วรรคที่ 3 (นานาติตถิยวรรค) ของเทวปุตตสังยุต ประกอบด้วย 10 สูตร เป็นวรรคสุดท้ายของสังยุตนี้ รวม SN 2.1–2.30 ส่วนใหญ่ที่เชตวัน สาวัตถี มีสูตรที่เวฬุวัน ราชคฤห์ โดดเด่นด้วยโรหิตัสสสูตร (ที่สุดโลก) และนานาติตถิยสูตร (เทวบุตรสาวกเดียรถีย์มาสรรเสริญครูของตน)
10 สูตรในนานาติตถิยวรรค
SN 2.21 สิวสูตร (ข้อ ๒๗๘–๒๘๐) — ว่าด้วยการสมาคมกับสัตบุรุษ
- สิวเทวบุตรกล่าวคาถาซ้ำ 6 บท ว่าบุคคลควรสมาคมกับสัตบุรุษ รู้ทั่วถึงสัทธรรมของพวกสัตบุรุษแล้ว — ก็เป็นคนดี ได้ปัญญา ไม่เศร้าโศก รุ่งโรจน์ในหมู่ญาติ ถึงสุคติ ดำรงอยู่ได้ยั่งยืน
- ทรงตรัสตอบ: บุคคลสมาคมกับสัตบุรุษ รู้สัทธรรมแล้ว ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวง
SN 2.22 ขมสูตร (ข้อ ๒๘๑) — กรรมดี-ชั่วและผล
- เขมเทวบุตรกล่าวคาถา: คนพาลย่อมทำกรรมชั่ว ทำแล้วเดือดร้อน ร้องไห้เสวยผล — คนทำกรรมใดแล้วไม่เดือดร้อน มีใจแช่มชื่น เสวยผลกรรมนั้น กรรมนั้นทำแล้วดี — พ่อค้าเกวียนละทางเรียบไปทางขรุขระเพลาหัก ฉันใด บุคคลออกนอกธรรมหันไปตามอธรรม ก็ฉันนั้น
SN 2.23 เสรีสูตร (ข้อ ๒๘๒–๒๘๖) — ทานและบุญที่สะสม
- เสรีเทวบุตร (เทวบุตรผู้เคยเป็นพระเจ้าเสรี) กล่าวคาถา: เทวดาและมนุษย์ยินดีข้าวและน้ำ ผู้ไม่ยินดีชื่อว่ายักษ์
- ทรงตรัสตอบ: ชนมีใจผ่องใสให้ข้าวน้ำด้วยศรัทธา ข้าวน้ำนั้นย่อมพะนอชนเหล่านั้นทั้งในโลกนี้และโลกหน้า — บุญเท่านั้นย่อมเป็นที่พึ่งของสัตว์ในโลกหน้า
- เสรีเทวบุตรเล่าชาติก่อน: เคยเป็นพระเจ้าแผ่นดินชื่อเสรี ตั้งโรงทาน 4 ประตู มอบให้ฝ่ายในและขุนนางให้ทานแทน — บุญยังไม่ถึงที่สุด (สะสมไปเรื่อยๆ)
SN 2.24 ฆฏิการสูตร (ข้อ ๒๘๗–๒๙๒) — ภิกษุ 7 รูปในอวิหาพรหมโลก
- ฆฏิการเทวบุตร (อดีตช่างหม้อในเวภฬิงคชนบท อุบาสกพระกัสสปพุทธเจ้า) กล่าวว่าภิกษุ 7 รูปเข้าถึงพรหมโลกชั้นอวิหา สิ้นราคะโทสะ ข้ามตัณหา
- ทรงตรัสถาม-ตอบ: 7 รูปคือ อุปกะ ผลคัณฑะ ปุกกุสาติ ภัททิยะ ขัณฑเทวะ พาหุรัคคิ สิงคิยะ — รู้ธรรมของพระตถาคต ตัดเครื่องผูกคือภพได้ — นามรูปดับไม่เหลือในธรรมใด รู้ธรรมนั้นแล้ว
- ฆฏิการเทวบุตรเป็นสหายเก่าของพระพุทธเจ้าในชาติก่อน — “สหายเก่าทั้งสองผู้อบรมตนแล้ว ทรงไว้ซึ่งสรีระครั้งสุดท้าย ได้มาพบกันด้วยอาการอย่างนี้” (คาถาพระสังคีติกาจารย์)
