สัพพาสวสูตร (มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ สูตรที่ ๒)
พระพุทธเจ้า ทรงแสดง “ปริยายว่าด้วยการสังวรอาสวะทั้งปวง” ที่พระเชตวัน เมืองสาวัตถี ว่าด้วย 7 วิธีละอาสวะ (กิเลสที่หมักหมม)
หัวใจของสูตร
ความสิ้นอาสวะมีได้เฉพาะ “ผู้รู้อยู่ เห็นอยู่” ไม่ใช่ผู้ไม่รู้ไม่เห็น และสิ่งที่ต้องรู้คือความต่างระหว่าง โยนิโสมนสิการ (ใส่ใจแยบคาย) กับ อโยนิโสมนสิการ (ใส่ใจไม่แยบคาย) — ใส่ใจไม่แยบคาย อาสวะที่ยังไม่เกิดก็เกิด ที่เกิดแล้วก็เพิ่ม ใส่ใจแยบคายก็ตรงข้าม
อาสวะ 3: กามาสวะ · ภวาสวะ · อวิชชาสวะ
7 วิธีละอาสวะ
- ทัสสนา (การเห็น) — มนสิการอริยสัจ 4 ละสังโยชน์ 3 (สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส) | ตรงข้ามคืออโยนิโสมนสิการที่ก่อทิฏฐิ 6 เรื่องอัตตา (เชื่อมกับ ทิฏฐิ 62)
- สังวร (สำรวม) — สำรวมอินทรีย์ 6 (ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ)
- ปฏิเสวนา (พิจารณาเสพ) — ใช้ปัจจัย 4 (จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ ยา) โดยพิจารณาประโยชน์แท้ ไม่ใช่เพื่อเล่น/มัวเมา/ประดับ
- อธิวาสนา (อดกลั้น) — ทนหนาว ร้อน หิว กระหาย คำด่า เวทนาแรงกล้า
- ปริวัชชนา (เว้นรอบ) — เลี่ยงสัตว์ร้าย ที่อันตราย อาสนะ/โคจร/มิตรที่ไม่ควร
- วิโนทนา (บรรเทา) — ละกามวิตก พยาบาทวิตก วิหิงสาวิตก อกุศลที่เกิดขึ้น
- ภาวนา (อบรม) — เจริญ โพชฌงค์ 7 อันอาศัยวิเวก วิราคะ นิโรธ
ภิกษุที่ละอาสวะครบทั้ง 7 ทาง = “ตัดตัณหา ปราศจากสังโยชน์ ทำที่สุดทุกข์ได้”
ความสำคัญ
เป็นสูตร “คู่มือปฏิบัติ” ที่จัดระบบว่า กิเลสแต่ละชนิดละด้วยวิธีต่างกัน ไม่ใช่วิธีเดียวครอบจักรวาล แกนคือ โยนิโสมนสิการ (ใส่ใจแยบคาย) เชื่อมกับ อริยสัจ 4 (วิธีที่ 1) และ ไตรสิกขา
ที่อ้างอิง
มมร เล่ม 17 (มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์) ข้อ ๑๐–๑๙ | ม.มู. ๑๒
แหล่งสรุป: แหล่ง-สัพพาสวสูตร