โอปมสังยุต (Opammasaṃyutta, SN 20) เป็นสังยุตที่ 8 ในนิทานวรรค สังยุตตนิกาย มี 12 สูตรในวรรคเดียว ทั้งหมดเป็นพระพุทธเจ้าตรัสที่เชตวัน กรุงสาวัตถี (ยกเว้น SN 20.8 ตรัสที่กูฏาคารศาลา ป่ามหาวัน เวสาลี) แก่ภิกษุทั้งหลาย แต่ละสูตรทรงใช้ อุปมา จากชีวิตประจำวัน (สัตว์ วัตถุ เหตุการณ์) นำไปสู่สาระธรรม — ส่วนใหญ่เน้นเมตตาเจโตวิมุตติ ความไม่ประมาท และการอนุรักษ์พระสัทธรรม


SN 20.1 กูฏาคารสูตร (ข้อ ๖๖๒)

สถานที่: เชตวัน กรุงสาวัตถี

  • อุปมา: กลอนทุกอันของเรือนยอดรวมที่ยอด เมื่อรื้อยอด กลอนทั้งหมดย่อมถูกรื้อ
  • สาระ: อกุศลธรรมทั้งปวงมีอวิชชาเป็นมูล ประชุมกันที่อวิชชา — เมื่อถอนอวิชชา อกุศลทั้งหมดย่อมถูกถอน
  • ทรงให้ภิกษุศึกษาว่า “เราจักเป็นผู้ไม่ประมาท”

SN 20.2 นขสิขสูตร (ข้อ ๖๖๓–๖๖๔)

สถานที่: เชตวัน กรุงสาวัตถี

  • อุปมา: ฝุ่นที่ช้อนขึ้นด้วยปลายพระนขา (เล็บ) เทียบมหาปฐพี — ฝุ่นนั้นน้อยนิดเหลือเกิน
  • สาระ: สัตว์ที่จุติจากมนุษย์แล้วกลับมาเกิดเป็นมนุษย์มีน้อยเหมือนฝุ่นปลายเล็บ สัตว์ที่ไปเกิดในกำเนิดอื่น (อบาย) มีมากเหมือนมหาปฐพี
  • ทรงให้ภิกษุศึกษาว่า “เราจักเป็นผู้ไม่ประมาท”

SN 20.3 กุลสูตร (ข้อ ๖๖๕–๖๖๖)

สถานที่: เชตวัน กรุงสาวัตถี

  • อุปมา: ตระกูลที่มีสตรีมาก บุรุษน้อย ถูกโจรผู้ขโมยด้วยหม้อปล้นได้ง่าย ตรงข้ามกับตระกูลที่มีบุรุษมาก สตรีน้อย
  • สาระ: ภิกษุที่ไม่เจริญเมตตาเจโตวิมุตติถูกอมนุษย์กำจัดได้ง่าย ผู้เจริญเมตตาเจโตวิมุตติ กระทำให้มาก ให้มั่นคง สั่งสม — อมนุษย์กำจัดไม่ได้

SN 20.4 โอกขาสูตร (ข้อ ๖๖๗)

สถานที่: เชตวัน กรุงสาวัตถี

  • อุปมา: ผู้ให้ทานหม้อข้าวใหญ่ 100 หม้อทั้งเช้า เที่ยง เย็น (วันละ 300 หม้อ)
  • สาระ: ผู้เจริญเมตตาจิตแม้เพียง “ชั่วการหยดน้ำนมแห่งแม่โค” ในเวลาเดียวกัน ยังมีผลมากกว่าทานนั้น — เมตตาภาวนาแม้ชั่วขณะมีอานิสงส์เหนือทานมหาศาล

SN 20.5 สัตติสูตร (ข้อ ๖๖๘–๖๖๙)

สถานที่: เชตวัน กรุงสาวัตถี

  • อุปมา: หอกคม — บุรุษอ้างว่าจักงอ พับ ม้วนด้วยฝ่ามือ ย่อมเป็นไปไม่ได้ บุรุษนั้นได้แต่ความเหน็ดเหนื่อย
  • สาระ: ถ้าอมนุษย์จะทำจิตของภิกษุผู้เจริญเมตตาเจโตวิมุตติ ให้ฟุ้งซ่าน อมนุษย์นั้นก็ได้แต่ความเหน็ดเหนื่อยเหมือนกัน — เมตตาเป็นเกราะป้องกันอมนุษย์