SN 2.25 ชันตุสูตร (ข้อ ๒๙๓–๒๙๔) — ตักเตือนภิกษุประมาทในป่าหิมวันต์ (แคว้นโกศล)
- ภิกษุเป็นอันมากอยู่ในป่าข้างเขาหิมวันต์แคว้นโกศล เป็นผู้ฟุ้งซ่าน เย่อหยิ่ง ฟุ้งเฟ้อ ปล่อยตัวเยี่ยงคฤหัสถ์
- ชันตุเทวบุตรเข้าไปตักเตือนวันอุโบสถ 15 ค่ำ กล่าวคาถา: ภิกษุสาวกพระโคดมแต่ก่อนอยู่ง่าย ไม่มักได้ รู้ว่าสิ่งปวงไม่เที่ยง บัดนี้ท่านเหล่านี้ทำตนเป็นคนเลี้ยงยากเหมือนนายบ้าน ถูกทอดทิ้งไม่มีที่พึ่งเหมือนเปรต — แต่ผู้ใดอยู่ไม่ประมาท ข้าพระองค์ขอนมัสการท่านนั้น
SN 2.26 โรหิตัสสสูตร (ข้อ ๒๙๕–๒๙๘) — ที่สุดโลกถึงด้วยการเดิน ⭐
- โรหิตัสสเทวบุตรทูลถาม: ณ โอกาสใดบุคคลไม่เกิด ไม่แก่ ไม่ตาย ไม่จุติ ไม่อุปบัติ — อาจบรรลุที่สุดโลกด้วยการเดินทางได้บ้างไหม
- ทรงตรัสตอบ: เราไม่เรียกโอกาสนั้นว่าที่สุดโลกที่ควรบรรลุด้วยการเดินทาง
- โรหิตัสสะเล่าชาติก่อน: เคยเป็นฤาษีมีฤทธิ์เหาะไปในอากาศด้วยความเร็วสูง เดินทางตลอดร้อยปีไม่ถึงที่สุดโลก มาตายเสียในระหว่าง
- ทรงตรัสสรุป (คาถา): “ยังไม่บรรลุถึงที่สุดโลกด้วยการเดินทาง จึงไม่พ้นทุกข์ได้ — เราบัญญัติโลก เหตุเกิดโลก ดับโลก ทางดับโลก ในเรือนร่างวาหนึ่งนี้พร้อมทั้งสัญญาและใจครอง — คนมีปัญญารู้แจ้งโลกถึงที่สุดโลกได้ อยู่จบพรหมจรรย์ ไม่หวังโลกนี้โลกอื่น”
- สูตรนี้สำคัญมาก ขนานกับอังคุตตรนิกายโรหิตัสสสูตร
SN 2.27 นันทสูตร (ข้อ ๒๙๙–๓๐๐) — เห็นภัยในมรณะ
- นันทเทวบุตรกล่าว: กาลล่วงไป ราตรีผ่านไป ชั้นวัยละลำดับไป — เล็งเห็นภัยในมรณะ ควรทำบุญนำสุขมาให้
- ทรงตรัสตอบ: เหมือนกัน แต่ ผู้มุ่งต่อสันติ ควรละโลกามิสเสีย (ทรงยกสันติ/นิพพานแทนการทำบุญ)
SN 2.28 นันทิวิสาลสูตร (ข้อ ๓๐๑–๓๐๒) — ออกจากทุกข์
- นันทิวิสาลเทวบุตรทูลถาม: สรีรยนต์ มีจักร 4 ทวาร 9 เต็มไปด้วยของไม่สะอาด ประกอบด้วยความโลก ไฉนจักมีความออกไปจากทุกข์ได้
- ทรงตรัสตอบ: ตัดความผูกโกรธ กิเลสเป็นเครื่องรัด ความปรารถนา ความโลภชั่วช้า ถอนตัณหาพร้อมทั้งอวิชชาอันเป็นมูลราก — อย่างนี้จึงออกไปจากทุกข์ได้
SN 2.29 สุสิมสูตร (ข้อ ๓๐๓–๓๑๒) — สรรเสริญพระสารีบุตร (สูตรยาว)
- เริ่มจากพระพุทธเจ้าตรัสถามพระอานนท์ว่าชอบพระสารีบุตรไหม — พระอานนท์ยกคุณ 16 ข้อ (บัณฑิต มหาปัญญา ปุถุปัญญา หาสปัญญา ชวนปัญญา ติกขปัญญา มักน้อย สันโดษ สงัดกาย สงัดใจ ไม่คลุกคลี ปรารภความเพียร เข้าใจพูด อดทนต่อถ้อยคำ โจทก์ท้วงคนผิด ตำหนิคนชั่ว)
