อุทาน
คัมภีร์ที่ 3 ของขุททกนิกาย — พุทธอุทาน 80 สูตร 95 คาถา จัดเป็น 8 วรรค คือถ้อยคำที่พระพุทธเจ้าทรงเปล่งออกมาด้วยพระหฤทัยอิ่มเปี่ยม (ปีติ-โสมนัส) หรือสังเวช เมื่อทรงประสบเหตุการณ์สำคัญ — ไม่ใช่พระสูตรที่แสดงตามคำถาม แต่เป็นอุทานจากภายใน ก่อนออกสู่วจีทวาร
| # | วรรค (ปาลี) | สูตรเด่น / สาระ |
|---|---|---|
| 1 | โพธิวรรค (Bodhivagga) 10 สูตร | ปฐมโพธิสูตร–ตติยโพธิสูตร: อุทาน[[paticcasamuppada (ปฏิจจสมุปบาท) |
| 2 | มุจจลินทวรรค (Mucalindavagga) 10 สูตร | พญานาคมุจจลินท์ขดป้องฝนคลุมพระองค์ 7 วัน · อุทาน “สุขของผู้สงบ ผู้ได้ฟังธรรม เป็นสุข ความไม่พยาบาทในโลกเป็นสุข ความไม่ยึดติดในกาม เป็นสุขอย่างยิ่ง” · เรื่องพวกอัญญเดียรถีย์ปริพาชกไม่อาจทนสักการะ |
| 3 | นันทวรรค (Nandavagga) 10 สูตร | **[[nanda (พระนันทะ) |
| 4 | เมฆิยวรรค (Meghiyavagga) 10 สูตร | พระเมฆิยะรีบไปบำเพ็ญในอัมพวัน แต่จิตฟุ้งซ่าน — พระพุทธเจ้าตรัส 5 ธรรมบ่มเจโตวิมุตติ (กัลยาณมิตร ศีล สุตะ วิริยะ ปัญญา) · เรื่องนางสุนทรีปริพาชิกาที่เดียรถีย์ส่งไปกล่าวหา |
| 5 | โสณเถรวรรค (Soṇattheravagga, บาลี: มหาวรรค) 10 สูตร | ราชสูตร: พระเจ้าปเสนทิโกศลกับพระนางมัลลิกา “สัตว์ทั้งหลายรักตนยิ่งกว่าสิ่งอื่น ผู้รักตนจึงไม่ควรเบียดเบียนผู้อื่น” · [[mahakassapa (พระมหากัสสปะ) |
| 6 | ชัจจันธวรรค (Jaccandhavagga) 10 สูตร | อุปมาคนตาบอดแต่กำเนิดคลำช้าง: เดียรถีย์ต่างลัทธิต่างเห็นธรรมเพียงบางส่วน แล้วทะเลาะกันว่าตนเห็นถูก — “พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสังเวชพระทัยเพราะการทะเลาะของพวกคนตาบอดแต่กำเนิดนั้น” · นางสุนทรีปริพาชิกา (ต่อเนื่อง) |
| 7 | จูฬวรรค (Cūḷavagga) 10 สูตร | ภัททิยสูตร: พระภัททิยะเปล่ง “อโห สุขํ อโห สุขํ (โอ สุขหนอ สุขหนอ)” · สูตรว่าด้วย[[nibbana (นิพพาน) |
| 8 | ปาฏลิคามิยวรรค (Pāṭaligāmiyavagga) 10 สูตร | เสด็จปาฏลิคาม (ต้นเหตุพระนครปาฏลีบุตร — เทวดาพันๆ ย่อมรักษาพื้นที่ที่จักสร้างเมือง) · อุทานเรื่องนิพพาน 4 สูตร: “อตฺถิ ภิกฺขเว ตทายตนํ — มีอยู่ ภิกษุทั้งหลาย อายตนะที่ดิน น้ำ ไฟ ลม ย่อมไม่หยั่งลง” (นิพพานธาตุ) · ช่วงต้นมหาปรินิพพาน: นายจุนทะถวายบิณฑบาตครั้งสุดท้าย |
ความสำคัญ:
- อุทานเป็นสาขาหนึ่งในนวังคสัตถุสาสน์ (องค์ที่ 5) — แตกต่างจากพระสูตรทั่วไปตรงที่ไม่ได้เกิดจากคำถาม แต่เกิดจากพระหฤทัยปีติหรือสังเวชโดยตรง
- พาหิยสูตร เป็นหนึ่งในพระสูตรที่กระชับที่สุดในพระไตรปิฎก — สอนการ “เห็นสักว่าเห็น” โดยตรง ซึ่งนักวิชาการเชื่อมกับแนวทางสติปัฏฐาน
- ปาฏลิคามิยวรรคมีอุทานว่าด้วยนิพพานธาตุที่ละเอียดที่สุดในพระไตรปิฎก — บรรยายนิพพานในแง่ “อายตนะที่ปัจจัยทั้งหมดไม่หยั่งลง” ซึ่งเชื่อมกับปฏิจจสมุปบาทฝ่ายดับ