว่าลาภสักการะและความสรรเสริญเป็นอันตรายแก่การบรรลุธรรมอันเกษมจากโยคะ (=นิพพาน) พึงละและไม่ยอมให้ครอบงำจิต
  • หมายเหตุ: สูตรนี้ไม่มีอุปมา เป็นการแสดงตรงๆ เป็นฐานที่มาของ 9 สูตรที่เหลือ

SN 17.2 ทฬิสสูตร / พฬิสสูตร (ข้อ ๕๓๘–๕๔๑) — อุปมาเบ็ด

  • nidana: พระเชตวัน สาวัตถี
  • อุปมา: ปลาตัวหนึ่งเห็นแก่เหยื่อ กลืนเบ็ดที่พรานเบ็ดเกี่ยวเหยื่อหย่อนลงในห้วงน้ำลึก — ครั้นกลืนเบ็ดแล้วได้รับทุกข์ ถึงความพินาศ พรานเบ็ดพึงทำได้ตามความพอใจ
  • ความหมาย: “พรานเบ็ด” = มารใจบาป, “เบ็ด” = ลาภสักการะและความสรรเสริญ, ภิกษุที่ยินดีพอใจลาภสักการะที่เกิดขึ้น = ปลากลืนเบ็ด อันมารพึงทำได้ตามความพอใจ

SN 17.3 กุมมสูตร (ข้อ ๕๔๒–๕๔๔) — อุปมาเต่าถูกลูกดอกและเชือก

  • nidana: พระเชตวัน สาวัตถี
  • อุปมา: เต่าตัวหนึ่งไม่ฟังคำเตือนเข้าไปยังท้องถิ่นที่ห้ามไว้ ถูกนายพรานยิงด้วยลูกดอกมีเชือกติด — ครั้นกลับมาหาพวก เต่าตัวนั้นก็กล่าวว่า “เจ้าไม่ใช่พวกของเราแล้ว” เพราะมีเชือกของนายพรานติดอยู่
  • ความหมาย: “พราน” = มารใจบาป, “ลูกดอก” = ลาภสักการะและความสรรเสริญ, “เชือก” = นันทิราคะ (ความยินดีติดใจ), ภิกษุที่ยินดีลาภสักการะ = เต่าถูกมารทำได้ตามพอใจ

SN 17.4 ทีฆโลมสูตร (ข้อ ๕๔๕–๕๔๖) — อุปมาแกะขนยาวติดหนาม

  • nidana: พระเชตวัน สาวัตถี
  • อุปมา: แกะขนยาวเข้าไปสู่ชัฏหนาม ย่อมข้องอยู่ อันหนามเกี่ยวไว้ ติดอยู่ในที่นั้นๆ ได้รับทุกข์ถึงความพินาศในที่นั้นๆ
  • ความหมาย: ภิกษุที่ลาภสักการะครอบงำจิต เวลาเช้าออกบิณฑบาตยังบ้านหรือนิคม ย่อมข้องอยู่ อันปัจจัยเกี่ยวไว้ผูกไว้ในที่นั้นๆ ได้รับทุกข์ถึงความพินาศในที่นั้น

SN 17.5 เอฬกสูตร (ข้อ ๕๔๗–๕๔๘) — อุปมาแมลงวันกินขี้โอ้อวด

  • nidana: พระเชตวัน สาวัตถี
  • อุปมา: แมลงวันกินขี้เต็มท้อง ยังมีกองขี้ใหญ่อยู่ข้างหน้า ดูหมิ่นแมลงวันเหล่าอื่น
  • ความหมาย: ภิกษุที่ลาภสักการะครอบงำจิต ได้บิณฑบาตพอแก่ความต้องการ ยังได้รับนิมนต์วันถัดไป ก็ประกาศโอ้อวดดูหมิ่นภิกษุเหล่าอื่นผู้มีศีลเป็นที่รัก — ย่อมเป็นไปเพื่อสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ เพื่อทุกข์สิ้นกาลนาน

SN 17.6 อสนิสูตร (ข้อ ๕๔๙–๕๕๐) — อุปมาฟ้าผ่า (ขวานฟ้า)

  • nidana: พระเชตวัน สาวัตถี
  • อุปมา: ขวานฟ้าตกถูกใคร
  • ความหมาย: ลาภสักการะและความสรรเสริญย่อมตามถึงพระเสขะผู้ยังไม่บรรลุอรหัตผล คำว่า “ขวานฟ้า” = ลาภสักการะและความสรรเสริญ (อรรถกถาว่า: ฟ้าผ่าให้อัตภาพเดียวฉิบหาย แต่ผู้จิตติดลาภสักการะย่อมแสวงอนันตทุกข์ในนรกเป็นต้น)

SN 17.7 ทิฏฐิสูตร (ข้อ ๕๕๑–๕๕๒) — อุปมาลูกศรอาบยาพิษ

  • nidana: พระเชตวัน สาวัตถี
  • อุปมา: “อะไรแทงใครด้วยลูกศรคือทิฏฐิ”
  • ความหมาย: ลาภสักการะและความสรรเสริญย่อมตามถึงพระเสขะผู้ยังไม่บรรลุอรหัตผล คำว่า “ลูกศร” = ลาภสักการะและความสรรเสริญ (อรรถกถาขยาย: ทิฏฐิคเตน = ทิฏฐิ, วิเสน = กำซาบด้วยพิษ, สลฺเลน = ลูกศร)

