มหากัมมวิภังคสูตร (Mahakammavibhanga Sutta)

เกิดขึ้นที่เวฬุวัน เขตพระนครราชคฤห์ — ปริพาชกโปตลิบุตร เข้าหาพระสมิทธิในกระท่อมป่า กล่าวว่าเคยสดับจากพระสมณโคดมว่า “กายกรรม วจีกรรมเป็นโมฆะ มโนกรรมเท่านั้นจริง” พระสมิทธิปฏิเสธ แต่ตอบคำถามเรื่องวิบากกรรมแต่แง่เดียวว่า “เสวยทุกข์” ปริพาชกไม่พอใจหลีกไป พระสมิทธิเล่าเรื่องแก่พระอานนท์ ทั้งสองจึงเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ซึ่งทรงตำหนิพระสมิทธิว่าพยากรณ์ผิด แล้วตรัส มหากัมมวิภังค์ จำแนกกรรมโดยละเอียด

สาระสำคัญ

  • บุคคล 4 จำพวก ที่เห็นได้ในโลก:

    1. ทำชั่ว → ตายไปตกนรก (ตามที่คาด)
    2. ทำชั่ว → ตายไปขึ้นสวรรค์ (ผิดคาด)
    3. ทำดี → ตายไปขึ้นสวรรค์ (ตามที่คาด)
    4. ทำดี → ตายไปตกนรก (ผิดคาด)
  • ข้อผิดพลาดของสมณพราหมณ์ ที่เห็นด้วยทิพยจักษุ: เห็นเพียงตัวอย่างเดียวแล้ว ปักใจว่านี้เท่านั้นจริง — เช่น เห็นคนชั่วตกนรก จึงสรุปว่า “ผู้ใดทำชั่วทุกคนต้องตกนรก” หรือเห็นคนชั่วขึ้นสวรรค์จึงสรุปว่า “กรรมชั่วไม่มี” — ทรงอนุมัติในส่วนที่รู้เห็นจริง แต่ไม่อนุมัติการสรุปเป็นกฎตายตัว

  • เหตุที่คนชั่วบางคนขึ้นสวรรค์: ทำกรรมดีไว้ในกาลก่อน หรือมีสัมมาทิฏฐิพรั่งพร้อมในเวลาใกล้ตาย; กรรมนั้นยังให้ผลในชาตินี้ ชาติหน้า หรือชาติต่อไป

  • เหตุที่คนดีบางคนตกนรก: ทำกรรมชั่วไว้ในกาลก่อน หรือมีมิจฉาทิฏฐิพรั่งพร้อมในเวลาใกล้ตาย

  • กรรม 4 ประเภทตามที่ทรงจำแนก (สรุปท้ายสูตร):

    • กรรมไม่ควร ดูเหมือนไม่ควร
    • กรรมไม่ควร แต่ดูเหมือนควร
    • กรรมควร ดูเหมือนควร
    • กรรมควร แต่ดูเหมือนไม่ควร

ความสำคัญ

  • อธิบายว่าเหตุใดคนชั่วบางคนกลับได้ดี และคนดีบางคนกลับพบเคราะห์ — เพราะกรรมทำงานหลายชาติ ไม่จำเป็นต้องให้ผลทันที
  • เตือนว่า การอนุมานจากประสบการณ์จำกัดแล้วปักเป็นกฎสากลนั้นผิด แม้ผู้มีทิพยจักษุก็ยังเข้าใจผิดได้
  • โยงกับ หลักกรรม, ทิฏฐิ และบทบาทพระอานนท์ ในฐานะผู้เฝ้าเรียนและรายงาน