ทุติยวรรคเป็นวรรคที่ 2 และวรรคสุดท้ายของอนมตัคคสังยุต (Anamataggasaṃyutta, SN 15) ปิดสังยุตนี้ด้วย 10 สูตร (SN 15.11–15.20) แก่นเดียวกับปฐมวรรค: สังสารนี้หาที่สุดเบื้องต้นไม่ได้ เมื่อเหล่าสัตว์ผู้มีอวิชชาเป็นที่กางกั้น มีตัณหาเป็นเครื่องประกอบไว้ ท่องเที่ยวไปมาอยู่ ทุติยวรรคเพิ่มมุมมองใหม่: ให้ มองคนรอบข้างแล้วสันนิษฐานถึงตัวเอง (สูตรที่ 11–12) แสดงว่าทุกสรรพสัตว์เคยเป็นญาติกันในสังสาร (สูตรที่ 14–19) และปิดด้วยอุปมาภูเขาเวปุลละเปลี่ยนชื่อตามยุคสมัย ชี้ว่าแม้ชื่อภูเขายังไม่เที่ยง สังขารทั้งปวงก็ไม่เที่ยง (สูตรที่ 20)


10 สูตรในทุติยวรรค

SN 15.11 ทุคตสูตร (ข้อ ๔๔๓) — มองทุคตบุรุษแล้วสันนิษฐานถึงสังสาร

  • nidana: พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี
  • ทรงสอนให้ภิกษุ: เมื่อเห็น ทุคตบุรุษ (duggatapurisa) ผู้มีมือและเท้าไม่สมประกอบ ผู้ขัดสน พึงสันนิษฐานว่า “เราทั้งหลายก็เคยเสวยทุกข์เห็นปานนี้มาแล้วโดยกาลนาน”
  • ข้อนั้นเพราะสงสารนี้กำหนดที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายไม่ได้ → พอทีเดียวเพื่อจะเบื่อหน่าย คลายกำหนัด หลุดพ้นในสังขารทั้งปวง

SN 15.12 สุขิตสูตร (ข้อ ๔๔๔) — มองคนมั่งคั่งแล้วสันนิษฐานถึงสังสาร

  • nidana: พระเชตวัน สาวัตถี
  • ทรงสอนให้ภิกษุ: เมื่อเห็น บุคคลผู้เพียบพร้อมด้วยความสุข (sukhitapurisa) มีบริวารคอยรับใช้ มีทรัพย์โภคะมาก พึงสันนิษฐานว่า “เราทั้งหลายก็เคยเสวยสุขเห็นปานนี้มาแล้วโดยกาลนาน”
  • เป็นคู่ขนานกับทุคตสูตร — ทั้งทุกข์และสุขในสังสารล้วนเคยเสวยมาแล้วทั้งสิ้น → พอทีเดียวเพื่อจะเบื่อหน่าย คลายกำหนัด หลุดพ้น

SN 15.13 ติงสมัตตาสูตร (ข้อ ๔๔๕–๔๔๙) — ภิกษุชาวปาวา 30 รูปบรรลุอรหันต์

  • nidana: พระเวฬุวัน กลันทกนิวาปสถาน กรุงราชคฤห์
  • ภิกษุชาวเมืองปาเวยยะ (Pāveyyaka) ประมาณ 30 รูป ล้วนถือธุดงค์: อยู่ป่า เที่ยวบิณฑบาต ใช้ผ้าบังสุกุล ทรงไตรจีวร — แต่ทั้งหมดยังมีสังโยชน์อยู่
  • พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงดำริจะแสดงธรรมให้จิตหลุดพ้นจากอาสวะ ณ อาสนะนั้นทีเดียว
  • ทรงตรัสถาม: โลหิตที่หลั่งไหลออกของพวกเธอผู้ท่องเที่ยวไปมาซึ่งถูกตัดศีรษะโดยกาลนานนี้ กับน้ำในมหาสมุทรทั้ง 4 สิ่งไหนจะมากกว่ากัน?
  • ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่าโลหิตมากกว่า พระองค์ทรงยืนยันและขยายความ: โลหิตที่หลั่งเมื่อเกิดเป็นโค กระบือ แกะ แพะ เนื้อ สุกร ไก่ — โลหิตที่หลั่งเมื่อถูกตัดศีรษะโดยข้อหาโจร ล้วนมากกว่าน้ำใน 4 มหาสมุทร
  • ผล: ขณะพระองค์ตรัสไวยากรณภาษิตอยู่ จิตของภิกษุชาวปาวา 30 รูปพ้นจากอาสวะเพราะไม่ถือมั่น — บรรลุอรหัตผล ณ อาสนะนั้น

SN 15.14 มาตุสูตร (ข้อ ๔๕๐) — สัตว์ที่ไม่เคยเป็นมารดาหาไม่ได้ง่าย

  • nidana: พระเชตวัน สาวัตถี
  • ทรงตรัสว่า: สัตว์ที่ไม่เคยเป็นมารดาของพวกเธอโดยกาลนานนี้ มิใช่หาได้ง่ายเลย เพราะสงสารนี้กำหนดที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายไม่ได้ → พอทีเดียวเพื่อจะเบื่อหน่าย คลายกำหนัด หลุดพ้น
  • หมายเหตุ: [สูตรที่ 14–19 ล้วนใช้เปยยาลอย่างเดียวกัน ต่างกันเฉพาะความสัมพันธ์ที่ระบุ]

SN 15.15 ปิตุสูตร (ข้อ ๔๕๑) — สัตว์ที่ไม่เคยเป็นบิดาหาไม่ได้ง่าย

  • nidana: พระเชตวัน สาวัตถี
  • สัตว์ที่ไม่เคยเป็นบิดาของพวกเธอโดยกาลนานนี้ มิใช่หาได้ง่ายเลย → รูปแบบเดียวกับมาตุสูตร

