พหุธาตุกสูตร (Bahudhatuka Sutta)

พระพุทธเจ้าตรัสตอบพระอานนท์ ที่เชตวัน เมืองสาวัตถี — ว่าด้วย ธาตุหลายอย่าง และเหตุที่เรียกภิกษุว่า “บัณฑิต”

  • เปิดด้วยหลัก: ภัย อุปัทวะ อุปสรรค ทั้งปวงเกิดแต่คนพาล ไม่เกิดแต่บัณฑิต (อุปมาไฟไหม้เรือนหญ้าลามถึงเรือนยอด) → จึงพึงศึกษาเพื่อเป็นบัณฑิต
  • ภิกษุชื่อว่า บัณฑิต มีปัญญาพิจารณา เพราะ ฉลาดใน 4 อย่าง: (1) ธาตุ (2) อายตนะ (3) ปฏิจจสมุปบาท (4) ฐานะและอฐานะ
  • ฉลาดในธาตุ — รู้ธาตุหลายชุด:
    • ธาตุ 18: จักขุ-รูป-จักขุวิญญาณ … มโน-ธรรมารมณ์-มโนวิญญาณ (อายตนะ×3)
    • ธาตุ 6: ดิน น้ำ ไฟ ลม อากาศ วิญญาณ
    • ธาตุ 6 (เวทนา): สุข ทุกข์ โสมนัส โทมนัส อุเบกขา อวิชชา
    • ธาตุ 6 (ออกจากกิเลส): กาม-เนกขัมมะ, พยาบาท-ไม่พยาบาท, เบียดเบียน-ไม่เบียดเบียน
    • ธาตุ 3: กามธาตุ รูปธาตุ อรูปธาตุ
    • ธาตุ 2: สังขตธาตุ–อสังขตธาตุ
  • ฉลาดในอายตนะอายตนะภายใน-ภายนอกอย่างละ 6
  • ฉลาดในปฏิจจสมุปบาท — รู้สายเกิด-สายดับ (“เมื่อเหตุนี้มี ผลนี้จึงมี…”)
  • ฉลาดในฐานาฐานะ (สิ่งที่เป็นไปได้-เป็นไปไม่ได้): ผู้ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิ (อริยบุคคล) เป็นไปไม่ได้ที่จะ — เห็นสังขารว่าเที่ยง/เป็นสุข, เห็นธรรมว่าเป็นอัตตา, ปลงชีวิตมารดา-บิดา-พระอรหันต์, ทำโลหิตพระพุทธเจ้าให้ห้อ, ทำสงฆ์ให้แตก ฯลฯ — แต่ปุถุชนเป็นไปได้
  • พระอานนท์ทูลขอชื่อ → ทรงให้ชื่อว่า “พหุธาตุกะ / ธรรมาทาส (แว่นธรรม) / อมตทุนทุภี” เป็นต้น
  • ความสำคัญ: รวมหมวดธาตุครบที่สุดในมัชฌิมนิกาย และเป็นที่มาของหลัก ฐานาฐานะ (อริยบุคคลทำอนันตริยกรรมไม่ได้)