อินทริยสังยุต — ฉฬินทริยวรรค และสุขินทริยวรรค (วรรค 3–4)
วรรค 3–4 ของ อินทริยสังยุต (SN 48) รวม 20 สูตร — วรรค 3 (ฉฬินทริยวรรค) แสดงอินทรีย์ชุดอื่นๆ นอกจากอินทรีย์ 5; วรรค 4 (สุขินทริยวรรค) ว่าด้วยอินทรีย์ฝ่ายเวทนา 5
ฉฬินทริยวรรคที่ 3 (ข้อ ๘๙๔–๙๑๓)
วรรคนี้ไม่ได้ว่าด้วย “อินทรีย์ 6 ชุดเดียว” แต่รวบรวมชุดอินทรีย์ที่หลากหลาย 3 กลุ่มหลัก ใน 10 สูตร:
กลุ่ม 1 — อินทรีย์ 5 (สัทธา-วิริยะ-สติ-สมาธิ-ปัญญา) ต่อเนื่องจากวรรค 2
- ปุนัพภวสูตร (ข้อ ๘๙๔–๘๙๖) — พระพุทธเจ้าตรัสว่า “ตราบใดที่เรายังไม่รู้ทั่วถึงความเกิดดับ คุณ โทษ และอุบายสลัดออกแห่งอินทรีย์ 5 เพียงนั้น เราก็ยังไม่ปฏิญาณตนว่าตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ” → เมื่อรู้ชัด จึงปฏิญาณตน พร้อมด้วยญาณทัสสนะ “วิมุตติของเราไม่กำเริบ ชาตินี้เป็นชาติที่สุด”
- เอกาภิญญาสูตร (ข้อ ๘๙๙–๙๐๐) — จำแนกพิสดารมากที่สุด: แยกโสดาบัน 3 ประเภท (เอกพีชี/โกลังโกละ/สัตตักขัตตุปรมะ) และอนาคามี 5 ประเภท ตามระดับอินทรีย์
กลุ่ม 2 — อินทรีย์ 3 (วัฏฏะ และโลกุตระ)
- ชีวิตินทริยสูตร (ข้อ ๘๙๗) — ว่าด้วยอินทรีย์ 3 ฝ่ายวัฏฏะ: อิตถินทรีย์ (ความเป็นหญิง) ๑ ปุริสินทรีย์ (ความเป็นชาย) ๑ ชีวิตินทรีย์ (ความเป็นอยู่) ๑ — ทั้ง 3 เป็น “อินทรีย์ที่เป็นวัฏฏะ” (อรรถกถา) ไม่ใช่โพธิปักขิยธรรม แต่รวมไว้เพื่อแสดงความสมบูรณ์ของหมวดอินทรีย์
- อัญญาตาวินทริยสูตร (ข้อ ๘๙๘) — ว่าด้วยอินทรีย์ 3 ฝ่ายโลกุตระ:
- อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ — อินทรีย์ในขณะแห่งโสดาปัตติมรรค (จะรู้สิ่งที่ยังไม่รู้ในสงสาร)
- อัญญินทรีย์ — อินทรีย์ใน 6 ฐานะ (ตั้งแต่โสดาปัตติผลถึงอนาคามิผล) ด้วยอาการรู้สิ่งที่รู้ทั่วถึงแล้ว
- อัญญาตาวินทรีย์ — อินทรีย์ในอรหัตตผล (รู้ทั่วถึงแล้วโดยสมบูรณ์)
กลุ่ม 3 — อินทรีย์ 6 (ทวาร — จักขุ-โสต-ฆาน-ชิวหา-กาย-มน)
- สุทธกสูตร (ข้อ ๙๐๑) — ประกาศรายชื่อ จักขุนทรีย์ โสตินทรีย์ ฆานินทรีย์ ชิวหินทรีย์ กายินทรีย์ มนินทรีย์ (อินทรีย์แห่งทวาร 6 — สฬายตนะ)
