อินทริยภาวนาสูตร (มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ สฬายตนวรรค สูตรที่ 152)
พระพุทธเจ้าประทับที่ป่าไผ่ ในนิคมกัชชังคลา — อุตตรมาณพ ศิษย์ของปาราสิริยพราหมณ์ เข้าเฝ้า ทรงถามเรื่องการเจริญอินทรีย์ตามคำสอนของอาจารย์ แล้วทรงแสดงการเจริญอินทรีย์ในวินัยพระอริยะที่แท้จริง
สาระสำคัญ
- วิธีของปาราสิริยพราหมณ์ (ผิด): “อย่าเห็นรูปด้วยจักษุ อย่าได้ยินเสียงด้วยโสต” — ทรงตรัสว่าถ้าเช่นนั้นต้องเป็นคนตาบอด-หูหนวก อุตตรมาณพนั่งนิ่งเก้อเขิน
- การเจริญอินทรีย์ไม่มีวิธีอื่นยิ่งกว่าในวินัยพระอริยะ (แท้จริง) — ทรงแสดงแก่พระอานนท์ (ข้อ ๘๕๖–๘๖๑):
- เมื่อเห็นรูปด้วยจักษุเกิดความชอบใจ/ไม่ชอบใจ/ทั้งสอง — ภิกษุรู้ว่าสิ่งนั้นเป็นสังขตะ หยาบ อาศัยกันเกิดขึ้น “ยังมีสิ่งที่ละเอียด ประณีต คืออุเบกขา” → ดับความชอบใจ-ไม่ชอบใจนั้นเสีย อุเบกขาดำรงมั่น ได้เร็วพลันทันที
- เช่นเดียวกันสำหรับ เสียง (โสต) / กลิ่น (ฆานะ) / รส (ชิวหา) / โผฏฐัพพะ (กาย) / ธรรมารมณ์ (มโน) ครบทั้ง 6 ทาง
- อุปมา 6 ข้อ: กระพริบตา / ดีดนิ้ว / หยาดน้ำบนใบบัว / ถ่มเขฬะปลายลิ้น / เหยียด-คู้แขน / น้ำหยดในกะทะเหล็กร้อน
- พระเสขะผู้ยังปฏิบัติอยู่ (ข้อ ๘๖๒): เมื่อกระทบอารมณ์เกิดความชอบใจ/ไม่ชอบใจ → อึดอัด เบื่อหน่าย เกลียดชังสิ่งที่เกิดขึ้น (ยังไม่ถึงอุเบกขาทันที)
- พระอริยะผู้เจริญอินทรีย์แล้ว (ข้อ ๘๖๓–๘๖๔): เมื่อกระทบอารมณ์ปฏิกูล/อปฏิกูล → ปรับสัญญาได้ตามต้องการ 5 แบบ (สำคัญสิ่งปฏิกูลว่าไม่ปฏิกูล / สำคัญไม่ปฏิกูลว่าปฏิกูล / ปรับทั้งสอง / วางอุเบกขา) ด้วยสติสัมปชัญญะ
- โอวาทจบสูตร (ข้อ ๘๖๕): “นั่นโคนไม้ นั่นเรือนว่าง เธอทั้งหลายจงเพ่งฌาน อย่าประมาท อย่าเดือดร้อนในภายหลัง”
ความสำคัญและโยง
- สูตรสุดท้าย (152) ของมัชฌิมนิกาย — ปิดจบด้วยหัวใจของอายตนะ 6 และอุเบกขา ซึ่งเป็นเส้นด้ายเชื่อมสฬายตนวรรคตลอดทั้งวรรค
- วิธีเจริญอินทรีย์แบบ “ปรับสัญญา” ของพระอริยะ (ข้อ ๘๖๓) โยงกับนครวินเทยยสูตร (150) — ผู้ที่สำเร็จแล้วคือผู้ปราศจากราคะ-โทสะ-โมหะในอายตนะ
- อุตตรมาณพปรากฏเฉพาะสูตรนี้; ปาราสิริยพราหมณ์เป็นพราหมณ์ฝ่ายเดิม คนละสายกับคณะพุทธ
- โยงกับปิณฑปาตปาริสุทธิสูตร (151) — ทั้งสองสูตรว่าด้วยการปฏิบัติต่ออายตนะอย่างมีสติ และโยงกับอินทรีย์ 5 ในฐานะโพธิปักขิยธรรม