จูฬทุกขักขันธสูตร (มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ สูตรที่ ๑๔)
พระพุทธเจ้า ทรงแสดงแก่ เจ้ามหานามศากยะ ที่นิโครธาราม เมืองกบิลพัสดุ์ เป็นฉบับย่อของ มหาทุกขักขันธสูตร
ทำไมโลภ-โกรธ-หลงยังครอบงำ
มหานามถามว่า ทั้งที่รู้ว่าโลภะ-โทสะ-โมหะเป็นอุปกิเลส ทำไมยังครอบงำจิตได้เป็นครั้งคราว? ทรงตอบว่า เพราะยัง ละธรรม (ราคะในกาม) ไม่ได้เด็ดขาดในภายใน — และจุดสำคัญคือ แค่เห็นโทษของกามด้วยปัญญายังไม่พอ ต้องบรรลุปีติสุขจากฌาน (หรือกุศลที่สงบกว่า) ด้วย จึงจะไม่เวียนกลับมาหากาม (พระองค์เองก่อนตรัสรู้ก็เป็นเช่นนี้)
คุณ-โทษ-การถ่ายถอนของกาม (ย่อ)
- คุณ: สุขโสมนัสจาก กามคุณ 5
- โทษ: กองทุกข์มีกามเป็นเหตุ (ทำมาหากินตรากตรำ, วิวาทกันทุกระดับ, สงคราม, ปล้นชิง-ถูกลงโทษทรมาน, ทุจริต→ทุคติ)
- การถ่ายถอน: กำจัดฉันทราคะในกาม
โต้กับนิครนถ์ (เชน) เรื่องตบะล้างกรรมเก่า
ทรงเล่าเหตุการณ์ที่กาฬศิลา ภูเขาอิสิคิลิ: นิครนถ์ถือยืนเป็นวัตร เสวยทุกขเวทนาแรงกล้า เชื่อว่า “ตบะทำกรรมเก่าให้สิ้น + ไม่ทำกรรมใหม่ = สิ้นทุกข์” ทรงซักว่า พวกท่าน (1) รู้ไหมว่าอดีตเคยมี? (2) เคยทำบาปไหม? (3) ทำบาปอะไร? (4) สลัดทุกข์ไปเท่าไรแล้ว เหลือเท่าไร? — นิครนถ์ตอบ “ไม่รู้” ทุกข้อ จึงเป็นการทรมานตนโดยไม่รู้ผล
สุขไม่ได้มาด้วยทุกข์เสมอไป
นิครนถ์อ้างว่า “สุขต้องได้ด้วยทุกข์ (ตบะ) พระเจ้าพิมพิสารยังสุขน้อยกว่าพระโคดม” ทรงหักด้วยคำถาม: พระเจ้าพิมพิสารนั่งนิ่งเสวยสุขล้วน 7 วัน 7 คืนได้ไหม? — ไม่ได้ แต่พระองค์ (ด้วยฌาน) ทำได้ จึงทรงอยู่เป็นสุขกว่า → ความสุขที่แท้มาจากสมาธิ ไม่ใช่จากการทรมานตน
ความสำคัญ
เชื่อม ตบะ: ตอกย้ำจุดยืนปฏิเสธอัตตกิลมถานุโยค (ทรมานตน) และชี้ว่าฌานสุขคือทางที่ถูก
ที่อ้างอิง
มมร เล่ม 18 (มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ สีหนาทวรรค) ข้อ ๒๐๙–๒๒๐ | ม.มู. ๑๒
แหล่งสรุป: แหล่ง-จูฬทุกขักขันธสูตร