วรรคที่ 1 ของเทวปุตตสังยุต ประกอบด้วย 10 สูตร เป็นเรื่องเทวบุตรที่มีชื่อปรากฏมาเฝ้าพระพุทธเจ้ากล่าวคาถาโต้ตอบ ส่วนใหญ่ประทับที่พระวิหารเชตวัน สาวัตถี เทวบุตรบางองค์เป็นเจ้าลัทธิเก่า บางองค์เป็นจันทร์-สุริยเทพบุตรที่ถูกราหูจับ


10 สูตรในวรรคที่ 1

SN 2.1 ปฐมกัสสปสูตร (ข้อ ๒๒๑–๒๒๒) — คำสั่งสอนภิกษุ

  • กัสสปเทวบุตรแจ้งว่าพระพุทธเจ้าทรงประกาศภิกษุไว้แต่ไม่ทรงประกาศคำสั่งสอน ทรงให้เทวบุตรกล่าวคำสั่งสอนเอง
  • กัสสปเทวบุตรกล่าวคาถา: บุคคลพึงศึกษาคำสุภาษิต ศึกษาการเข้าไปนั่งใกล้สมณะ ศึกษาการนั่งในที่เร้นลับ และศึกษาการสงบระงับจิต
  • พระศาสดาทรงพอพระทัย — ครอบคลุมไตรสิกขาครบในคาถาเดียว

SN 2.2 ทุติยกัสสปสูตร (ข้อ ๒๒๓) — ภิกษุผู้มุ่งพระอรหัต

  • กัสสปเทวบุตรกล่าวคาถาว่า ภิกษุพึงเป็นผู้เพ่งพินิจ มีจิตหลุดพ้น หวังธรรมอันไม่เป็นที่เกิดแห่งหทัย (อรหัตตผล) รู้ความเกิด-ดับของโลก มีใจดี อันตัณหาและทิฏฐิไม่อิงอาศัย
  • “ธรรมอันไม่เป็นที่เกิดแห่งหทัย” = นิพพาน

SN 2.3 มาฆสูตร (ข้อ ๒๒๔–๒๒๖) — ฆ่าอะไรจึงอยู่เป็นสุข

  • มาฆเทวบุตร (= ท้าวสักกะ) ทูลถาม: บุคคลฆ่าอะไรจึงอยู่เป็นสุข ฆ่าอะไรจึงไม่เศร้าโศก
  • ทรงตรัสตอบ: ฆ่าความโกรธแล้วย่อมอยู่เป็นสุข อริยะทั้งหลายสรรเสริญการฆ่าความโกรธ ซึ่งมีรากเป็นพิษ มียอดหวาน
  • มาฆะ = ชื่อหนึ่งของท้าวสักกะ “วัตรภู” ก็เป็นพระนามของท้าวสักกะ

SN 2.4 มาคธสูตร (ข้อ ๒๒๗–๒๒๘) — แสงสว่างในโลก 4 อย่าง

  • มาคธเทวบุตรทูลถาม: แสงสว่างในโลกมีกี่อย่าง
  • ทรงตรัสตอบ: แสงสว่างมี 4 อย่าง — พระอาทิตย์ส่องกลางวัน พระจันทร์ส่องกลางคืน ไฟส่องทั้งกลางวันและกลางคืน พระสัมพุทธเจ้าประเสริฐสุด อย่างที่ 5 ไม่มีในโลกนี้

SN 2.5 ทามลิสูตร (ข้อ ๒๒๙–๒๓๑) — กิจของพระขีณาสพ

  • ทามลิเทวบุตรกล่าวว่าพราหมณ์ผู้ไม่เกียจคร้านพึงทำความเพียรและไม่ปรารถนาภพ
  • ทรงตรัสตอบ: กิจไม่มีแก่พราหมณ์ (พระขีณาสพ) ผู้ทำกิจเสร็จแล้ว อุปมาคนที่ได้ท่าจอดแล้วยืนบนบกไม่ต้องพยายามอีก — พระขีณาสพผู้ถึงฝั่งแล้วไม่ต้องบากบั่นอีก

SN 2.6 กามทสูตร (ข้อ ๒๓๒–๒๓๕) — ทำสมณธรรมได้โดยยาก

  • กามทเทวบุตรทูลว่าสมณธรรมทำได้โดยยาก, สันโดษได้โดยยาก, จิตตั้งมั่นได้โดยยาก, ทางไม่เรียบไปได้โดยยาก (ถามซ้ำ 4 ครั้ง)
  • ทรงตรัสตอบ: ชนตั้งมั่นในศีลพึงทำสมณธรรมได้ — ชนเพ่งพินิจยินดีในภาวนาย่อมได้สันโดษที่หาได้ยาก — อริยะย่อมไปได้แม้ในทางไม่เรียบ ผู้มิใช่อริยะตกลงเบื้องต่ำ

