สังฆาทิเสส (Saṅghādisesa) คืออาบัติหนักรองจากปาราชิก — ภิกษุไม่ขาดจากความเป็นภิกษุ แต่ต้องอยู่กรรม (parivāsa ปริวาส) และรับมานัต แล้วให้สงฆ์สวดอัพภาน (สวดออกจากอาบัติ) ชื่อ “สังฆาทิเสส” หมายถึง “เบื้องต้นและที่เหลือต้องสงฆ์” คือสงฆ์เท่านั้นที่ให้ปริวาส ให้มานัต และเรียกเข้าหมู่ได้ ไม่ใช่คณะหรือบุคคลคนเดียว สิกขาบทเหล่านี้ปรากฏใน mahavibhanga (มหาวิภังค์) หมวดเตรสกัณฑ์ และสวดในพระpatimokkha (ปาฏิโมกข์) ทุกกึ่งเดือน บัญญัติโดยพระพุทธเจ้า

13 สิกขาบท

๑. สุกกวิสัฏฐิสิกขาบท — ภิกษุปล่อยอสุจิด้วยความจงใจ (เจตนาให้เคลื่อน) เป็นสังฆาทิเสส; ต้นบัญญัติ: พระเสยยสกะ (ถูกพระอุทายีแนะนำผิด) ที่เชตวัน

๒. กายสังสัคคสิกขาบท — ภิกษุกำหนัด มีจิตแปรปรวน ถึงการเคล้าคลึงด้วยกายกับมาตุคาม เช่น จับมือ จับช้องผม หรือลูบคลำอวัยวะใดอวัยวะหนึ่ง เป็นสังฆาทิเสส; ต้นบัญญัติ: พระอุทายี

๓. ทุฏฐุลลวาจาสิกขาบท — ภิกษุกำหนัด มีจิตแปรปรวน พูดเคาะมาตุคามด้วยวาจาชั่วหยาบ พาดพิงเมถุน (เหมือนชายหนุ่มพูดเคาะหญิงสาว) เป็นสังฆาทิเสส; ต้นบัญญัติ: พระอุทายี

๔. อัตตกามปาริจริยสิกขาบท — ภิกษุกำหนัด มีจิตแปรปรวน กล่าวคุณแห่งการบำเรอกามของตนในสำนักมาตุคาม ด้วยถ้อยคำพาดพิงเมถุน (ว่าสตรีที่บำเรอผู้ประพฤติพรหมจรรย์เช่นเราด้วยเมถุนธรรม นั่นเป็นยอดแห่งการบำเรอ) เป็นสังฆาทิเสส; ต้นบัญญัติ: พระอุทายี

๕. สัญจริตตสิกขาบท — ภิกษุถึงความเป็นผู้ชักสื่อ บอกความประสงค์ของบุรุษแก่สตรีก็ดี บอกความประสงค์ของสตรีแก่บุรุษก็ดี ในความเป็นเมียก็ตาม ในความเป็นชู้ก็ตาม เป็นสังฆาทิเสส; ต้นบัญญัติ: พระอุทายี

๖. กุฎีการสิกขาบท — ภิกษุจะสร้างกุฎีอันหาเจ้าของมิได้เพื่อตนเอง ด้วยการขอเอาเอง ต้องสร้างให้ได้ประมาณ (ยาว 12 คืบสุคต กว้าง 7 คืบ) นำภิกษุไปแสดงที่ซึ่งไม่มีผู้จองและมีชานรอบ หากสร้างเกินประมาณ หรือในที่มีผู้จอง ไม่มีชาน หรือไม่นำภิกษุไปแสดง เป็นสังฆาทิเสส; ต้นบัญญัติ: ภิกษุชาวรัฐalavi (อาฬวี)

๗. มหาวิหารการสิกขาบท — ภิกษุจะสร้างวิหารใหญ่อันมีเจ้าของเพื่อตนเอง พึงนำภิกษุทั้งหลายไปแสดงที่ซึ่งไม่มีผู้จองและมีชานรอบ หากสร้างในที่มีผู้จอง ไม่มีชาน หรือไม่นำภิกษุไปแสดง เป็นสังฆาทิเสส; ต้นบัญญัติ: พระฉันนะ ที่kosambi (โกสัมพี)

๘. อมูลกสิกขาบท — ภิกษุขัดใจมีโทสะ ตามกำจัดภิกษุด้วยธรรมอันมีโทษถึงปาราชิก อันหามูลมิได้ (ไม่มีเหตุจริง) ด้วยหมายจะยังเธอให้เคลื่อนจากพรหมจรรย์ แม้ภายหลังอธิกรณ์นั้นปรากฏว่าหามูลมิได้ แต่ภิกษุยังอิงโทสะอยู่ เป็นสังฆาทิเสส; ต้นบัญญัติ: พระเมตติยะและพระภุมมชกะ (กล่าวหาพระทัพพมัลลบุตรเท็จ)