SN 17.8 สิคาลสูตร (ข้อ ๕๕๓–๕๕๔) — อุปมาสุนัขจิ้งจอกแก่เป็นโรคเรื้อน

  • nidana: พระเชตวัน สาวัตถี
  • อุปมา: สุนัขจิ้งจอกแก่เป็นโรคอุกกัณณกะ (โรคเรื้อน) อยู่บนบกก็ไม่สบาย อยู่โคนไม้ก็ไม่สบาย อยู่ในที่แจ้งก็ไม่สบาย เดิน ยืน นั่ง นอนในที่ใดๆ ก็ไม่สบาย เป็นทุกข์ในที่นั้นๆ
  • ความหมาย: ภิกษุที่ลาภสักการะครอบงำจิต อยู่ในที่เรือนว่างก็ไม่สบาย อยู่ที่โคนไม้ก็ไม่สบาย อยู่ในที่แจ้งก็ไม่สบาย เดิน ยืน นั่ง นอนในที่ใดๆ ก็ไม่สบาย เป็นทุกข์ในที่นั้นๆ

SN 17.9 เวรัมภสูตร (ข้อ ๕๕๕–๕๕๖) — อุปมานกถูกลมเวรัมภาซัด

  • nidana: พระเชตวัน สาวัตถี
  • อุปมา: ลมชื่อว่าเวรัมภา (Verambhavāta) พัดอยู่ในอากาศเบื้องบน ซัดนกที่บินอยู่ — เมื่อถูกซัด เท้าไปทางหนึ่ง ปีกไปทางหนึ่ง ศีรษะไปทางหนึ่ง ตัวไปทางหนึ่ง
  • ความหมาย: ภิกษุที่ลาภสักการะครอบงำจิต ออกบิณฑบาตโดยไม่รักษากาย วาจา จิต ไม่ดำรงสติ ไม่สำรวมอินทรีย์ เห็นมาตุคามนุ่งห่มผ้าลับๆ ล่อๆ ราคะย่อมครอบงำจิต ย่อมลาสิกขาสึกออกมา เปรียบดังนกถูกลมเวรัมภาซัดจนแตกกระจาย

SN 17.10 สคัยหกสูตร (ข้อ ๕๕๗–๕๕๘) — ผลกรรมในปรโลก + คาถา

  • nidana: พระเชตวัน สาวัตถี
  • สาระ: ทรงแสดง 3 กรณี — (1) ผู้อันสักการะครอบงำจิต (2) ผู้อันความเสื่อมสักการะครอบงำจิต (3) ผู้อันทั้งสักการะและความเสื่อมสักการะครอบงำจิต — ทั้งสาม เมื่อตายไป เพราะกายแตกทำลาย ต้องเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก
  • คาถาปิดท้าย (ข้อ ๕๕๙): ทรงยกย่องผู้มีสมาธิหาประมาณมิได้ ไม่หวั่นไหวด้วยสักการะและความเสื่อมสักการะ เพ่งอยู่ ทำความเพียรต่อเนื่อง เห็นแจ้งด้วยทิฏฐิอย่างละเอียด ยินดีในนิพพานเป็นที่สิ้นอุปาทาน — บัณฑิตทั้งหลายเรียกว่า สัปปุรุษ

บทสรุป

ทุกสูตรในปฐมวรรคย้ำสูตรเดิมว่า “ลาภสักการะและความสรรเสริญ ทารุณ เผ็ดร้อน หยาบคาย เป็นอันตรายแก่การบรรลุธรรมอันเกษมจากโยคะซึ่งไม่มีธรรมอื่นยิ่งไปกว่า” และปิดท้ายด้วย “เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เราทั้งหลายจักละลาภสักการะและความสรรเสริญที่เกิดขึ้นแล้วเสีย และลาภสักการะและความสรรเสริญที่บังเกิดขึ้นแล้ว จักครอบงำจิตของเราทั้งหลายตั้งอยู่ไม่ได้”

ชุดอุปมาในสังยุตนี้มีลักษณะพิเศษ: ใช้ภาพสัตว์ติดกับ (ปลา เต่า แกะ แมลงวัน สุนัขจิ้งจอก) และภัยธรรมชาติ (ฟ้าผ่า ลูกศร ลมพายุ) เพื่อแสดงว่าลาภสักการะทำงานเหมือนบ่วงของมาร ดึงผู้ปฏิบัติออกจากเส้นทาง ผลร้ายทั้งในชาตินี้ (จิตฟุ้งซ่าน ดูหมิ่นผู้อื่น สึก) และปรโลก (อบาย ทุคติ นรก) สคัยหกสูตรสูตรสุดท้ายพลิกภาพ แสดงว่าผู้ ไม่หวั่นไหว ด้วยลาภสักการะก็ดี ความเสื่อมสักการะก็ดี มีสมาธิหาประมาณมิได้ — นั่นแลคือสัปปุรุษ

เชื่อมโยง: มาร, นิพพาน, ตัณหา, อุปาทาน, นรก, สาวัตถี, เชตวัน, อนาถบิณฑิก, กัสสปสังยุต