- สุสิมเทวบุตร (สัทธิวิหาริกของพระสารีบุตร) นำเทพบุตรบริษัทมาร่วมสรรเสริญ — รัศมีของเทพบุตรบริษัทเปล่งปลั่งขณะสรรเสริญ เปรียบดังแก้วมณีและทองชมพูนุทบนผ้ากัมพลเหลือง
- สุสิมเทวบุตรกล่าวคาถาว่า สารีบุตรเป็นบัณฑิต ไม่มักโกรธ มักน้อย สงบเสงี่ยม มีคุณที่พระศาสดาทรงนำมาสรรเสริญ — ทรงตรัสตอบยืนยันว่าพระสารีบุตรจำนงอยู่แต่กาลเป็นที่ปรินิพพาน
SN 2.30 นานาติตถิยสูตร (ข้อ ๓๑๓–๓๒๑) — เทวบุตรสาวกเดียรถีย์ต่าง ๆ
- ประทับที่เวฬุวัน ราชคฤห์ — เทวบุตรสาวกเดียรถีย์ 6 องค์มาเฝ้า: อสมเทวบุตร สหลี นิก อาโกฏก เวฏัมพรี มาณวคามิย
- แต่ละองค์กล่าวสรรเสริญครูของตน: อสมะ → ปูรณกัสสป (อกิริยวาท), สหลี → มักขลิโคศาล (ตบะ), นิก → นิครนถ์นาฏบุตร (สังวร 4 ยาม), อาโกฏก → ยกครูทั้งหมด (สามัญญผลแล้ว ไม่ไกลสัตบุรุษ)
- เวฏัมพรีโต้ตอบอาโกฏก: ศาสดาเปลือยกายพูดเท็จ ไม่อาจเทียบสัตบุรุษ — แล้วมารผู้มีบาปเข้าสิงเวฏัมพรีให้กล่าวคุณเดียรถีย์
- ทรงตรัสตอบมาร: รูปทั้งหมดในโลกนี้ โลกอื่น อากาศ — อันมารสรรเสริญแล้ว วางดักสัตว์ไว้เหมือนใส่เหยื่อล่อเพื่อฆ่าปลา
- มาณวคามิยเทวบุตร (อุปัฏฐากพระพุทธเจ้า) ปิดด้วยคาถาว่า ภูเขาวิบูลยอดเยี่ยมในราชคฤห์ เขาไกรลาสเลิศในหิมพานต์ ดวงอาทิตย์เลิศในอากาศ มหาสมุทรเลิศในห้วงน้ำ ดวงจันทร์เลิศกว่าดวงดาว — [[buddha (พระพุทธเจ้า)|พระพุทธเจ้าเลิศกว่าประชุมชนทั้งโลกพร้อมทั้งเทวโลก
ความสำคัญ
- SN 2.26 โรหิตัสสสูตร ⭐ เป็นสูตรที่อ้างถึงบ่อยที่สุดในสังยุตนี้ สรุปว่า ที่สุดโลก (สิ้นทุกข์) ไม่อาจบรรลุด้วยการเดินทางออกไป แต่บรรลุได้ในร่างกายวาหนึ่งนี้พร้อมทั้งสัญญาและใจครอง — ขนานกับอีกสูตรในอังคุตตรนิกาย
- SN 2.24 ฆฏิการสูตร — แสดงว่าพระพุทธเจ้ารู้จักภิกษุ 7 รูปผู้บรรลุธรรมในพรหมโลก ยืนยันความต่อเนื่องข้ามชาติ ฆฏิการเทวบุตรเป็นสหายเก่า
- SN 2.30 นานาติตถิยสูตร — ปิดเทวปุตตสังยุตด้วยภาพเทวบุตรสาวกเดียรถีย์ต่าง ๆ (เป็นกัมมวาที บำเพ็ญทาน บังเกิดสวรรค์ได้ แม้จะถือลัทธิผิด) สะท้อนว่ากรรมดีส่งผลโดยไม่มองข้ามแม้ผู้ถือลัทธินอก
- โยงกับ วรรคที่ 1 และ อนาถปิณฑิกวรรค — จบเทวปุตตสังยุต SN 2.1–2.30 ครบ 30 สูตร ถัดไปคือโกสลสังยุต