มหากัจจานภัทเทกรัตตสูตร (Mahākaccānabhaddekaratta Sutta)
เกิดที่พระวิหารตโปทาราม เขตพระนครราชคฤห์ — พระพุทธเจ้าตรัสคาถาภัทเทกรัตตะแก่พระสมิทธิแล้วเสด็จเข้าวิหาร ภิกษุทั้งหลายไม่อาจขยายความได้ จึงไปหาพระมหากัจจานะ ท่านขยายวิภังค์ด้วยกรอบ อายตนะ 6 แล้วพระพุทธเจ้าทรงรับรอง สูตรที่ 3 ในชุด ภัทเทกรัตตะ 4 สูตร
สถานการณ์
- ตอนใกล้รุ่ง พระสมิทธิลุกขึ้นไปยังสระตโปทะ ขณะยืนผึ่งตัว มีเทวดามีรัศมีงามมาถาม “ท่านทรงจำอุเทศและวิภังค์ของผู้มีราตรีหนึ่งเจริญได้ไหม” — ทั้งคู่ทรงจำไม่ได้ เทวดาชักชวนให้เล่าเรียน แล้วหายไป
- รุ่งเช้าพระสมิทธิไปทูลพระพุทธเจ้า ทรงตรัสคาถาให้ แล้วเสด็จเข้าวิหาร ภิกษุทั้งหลายหารือกัน จึงตกลงไปหาพระมหากัจจานะ
- พระมหากัจจานะกล่าวอุปมา “ผู้ต้องการแก่นไม้ กลับหาที่กิ่งใบ ทิ้งลำต้น” — ตำหนิภิกษุที่ข้ามพระศาสดา แต่ยอมอธิบาย แล้วภิกษุนำคำอธิบายไปทูลถามพระพุทธเจ้า ทรงรับรองว่า “มหากัจจานะเป็นบัณฑิต หากถามเรา ก็จะตอบเหมือนกัน”
วิภังค์ของพระมหากัจจานะ (ใช้กรอบอายตนะ 6)
- คำนึงถึงอดีต: มีความรู้สึกเนื่องด้วยฉันทราคะในอายตนะ 6 (จักษุ-รูป / โสตะ-เสียง / ฆานะ-กลิ่น / ชิวหา-รส / กาย-โผฏฐัพพะ / มโน-ธรรมารมณ์) ที่ล่วงแล้ว จึงเพลิดเพลิน — ชื่อว่าคำนึงถึงสิ่งล่วงแล้ว
- ไม่คำนึงถึงอดีต: ความรู้สึกไม่เนื่องด้วยฉันทราคะในอายตนะ 6 ที่ล่วงแล้ว จึงไม่เพลิดเพลิน
- มุ่งหวังอนาคต: ตั้งจิตเพื่อจะได้อายตนะ 6 ที่ยังไม่มี เพราะตั้งใจจึงเพลิดเพลิน
- ไม่มุ่งหวังอนาคต: ไม่ตั้งจิตเพื่อจะได้อายตนะ 6 จึงไม่เพลิดเพลิน
- ง่อนแง่นในปัจจุบัน: มีฉันทราคะในอายตนะ 6 คู่ (ทั้งอายตนะภายในและอารมณ์) ที่เป็นปัจจุบัน จึงเพลิดเพลิน
- ไม่ง่อนแง่นในปัจจุบัน: ไม่มีฉันทราคะในอายตนะ 6 คู่ที่เป็นปัจจุบัน จึงไม่เพลิดเพลิน
ความสำคัญ
- พระมหากัจจานะขยายวิภังค์ด้วยกรอบอายตนะ 6 ต่างจากMN 131 ที่ใช้ขันธ์ 5 — แสดงมุมมองอีกด้านของ “ง่อนแง่น” ที่เป็นการยึดติดในผัสสะทางอายตนะ
- อุปมา “ผู้ต้องการแก่นหาที่กิ่งใบ” เป็นคำสอนเรื่องให้ถามพระศาสดาโดยตรงก่อน — ยกย่องพระมหากัจจานะในฐานะเอตทัคคะด้านอธิบายความย่อ (เหมือนมธุปิณฑิกสูตร)
- โยงกับ MN 131, MN 132, MN 134