ลฑุกิโกปมสูตร (มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ สูตรที่ ๖๖ — อุปมานางนกมูลไถ / โทษเล็กน้อยกับการละ)

ที่อาปณนิคม แคว้นอังคุตตราปะ — พระอุทายีระลึกได้ว่าพระพุทธเจ้าทรงนำเหตุแห่งทุกข์ออก นำเหตุแห่งสุขเข้ามา ด้วยการให้เลิก วิกาลโภชน์ (ฉันผิดเวลา/กลางคืน)

เดิมเคยเสียดาย แต่ภายหลังเห็นคุณ

ตอนแรกอุทายีน้อยใจที่ต้องเลิกฉันกลางวัน-กลางคืน (อาหารกลางคืนรสดีกว่า) แต่ระลึกถึงโทษของการบิณฑบาตค่ำมืด: ตกบ่อ ลงหลุมโสโครก เหยียบโคหลับ เจอโจร, หญิงคนหนึ่งเห็นในแสงฟ้าแลบนึกว่าปีศาจตกใจร้อง → จึงเห็นว่าการเลิกเป็นคุณ

โทษเล็กน้อย: หนักหรือเบาขึ้นกับใจผู้ปฏิบัติ

  • โมฆบุรุษ (ไม่ใคร่ในสิกขา): เมื่อให้ละโทษเล็กน้อย กลับบ่นว่า “สมณะนี้ขัดเกลาหนักไป” ไม่ยอมละ → โทษเล็กน้อยนั้นกลับเป็นเครื่องผูกแข็งแรง (อุปมานางนกมูลไถที่ติดบ่วงเถาวัลย์เล็กๆ ก็ดิ้นไม่หลุด)
  • ผู้ใคร่ในสิกขา: ยอมละทันทีด้วยความเคารพ → โทษเล็กน้อยเป็นเครื่องผูกอ่อน ขาดง่าย (อุปมาช้างต้นสะบัดเชือกขาดง่ายดาย)

ความสามารถสละขึ้นกับ “ใจ” ไม่ใช่ “ของ”

  • คนจนผูกพันกระต๊อบโทรม-เมียขี้เหร่ กลับสละไม่ได้ (ของเล็กน้อย = เครื่องผูกแข็ง)
  • คนมั่งมีสละทองร้อยแท่ง-ที่นา-ทาส ออกบวชได้ง่าย (ของมาก = เครื่องผูกอ่อน)
    → พลังการสละอยู่ที่ความใคร่ในสิกขา/ฉันทะ ไม่ใช่ปริมาณสิ่งที่ต้องละ

บุคคล 4 จำพวก (ละอุปธิ vs ความดำริครอบงำ)

จัดตามว่าปฏิบัติเพื่อละอุปธิแล้ว “ความดำริที่ประกอบด้วยอุปธิ” ครอบงำได้ไหม + ละได้ไหม:

  1. ถูกครอบงำ + ไม่ละ → ยังมีกิเลสผูก
  2. ถูกครอบงำ + ละได้ → คลายกิเลส
    3-4. (ต่อด้วยผู้เข้าฌาน-อรูป-นิโรธ ละความดำริได้สนิท → หลุดพ้น) — ต่างกันที่ความแก่กล้าของอินทรีย์

ความสำคัญ

  • หลัก “กฎเล็กๆ ไม่ใช่ภาระสำหรับผู้ใคร่ในธรรม” — ปัญหาไม่ใช่ตัวสิกขาบท แต่ที่ทัศนคติต่อการขัดเกลา
  • ชี้คุณค่าของเนกขัมมะ (สุขจากการสละ) ว่าเหนือกว่าสุขจากการเสพ — เทียบปาสราสิสูตร