SN 2.7 ปัญจาลจัณฑสูตร (ข้อ ๒๓๖–๒๓๗) — โอกาสในที่คับแคบ

  • ปัญจาลจัณฑเทวบุตรกล่าวว่าผู้มีปัญญามากได้พบโอกาสช่องทางในที่คับแคบ (นิวรณ์) ผู้รู้ฌานตื่นอยู่เป็นมุนี
  • ทรงตรัสตอบ: ชนเหล่าใดแม้อยู่ในที่คับแคบแต่กลับได้สติเพื่อบรรลุนิพพาน ชนเหล่านั้นตั้งมั่นดีแล้วโดยชอบ

SN 2.8 ตายนสูตร (ข้อ ๒๓๘–๒๔๐) — ความเพียรไม่ย่อหย่อน

  • ตายนเทวบุตร ผู้เป็นเจ้าลัทธิมาแต่ก่อน เข้าเฝ้ากล่าวคาถาว่า จงตัดกระแสตัณหา บรรเทากาม มุนีไม่ละกามย่อมไม่ถึงเอกัคคตาจิต ถ้าจะทำความเพียรพึงทำให้มั่น บรรพชาย่อหย่อนยิ่งโปรยโทษ
  • วันรุ่งขึ้นทรงตรัสแก่ภิกษุว่า “ตายนคาถาประกอบด้วยประโยชน์ เป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์” — ทรงให้ภิกษุเล่าเรียนและทรงจำไว้
  • (อรรถกถา: ตายนเทวบุตรเคยเป็นเจ้าลัทธิ แต่เป็นกัมมวาทีบำเพ็ญทานจึงบังเกิดในสวรรค์)

SN 2.9 จันทิมสูตร (ข้อ ๒๔๑–๒๔๕) — จันทิมเทวบุตรถูกราหูจับ

  • จันทิมเทวบุตรถูกอสุรินทราหูจับ ระลึกถึงพระพุทธเจ้าและกล่าวคาถาขอความช่วยเหลือ
  • ทรงตรัสพระคาถาแก่ราหู: จันทิมถึงตถาคตผู้เป็นพระอรหันต์ว่าเป็นที่พึ่ง ราหูจงปล่อยจันทิม พระพุทธเจ้าทั้งหลายเป็นผู้อนุเคราะห์โลก
  • ราหูปล่อยจันทิม เร่งรีบไปหาท้าวเวปจิตติด้วยความกลัว กล่าวว่าถ้าไม่ปล่อยศีรษะจะแตก 7 เสี่ยง

SN 2.10 สุริยสูตร (ข้อ ๒๔๖–๒๕๐) — สุริยเทวบุตรถูกราหูจับ

  • สุริยเทวบุตรถูกราหูจับ ระลึกถึงพระพุทธเจ้ากล่าวคาถาขอที่พึ่ง
  • ทรงตรัสพระคาถาแก่ราหู: สุริยะถึงตถาคตว่าเป็นที่พึ่ง ราหูจงปล่อยสุริยะผู้ส่องแสงกระทำความสว่างในที่มืดมิด ผู้เป็นบุตรของเรา
  • ราหูปล่อยสุริยะด้วยเหตุเดียวกับสูตรที่แล้ว
  • (อรรถกถา: จันทระและสุริยะบรรลุโสดาปัตติผลในวันที่ตรัสมหาสมยสูตร)

ความสำคัญ

  • วรรคนี้แสดงว่าเทวบุตรหลายองค์มีปูมหลังต่างกัน — กัสสปสูตรทั้งสองโยงสู่ไตรสิกขา ตายนสูตรแสดงว่าแม้เจ้าลัทธิเก่าที่ทำกรรมดีก็เกิดเป็นเทวดาได้และยังมาร่วมสอนธรรม
  • SN 2.9–2.10 จันทิมสูตรและสุริยสูตรเป็นสูตรที่แสดงว่าพระพุทธเจ้าทรงอนุเคราะห์ทั้งมนุษย์และเทพ ทรงมีอำนาจเหนือราหูอสูร
  • โยงกับ เทวตาสังยุต ซึ่งเป็นสังยุตก่อนหน้า และอนาถปิณฑิกวรรค วรรคถัดไป