ราหุลสังยุต

สังยุตว่าด้วยพระพุทธเจ้าทรงสอนพระราหุล (พระโอรส) ที่เชตวัน สาวัตถี — แกนเดียวทั้งสังยุต: ให้พิจารณาธรรมทุกหมวดว่า ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา (ไตรลักษณ์) แล้วเบื่อหน่าย คลายกำหนัด หลุดพ้น มี 2 วรรค 22 สูตร

ปฐมวรรค (SN 18.1–18.10, ข้อ ๕๙๙–๖๑๙)

พระราหุลทูลขอให้ทรงแสดงธรรมโดยย่อ — ทรงตรัสถาม “[หมวดธรรม]เที่ยงหรือไม่เที่ยง → ไม่เที่ยงเป็นทุกข์ → สิ่งใดไม่เที่ยงเป็นทุกข์มีความแปรปรวน ควรหรือที่จะตามเห็นว่า ‘นั่นของเรา เราเป็นนั่น นั่นเป็นตัวตนของเรา’ → ไม่ควร” แล้วสรุปอริยสาวกเบื่อหน่าย-คลายกำหนัด-หลุดพ้น

แม่แบบนี้ใช้กับ 10 หมวดทีละสูตร:

ทุติยวรรค (SN 18.11–18.22, ข้อ ๖๒๐–๖๓๕)

ชุดสูตรชื่อเดียวกัน 10 สูตร (จักขุ…ขันธ์) แต่ทรงปรารภตรัสถามเอง (พระราหุลเข้าเฝ้า แล้วทรงตรัสถาม) — เนื้อหาไตรลักษณ์เหมือนปฐมวรรค + เพิ่ม 2 สูตรท้าย:

  • อนุสยสูตร (SN 18.21) — “เมื่อรู้-เห็นอย่างไร อหังการ มมังการ และมานานุสัย จึงไม่มีในกายที่มีใจครองนี้และในนิมิตภายนอกทั้งปวง” → ทรงตอบ: เห็นรูป/เวทนา/สัญญา/สังขาร/วิญญาณ ทั้งปวง ด้วยปัญญาตามจริงว่า “นั่นไม่ใช่ของเรา เราไม่เป็นนั่น นั่นไม่ใช่ตัวตนของเรา”
  • อปคตสูตร (SN 18.22) — “เมื่อรู้-เห็นอย่างไร มนัสจึงปราศจากอหังการ มมังการ และมานะ ก้าวล่วงมานะด้วยดี สงบระงับ หลุดพ้นวิเศษ” → ตอบด้วยหลักเดียวกัน (เห็นทั้งปวงเป็นอนัตตา)

ความสำคัญ: เป็นชุดกรรมฐานไตรลักษณ์ที่ทรงประทานแก่พระราหุลโดยเฉพาะ ปิดท้ายด้วยการถอน อหังการ-มมังการ-มานะ (ความถือว่าเรา-ของเรา-ความถือตัว) อันเป็นยอดของการละอัตตทิฏฐิ