มหาทุกขักขันธสูตร (มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ สูตรที่ ๑๓)
พระพุทธเจ้า ทรงแสดงที่พระเชตวัน เมืองสาวัตถี ตอบข้อที่อัญญเดียรถีย์อ้างว่า “เราก็บัญญัติการกำหนดรู้กาม-รูป-เวทนาได้เหมือนพระสมณโคดม ต่างกันตรงไหน?”
ความต่างที่แท้: ต้องตอบ 3 ด้านให้ครบ
เดียรถีย์อ้างว่ารู้กาม-รูป-เวทนาเท่ากัน แต่จะ ตอบไม่ได้ ถ้าถูกถามว่าอะไรคือ คุณ (อัสสาทะ) / โทษ (อาทีนวะ) / การถ่ายถอน (นิสสรณะ) ของแต่ละอย่าง — มีแต่ตถาคตและสาวกเท่านั้นที่ตอบครบ
กาม
- คุณ: สุขโสมนัสที่อาศัย กามคุณ 5 (รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ที่น่าใคร่)
- โทษ: กองทุกข์ที่ “มีกามเป็นเหตุ” — ทำมาหากินตรากตรำแล้วไม่ได้ผล/ได้แล้วต้องคอยรักษาแล้วสูญ, ทะเลาะวิวาท (พ่อ-ลูก พี่-น้อง กษัตริย์-กษัตริย์), สงคราม, ลักทรัพย์ถูกลงโทษทรมาน, ประพฤติทุจริตกาย-วาจา-ใจ → ตายไปสู่ทุคติ
- การถ่ายถอน: กำจัด ฉันทราคะ ในกาม ละเสียได้
รูป
- คุณ/โทษ: ยกอุปมาหญิงสาวงาม (คุณ) → แก่ชรา เจ็บป่วย ตาย เน่าเปื่อยเป็นซากศพ (โทษ ความไม่เที่ยงของรูป)
- การถ่ายถอน: กำจัดฉันทราคะในรูป
เวทนา
- คุณ: ภิกษุบรรลุ ฌาน ไม่คิดเบียดเบียนตน-ผู้อื่น เสวยเวทนาที่ไม่มีการเบียดเบียน = คุณสูงสุดของเวทนา
- โทษ: เวทนาไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา
- การถ่ายถอน: กำจัดฉันทราคะในเวทนา
ความสำคัญ
วางกรอบ อัสสาทะ-อาทีนวะ-นิสสรณะ เป็นเครื่องมือมองทุกสิ่งให้ครบด้าน (ไม่ใช่แค่เห็นโทษอย่างเดียวจนเกลียด หรือเห็นแต่คุณจนติด) คู่กับ จูฬทุกขักขันธสูตร (สูตรที่ 14)
ที่อ้างอิง
มมร เล่ม 18 (มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ สีหนาทวรรค) ข้อ ๑๙๔–๒๐๒ | ม.มู. ๑๒
แหล่งสรุป: แหล่ง-มหาทุกขักขันธสูตร