SN 20.6 ธนุคคหสูตร (ข้อ ๖๗๐–๖๗๑)

สถานที่: เชตวัน กรุงสาวัตถี

  • อุปมา: นายขมังธนู 4 คนยิงลูกธนูจาก 4 ทิศ บุรุษเร็วที่สุดก็ไม่อาจรับลูกธนูทั้ง 4 ได้ทัน
  • สาระ: ความเร็วของพระจันทร์-พระอาทิตย์เร็วกว่าบุรุษ เทวดาที่แล่นนำหน้าเร็วกว่าพระจันทร์-อาทิตย์ แต่ อายุสังขารสิ้นไปเร็วกว่านั้น — พึงไม่ประมาท

SN 20.7 อาณีสูตร (อาณีตสูตร) (ข้อ ๖๗๒–๖๗๓) — สูตรสำคัญ

สถานที่: เชตวัน กรุงสาวัตถี

  • อุปมา: ตะโพนอานกะของพวกกษัตริย์ทสารหะ เมื่อแตก ถูกตอกลิ่มใหม่จนโครงเก่าหายไป เหลือแต่โครงลิ่ม — เสียงย่อมเสื่อม
  • สาระ: ทรงพยากรณ์ว่า ในอนาคต ภิกษุจักไม่ปรารถนาฟังพระสูตรที่ตถาคตภาษิต อันลึก มีอรรถลึก เป็นโลกุตตระ ประกอบด้วยสุญญตธรรม — แต่จักปรารถนาฟังสูตรที่นักปราชญ์รจนา (กวีแต่ง) มีอักษรวิจิตร เป็นของภายนอก เป็นสาวกภาษิต — พระสูตรตถาคตภาษิตจักอันตรธาน
  • ทรงให้ภิกษุตั้งใจศึกษาพระสูตรอันลึกที่ตถาคตภาษิต
  • โยง: saddhamma (พระสัทธรรม), sunnata (สุญญตา)

SN 20.8 กลิงครสูตร (ข้อ ๖๗๔–๖๗๖)

สถานที่: กูฏาคารศาลา ป่ามหาวัน เวสาลี (ต่างจากสูตรอื่นในสังยุตนี้)

  • อุปมา: กษัตริย์ลิจฉวีในปัจจุบันไม่ประมาท ขยันฝึกซ้อมศิลปะ หนุนศีรษะและเท้าที่ท่อนไม้ตะเคียน — พระเจ้าอชาตศัตรูไม่ได้ช่อง แต่ถ้าในอนาคตลิจฉวีสุขุมาลชาติ นอนนิ่มจนสาย พระเจ้าอชาตศัตรูย่อมได้ช่อง
  • สาระ: ภิกษุที่ไม่ประมาท มีความเพียร ทรงหมอนท่อนไม้ (หมายถึงใช้ชีวิตอย่างเคร่งครัด) — มารผู้มีบาปย่อมไม่ได้ช่อง แต่ถ้าในอนาคตภิกษุสุขุมาลชาตินอนบนฟูกหนา มารย่อมได้ช่อง

SN 20.9 นาคสูตร (ข้อ ๖๗๗–๖๗๙)

สถานที่: เชตวัน กรุงสาวัตถี (เหตุ: ภิกษุใหม่เข้าสกุลเกินเวลา)

  • อุปมา: ช้างใหญ่ลงสระถอนเหง้าบัว ล้างดีแล้วจึงกิน ไม่เป็นอันตราย — ลูกช้างเล็กสำเหนียกตาม แต่กินทั้งเปือกตม ย่อมเป็นอันตราย
  • สาระ: ภิกษุเถระเข้าสกุลเพื่อบิณฑบาต กล่าวธรรม ไม่กำหนัด ไม่หมกมุ่น มีปัญญาสลัดออก — ย่อมเป็นไปเพื่อวรรณะและกำลัง ส่วนภิกษุใหม่ที่เอาอย่างแต่กำหนัด หมกมุ่น ไม่มีปัญญาสลัดออก — ย่อมเป็นอันตราย (เสมือนช้างน้อยกินเปือกตม)