SN 15.16 ภาตุสูตร (ข้อ ๔๕๒) — สัตว์ที่ไม่เคยเป็นพี่ชาย/น้องชายหาไม่ได้ง่าย

  • nidana: พระเชตวัน สาวัตถี
  • สัตว์ที่ไม่เคยเป็นพี่ชายน้องชาย (bhātu) ของพวกเธอโดยกาลนานนี้ มิใช่หาได้ง่ายเลย

SN 15.17 ภคินีสูตร (ข้อ ๔๕๓) — สัตว์ที่ไม่เคยเป็นพี่สาว/น้องสาวหาไม่ได้ง่าย

  • nidana: พระเชตวัน สาวัตถี
  • สัตว์ที่ไม่เคยเป็นพี่หญิงน้องหญิง (bhaginī) ของพวกเธอโดยกาลนานนี้ มิใช่หาได้ง่ายเลย

SN 15.18 ปุตตสูตร (ข้อ ๔๕๔) — สัตว์ที่ไม่เคยเป็นบุตรหาไม่ได้ง่าย

  • nidana: พระเชตวัน สาวัตถี
  • สัตว์ที่ไม่เคยเป็นบุตร (putta) ของพวกเธอโดยกาลนานนี้ มิใช่หาได้ง่ายเลย

SN 15.19 ธีตุสูตร (ข้อ ๔๕๕) — สัตว์ที่ไม่เคยเป็นธิดาหาไม่ได้ง่าย

  • nidana: พระเชตวัน สาวัตถี
  • สัตว์ที่ไม่เคยเป็นธิดา (dhītā) ของพวกเธอโดยกาลนานนี้ มิใช่หาได้ง่ายเลย
  • สูตรนี้มีเนื้อความเต็มกว่าสูตรที่ 14–18 เล็กน้อย: ทรงระบุว่าพวกเธอได้เสวยทุกข์ ความเผ็ดร้อน ความพินาศ ได้เพิ่มพูนปฐพีที่เป็นป่าช้าตลอดกาลนาน → พอทีเดียวเพื่อจะเบื่อหน่ายในสังขารทั้งปวง พอเพื่อจะคลายกำหนัด พอเพื่อจะหลุดพ้น

SN 15.20 เวปุลลปัพพตสูตร (ข้อ ๔๕๖–๔๖๑) — ภูเขาเวปุลละเปลี่ยนชื่อ 4 ยุค

ยุคชื่อภูเขาหมู่มนุษย์อายุมนุษย์เวลาขึ้น-ลงพระพุทธเจ้าอัครสาวกคู่
1ปาจีนวังสะติวระ4 หมื่นปี4 วัน / 4 วัน[[kakusandha-buddha (พระกกุสันธพุทธเจ้า)กกุสันธะ]]
2วงกตโรหิตัสสะ3 หมื่นปี3 วัน / 3 วัน[[konagamana-buddha (พระโกนาคมนพุทธเจ้า)โกนาคมนะ]]
3สุปัสสะสุปปิยา2 หมื่นปี2 วัน / 2 วัน[[kassapa-buddha (พระกัสสปพุทธเจ้า)กัสสปะ]]
4เวปุลละมาคธะ~100 ปีครู่เดียว[[buddha (พระพุทธเจ้า)โคตมะ (พระองค์ปัจจุบัน)]]
  • ทรงตรัสว่า สมัยหน้าชื่อภูเขานี้ก็จักอันตรธาน หมู่มนุษย์เหล่านี้จักทำกาละ และพระองค์เองก็จักปรินิพพาน — สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงอย่างนี้ ไม่ยั่งยืนอย่างนี้ ไม่น่าชื่นใจอย่างนี้ → พอทีเดียวเพื่อจะเบื่อหน่าย คลายกำหนัด หลุดพ้น
  • ปิดด้วยคาถา (ข้อ ๔๖๑): “ปาจีนวังสบรรพต…วงกฏบรรพต…สุปัสสบรรพต…เวปุลลบรรพต…สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ มีอันเกิดขึ้นแลเสื่อมไปเป็นธรรมดา ครั้นเกิดขึ้นแล้วย่อมดับไป ความที่สังขารเหล่านั้นสงบระงับไปเป็นสุข”

บทสรุป

ทุติยวรรคปิดอนมตัคคสังยุตด้วยการเปลี่ยนมุมมอง: จากปฐมวรรคที่ใช้อุปมาขนาดใหญ่ (กองกระดูก, น้ำมหาสมุทร, กัป) ทุติยวรรคหันมาชี้ที่ ชีวิตและความสัมพันธ์รอบตัว — ทุกข์ที่เห็นในคนอื่น คือทุกข์ที่เราเคยเสวย; ทุกสรรพสัตว์เคยเป็นมารดา บิดา พี่น้อง บุตร ธิดาของกันและกันมาแล้วในสังสาร สูตรสุดท้าย (เวปุลลปัพพต) ยกระดับขึ้นไปอีก: แม้ชื่อภูเขาหินที่ดูเหมือนถาวรยังเปลี่ยนไป 4 ครั้งในกาลที่ผ่านมา ยิ่งกว่าสังขารที่ควรเบื่อหน่ายคลายกำหนัด

เชื่อมโยง: สังสารวัฏ, อวิชชา, ตัณหา, นิพพิทา, วิราคะ, วิมุตติ, อรหัตผล, อนิจจัง, สาวัตถี, ราชคฤห์, ภูเขาเวปุลละ, กกุสันธะ, โกนาคมนะ, กัสสปะ