- โสตาปันนสูตร (ข้อ ๙๐๒–๙๐๓) — อริยสาวกรู้ความเกิดดับแห่งอินทรีย์ 6 → พระโสดาบัน
- ปฐม-ทุติยอรหันตสูตร (ข้อ ๙๐๔–๙๐๘) — รู้แล้วหลุดพ้น → พระอรหันต์; ทุติยอรหันตสูตรแสดงว่าพระพุทธเจ้าทรงรู้อินทรีย์ 6 นี้จึงปฏิญาณตนว่าตรัสรู้
- ปฐม-ทุติยสมณพราหมณสูตร (ข้อ ๙๐๙–๙๑๓) — เกณฑ์สมณพราหมณ์: รู้/ไม่รู้อินทรีย์ 6 ตามจริง
สุขินทริยวรรคที่ 4 (ข้อ ๙๑๔–๙๖๑)
ว่าด้วย อินทรีย์ฝ่ายเวทนา 5 — ชุดนี้ต่างจากอินทรีย์ 5 ฝ่ายภาวนา และต่างจากอินทรีย์ 6 ฝ่ายทวาร
อินทรีย์ 5 ฝ่ายเวทนา:
- สุขินทรีย์ — เวทนาสุขทางกาย (กายสัมผัส)
- ทุกขินทรีย์ — เวทนาทุกข์ทางกาย (กายสัมผัส)
- โสมนัสสินทรีย์ — เวทนาสุขทางใจ (มโนสัมผัส)
- โทมนัสสินทรีย์ — เวทนาทุกข์ทางใจ (มโนสัมผัส)
- อุเบกขินทรีย์ — เวทนาไม่สุขไม่ทุกข์ ทางกายหรือทางใจ
ย่น-ขยาย: อินทรีย์ 5 นี้ย่นได้เป็น 3 (เวทนา 3): สุขินทรีย์+โสมนัสสินทรีย์ = สุขเวทนา; ทุกขินทรีย์+โทมนัสสินทรีย์ = ทุกขเวทนา; อุเบกขินทรีย์ = อทุกขมสุขเวทนา (ตติยวิภังคสูตร ข้อ ๙๔๐–๙๔๘)
สูตรสำคัญ:
- ปฐม-ทุติยสมณพราหมณสูตร (ข้อ ๙๑๙–๙๒๔) — รู้ความเกิดดับแห่งอินทรีย์เวทนา 5 → นับว่าสมณพราหมณ์
- อรหันตสูตร (ที่ 9) (ข้อ ๙๔๙–๙๕๕) — อุปมาไม้สีไฟ: อินทรีย์เวทนาเกิดจากผัสสะ เหมือนไฟเกิดจากไม้ 2 อันเสียดสีกัน; เมื่อผัสสะดับ เวทนาก็ดับ — ภิกษุผู้รู้ชัดเช่นนี้ชื่อว่ารู้ความดับแห่งเวทนา
- อุปปฏิกสูตร (ข้อ ๙๕๖–๙๖๑) — แสดงที่ดับของอินทรีย์เวทนาแต่ละอย่างในฌาน:
- ทุกขินทรีย์ดับใน ปฐมฌาน
- โทมนัสสินทรีย์ดับใน ทุติยฌาน
- สุขินทรีย์ดับใน ตติยฌาน
- โสมนัสสินทรีย์ดับใน จตุตถฌาน
- อุเบกขินทรีย์ดับใน สัญญาเวทยิตนิโรธ
ความสำคัญ:
- ฉฬินทริยวรรคแสดงว่า “อินทรีย์” ในพุทธศาสนาครอบคลุมหลายชุด: อินทรีย์วัฏฏะ (เพศ/ชีวิต), อินทรีย์โลกุตระ (ญาณมรรค-ผล), อินทรีย์ทวาร 6 — แต่ชุดสำคัญสุดสำหรับการปฏิบัติคืออินทรีย์ 5 ฝ่ายภาวนา
- สุขินทริยวรรคเชื่อมอินทรีย์กับเวทนา และฌาน — แสดงให้เห็นว่าฌานแต่ละขั้นทำหน้าที่ดับเวทนาฝ่ายหยาบตามลำดับ
- โยงต่อ: ชราวรรค-โพธิปักขิยวรรค, เวทนา, สฬายตนะ, ฌาน 4