SN 20.10 วิฬารสูตร (ข้อ ๖๘๐–๖๘๒)

สถานที่: เชตวัน กรุงสาวัตถี (เหตุ: ภิกษุเที่ยวสกุลเกินเวลา ไม่พอใจเมื่อถูกว่า)

  • อุปมา: แมวยืนคอยจับลูกหนูในกองขยะ พอจับได้รีบกลืน ลูกหนูกัดไส้แมว แมวย่อมตายหรือทุกข์ปางตาย
  • สาระ: ภิกษุที่ไม่สำรวมกาย วาจา จิต ไม่มีสติ ไม่สำรวมอินทรีย์ เห็นมาตุคามนุ่งห่มลับล่อ ราคะย่อมรบกวนจิต — ชื่อว่า “เข้าถึงความตายในอริยวินัย” (ลาสิกขา) หรือต้องอาบัติ (ทุกข์ปางตาย)

SN 20.11 ปฐมสิคาลสูตร (ข้อ ๖๘๓–๖๘๔)

สถานที่: เชตวัน กรุงสาวัตถี

  • อุปมา: สุนัขจิ้งจอกแก่เป็นโรคเรื้อน อยากไปไหนก็ไป อยากยืน นั่ง นอนที่ไหนก็ได้ ลมเย็นพัดมาก็รำเพยให้
  • สาระ: ภิกษุผู้ปฏิญาณว่าเป็นศากยบุตร ได้เสวยการได้เฉพาะซึ่งอัตภาพแม้เห็นปานนี้ (คือมีอิสรภาพในชีวิตสงฆ์) เป็นการดีอย่างยิ่ง — พึงไม่ประมาท
  • (อรรถกถาชี้ว่าหมายถึงพระเทวทัต)

SN 20.12 ทุติยสิคาลสูตร (ข้อ ๖๘๕)

สถานที่: เชตวัน กรุงสาวัตถี

  • อุปมา: สุนัขจิ้งจอกแก่นั้นยังมีความกตัญญูกตเวทีบางอย่าง (อรรถกถาเล่าเรื่องจิ้งจอกคาบมีดช่วยชีวิตน้องชายที่ถูกงูรัด)
  • สาระ: สุนัขจิ้งจอกแก่ยังมีความกตัญญูกตเวที แต่ภิกษุบางรูปผู้ปฏิญาณว่าเป็นศากยบุตรกลับไม่มี — ทรงให้ภิกษุศึกษาว่า “เราจักเป็นผู้กตัญญู กตเวที อุปการะแม้น้อยจักไม่เสื่อมหาย”

ความสำคัญ / โยง

  • โอปมสังยุตมีธรรมสำคัญ 2 กลุ่มหลัก: (1) เมตตาเจโตวิมุตติ — SN 20.3–20.5 เน้นว่าเมตตาป้องกันอมนุษย์ได้ และ SN 20.4 ชี้ว่าเมตตาแม้ชั่วขณะมีอานิสงส์เหนือทานมหาศาล; (2) ความไม่ประมาท (appamāda) — SN 20.1–20.2, 20.6, 20.8, 20.11 เน้นซ้ำๆ ว่า “จักเป็นผู้ไม่ประมาท”
  • SN 20.7 อาณีสูตร เป็นสูตรที่โดดเด่นที่สุด — ทรงพยากรณ์ล่วงหน้าว่าพระสูตรลึก (โลกุตตระ สุญญตะ) จักเสื่อมหาย เพราะภิกษุในอนาคตหันไปนิยมสูตรที่กวีแต่ง เหมือนกลองอานกะที่ถูกตอกลิ่มจนโครงเสียงเดิมหายไป — สอดคล้องกับ SN 16.13 (กัสสปสังยุต) เรื่องสัทธรรมปฏิรูป
  • SN 20.8 ตั้งอยู่ที่เวสาลี ผิดจากสูตรอื่นในสังยุต โยงกับกษัตริย์ลิจฉวีและพระเจ้าอชาตศัตรู
  • โยง: metta (เมตตา), avijja (อวิชชา), appamada (ความไม่ประมาท), mara (มาร), saddhamma (พระสัทธรรม)