๙. เลสมัตตสิกขาบท — ภิกษุขัดใจมีโทสะ ถือเอาเอกเทศบางแห่งแห่งอธิกรณ์เรื่องอื่นให้เป็นเพียงเลศ แล้วตามกำจัดภิกษุด้วยธรรมมีโทษถึงปาราชิก ด้วยหมายจะยังเธอให้เคลื่อนจากพรหมจรรย์ แม้ภายหลังอธิกรณ์นั้นเป็นเรื่องอื่นและเอกเทศที่ถือเอาเป็นเพียงเลศเท่านั้น แต่ภิกษุยังอิงโทสะอยู่ เป็นสังฆาทิเสส; ต้นบัญญัติ: พระเมตติยะและพระภุมมชกะ (อาศัยแพะเป็นเลศกล่าวหาพระทัพพมัลลบุตร)

๑๐. สังฆเภทสิกขาบท — ภิกษุตะเกียกตะกายเพื่อทำลายสงฆ์ผู้พร้อมเพรียง หรือถือเอาอธิกรณ์อันเป็นเหตุแตกกันยกย่องยันอยู่ อันภิกษุทั้งหลายว่ากล่าวเพื่อให้สละ ถูกสวดสมนุภาสสามจบแล้วยังไม่สละ เป็นสังฆาทิเสส; ต้นบัญญัติ: พระเทวทัต (ขอวัตถุ 5 ประการและแยกทำสังฆกรรมเอง) ที่rajagaha (ราชคฤห์)

๑๑. สังฆเภทานุวัตตกสิกขาบท — ภิกษุผู้ประพฤติตาม ผู้พูดเข้ากันของภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ (1–3 รูป) กล่าวสนับสนุนว่าภิกษุนั้นพูดถูกธรรมถูกวินัย อันภิกษุทั้งหลายว่ากล่าวเพื่อให้สละ ถูกสวดสมนุภาสสามจบแล้วยังไม่สละ เป็นสังฆาทิเสส; ต้นบัญญัติ: พระโกกาลิกะ พระกูฏโมรกติสสกะ พระขัณฑเทวีบุตร พระสมุทททัต (ผู้ประพฤติตามพระเทวทัต)

๑๒. ทุพพจสิกขาบท — ภิกษุมีสัญชาติแห่งคนว่ายาก อันภิกษุทั้งหลายว่ากล่าวโดยชอบธรรมในสิกขาบทที่เนื่องในอุเทศ ทำตนให้เป็นผู้อันใคร ๆ ว่ากล่าวไม่ได้ (โต้ว่าอย่าว่ากล่าวกัน เราก็จักไม่ว่ากล่าวใคร) อันภิกษุทั้งหลายว่ากล่าวเพื่อให้สละ ถูกสวดสมนุภาสสามจบแล้วยังไม่สละ เป็นสังฆาทิเสส; ต้นบัญญัติ: พระฉันนะ ที่kosambi (โกสัมพี)

๑๓. กุลทูสกสิกขาบท — ภิกษุเข้าไปอาศัยบ้านหรือนิคมแห่งใดแห่งหนึ่ง เป็นผู้ประทุษร้ายสกุล มีความประพฤติเลวทราม (ประจบด้วยดอกไม้ ผลไม้ ของขวัญ หรือเป็นสื่อ ทำให้ชาวบ้านเสื่อมศรัทธา) ความประพฤตินั้นเขาได้เห็นได้ยิน อันภิกษุทั้งหลายว่ากล่าวเพื่อให้หลีกไป ถูกสวดสมนุภาสสามจบแล้วยังไม่สละ เป็นสังฆาทิเสส; ต้นบัญญัติ: ภิกษุพวกพระอัสสจิ และพระปุนัพพสุกะ ที่ชนบทkitagiri (กีฏาคิรี)

ความสำคัญ

  • สังฆาทิเสสเป็นครุกาบัติที่แก้ได้ ต่างจากปาราชิกซึ่งขาดจากภิกษุโดยอัตโนมัติ — ภิกษุผู้ต้องสังฆาทิเสสยังคงเป็นภิกษุแต่ต้องรับโทษ คือ ปิดบังอาบัติไว้กี่วันต้องอยู่ปริวาสกี่วัน จากนั้นรับมานัต 6 ราตรี แล้วสงฆ์ 20 รูปสวดอัพภานให้พ้นอาบัติ
  • สิกขาบทเหล่านี้อยู่ในpatimokkha (ปาฏิโมกข์) สวดทุกกึ่งเดือน; ในพระภิกษุณีวิภังค์มีสังฆาทิเสส 17 สิกขาบท (มากกว่าภิกษุ 4 ข้อ)