อนิยต (Aniyata แปลว่า “ไม่แน่นอน”) คือหมวดสิกขาบทพิเศษที่ ยังไม่ตัดสินว่าเป็นอาบัติระดับใด จนกว่าจะฟังคำให้การของอุบาสิกาผู้มีวาจาน่าเชื่อถือ (ผู้บรรลุธรรม ถึงสรณะ 3) ที่พบเห็นโดยตรง ปรากฏในmahavibhanga (มหาวิภังค์) และสวดในพระpatimokkha (ปาฏิโมกข์) ต้นบัญญัติทั้ง 2 ข้อเกิดจากเรื่องudayi (พระอุทายี)ที่savatthi (สาวัตถี) บัญญัติโดยพระพุทธเจ้า
2 สิกขาบท
สิกขาบทที่ ๑ (บรรทัด 15995–16247) — ภิกษุรูปเดียวนั่งในที่ลับ คือในอาสนะกำบัง พอจะทำการได้ (พอจะเสพเมถุนธรรมได้) กับมาตุคามผู้เดียว หากอุบาสิกาผู้มีวาจาน่าเชื่อถือเห็นแล้วพูดขึ้นด้วยธรรม 3 ประการ คือด้วยปาราชิกก็ดี ด้วยสังฆาทิเสสก็ดี ด้วยปาจิตตีย์ก็ดี ภิกษุผู้ปฏิญาณการนั่งพึงถูกปรับด้วยธรรมนั้น ธรรมนี้ชื่อ อนิยต
- ต้นบัญญัติ: udayi (พระอุทายี) นั่งในห้องกับสาวน้อยผู้อุปัฏฐาก visakha-migaramata (นางวิสาขา มิคารมาตา) ว่ากล่าว แต่ท่านไม่ฟัง ณ savatthi (สาวัตถี)
สิกขาบทที่ ๒ (บรรทัด 16416–16650) — ภิกษุรูปเดียวนั่งในที่ลับ กับมาตุคามผู้เดียว ในอาสนะที่ ไม่เป็นกำบัง (เห็นกันได้ แต่ไม่มีใครได้ยิน) พอจะพูดเคาะด้วยวาจาชั่วหยาบได้ หากอุบาสิกาผู้มีวาจาน่าเชื่อถือเห็นแล้วพูดขึ้นด้วยธรรม 2 ประการ คือด้วยสังฆาทิเสสก็ดี ด้วยปาจิตตีย์ก็ดี ภิกษุผู้ปฏิญาณการนั่งพึงถูกปรับด้วยธรรมนั้น แม้ธรรมนี้ก็ชื่อ อนิยต
- ต้นบัญญัติ: udayi (พระอุทายี) ทราบสิกขาบทที่ ๑ แล้วยังหาช่องนั่งในที่ลับ (แต่เปิดเผย) กับสาวน้อยเดิม นางวิสาขาพบอีกครั้ง
ความสำคัญ
- อนิยตต่างจากสิกขาบทอื่นตรงที่ ไม่กำหนดอาบัติล่วงหน้า — ระดับอาบัติ (ปาราชิก/สังฆาทิเสส/ปาจิตตีย์) ขึ้นกับคำให้การของพยาน และการปฏิญาณของภิกษุ สะท้อนหลักการที่ว่าพยานผู้บรรลุธรรมมีความน่าเชื่อถือสูงพอที่จะกำหนดทิศทางการวินิจฉัย
- เชื่อมกับ paragika-4 (ปาราชิก 4), sanghadisesa-13 (สังฆาทิเสส 13), และnissaggiya-pacittiya-30 (นิสสัคคิยปาจิตตีย์ 30) — ซึ่งเป็นอาบัติที่อนิยตชี้ไปหา