อังคุตตรนิกาย — ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์และเปยยาล (วรรคที่ ๒๑–๒๕)
ปิดท้าย ปัญจกนิบาต ด้วยปัญจมปัณณาสก์ (วรรค ๒๑–๒๕) ข้อ ๒๐๑–๒๕๐ ตามด้วยพระสูตรที่ไม่ได้สงเคราะห์เข้าวรรค (ข้อ ๒๕๑–๒๖๖) และ ราคเปยยาล (ข้อ ๒๖๗–๒๗๑) ปิดจบนิบาต
| วรรค | สาระเด่น |
|---|---|
| ๒๑ กิมพิลวรรค (ข้อ ๒๐๑–๒๑๐) | กิมพิลสูตร (ข้อ ๒๐๑): เหตุที่สัทธรรมเสื่อม/ดำรงอยู่ได้ (ขาด/มีความเคารพใน ๕ สิ่ง: ศาสดา-ธรรม-สงฆ์-สิกขา-กันและกัน) · ลักษณะภิกษุควรห้ามปรามและชักนำ |
| ๒๒ อักโกสกวรรค (ข้อ ๒๑๑–๒๒๐) | ด่าว่าด้วยวาจา ๕ ลักษณะ · ธรรมป้องกันกิเลสทางวาจา |
| ๒๓ ทีฆจาริกวรรค (ข้อ ๒๒๑–๒๓๐) | ภิกษุเที่ยวจาริก · ลักษณะภิกษุควรออกพรรษาก่อนและหลัง |
| ๒๔ อาวาสิกวรรค (ข้อ ๒๓๑–๒๔๐) | ภิกษุผู้อยู่ประจำที่ที่ดี ๕ และที่ไม่ดี ๕ (ตระหนี่/ไม่ตระหนี่ที่อยู่-สกุล-ลาภ-วรรณะ-ธรรม) |
| ๒๕ ทุจริตวรรค (ข้อ ๒๔๑–๒๕๐) | กายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต ๕ มิติ · ผู้ทำทุจริตย่อมเกิดในนรก |
| (ไม่ได้สงเคราะห์เข้าวรรค) | ข้อ ๒๕๑–๒๖๖: ภิกษุผู้พึงให้อุปสมบท/ให้นิสัย/ให้สามเณรอุปัฏฐาก · เวร ๕ ครบทุกบรรพชิตและคฤหัสถ์ (ข้อ ๒๖๓–๒๖๖) |
| ราคเปยยาล | ข้อ ๒๖๗–๒๗๑: ธรรม ๕ เพื่อรู้ยิ่ง-กำหนดรู้-ละ-สิ้น-คลาย-ดับ-ปล่อยวาง ราคะ โทสะ โมหะ และกิเลสทั้งหลาย |
เนื้อเด่น
-
กิมพิลสูตร (ข้อ ๒๐๑): ท่านพระกิมพิละทูลถามว่าอะไรเป็นเหตุให้สัทธรรมไม่ดำรงอยู่นานหลังตถาคตปรินิพพาน — พระผู้มีพระภาคตรัสว่า เพราะภิกษุ-ภิกษุณี-อุบาสก-อุบาสิกาขาด ความเคารพและยำเกรงใน (๑) ศาสดา (๒) ธรรม (๓) สงฆ์ (๔) สิกขา (๕) กันและกัน; สาเหตุที่สัทธรรมดำรงอยู่ได้นานคือตรงข้ามทั้งหมด; ตรัส ณ พระวิหารเวฬุวัน เมืองกิมิลา
-
เวร ๕ ครบทุกสถานะ (ข้อ ๒๖๓–๒๖๖): แสดงซ้ำแบบขยาย — ภิกษุ (ประพฤติผิดพรหมจรรย์) อุบาสก-อุบาสิกา (ประพฤติผิดในกาม) ตลอดจนอาชีวก นิครนถ์ ปริพาชก และเดียรถีย์ต่างๆ — ล้วนมีเวร ๕ ชุดเดียวกัน คือ ฆ่าสัตว์-ลักทรัพย์-ประพฤติผิดในกาม/พรหมจรรย์-พูดเท็จ-ดื่มน้ำเมา; ผู้ละเวร ๕ เกิดในสวรรค์ ผู้ไม่ละเกิดในนรก; เชื่อมกับศีล 5
-
ราคเปยยาล (ข้อ ๒๖๗–๒๗๑ — ปิดนิบาต): ธรรม ๕ ชุดเพื่อรู้ยิ่ง-กำหนดรู้-ละ-สิ้นไปรอบ-เสื่อมไป-คลาย-ดับ-ปล่อยวาง ราคะ โทสะ โมหะ และกิเลสอีก ๑๙ อย่าง (โกธะ อุปนาหะ มักขะ ปลาสะ อิสสา มัจฉริยะ มายา สาเถยยะ ถัมภะ สารัมภะ มานะ อติมานะ มทะ ปมาทะ):
- ข้อ ๒๖๗: ธรรม ๕ ชุดที่ ๑ = อสุภสัญญา · มรณสัญญา · อาทีนวสัญญา · อาหาเรปฏิกูลสัญญา · สัพพโลเกอนภิรตสัญญา
- ข้อ ๒๖๘: ธรรม ๕ ชุดที่ ๒ = อนิจจสัญญา · อนิจเจทุกขสัญญา · ทุกเขอนัตตสัญญา · ปหานสัญญา · วิราคสัญญา
- ข้อ ๒๖๙: ธรรม ๕ ชุดที่ ๓ = สัทธินทรีย์ · วิริยินทรีย์ · สตินทรีย์ · สมาธินทรีย์ · ปัญญินทรีย์
- ข้อ ๒๗๐: ธรรม ๕ ชุดที่ ๔ = สัทธาพละ · วิริยพละ · สติพละ · สมาธิพละ · ปัญญาพละ
- ข้อ ๒๗๑: ขยายชุดเดิมไปครอบ โทสะ โมหะ และกิเลสทั้งหมดที่ระบุ — เป็นเปยยาลแบบ “ซ้ำขยาย” (peyyāla = ย่นย่อโดยให้ใช้แบบแผนเดียวกัน)
แพทเทิร์นของราคเปยยาล: ธรรม ๕ สี่ชุดสุดท้ายนี้เป็น peyyāla — แสดงว่าธรรมชุดเดียวกัน (สัญญาหมวดต่างๆ, อินทรีย์ ๕, พละ ๕) ใช้เพื่อ รู้ยิ่ง กำหนดรู้ ละ สิ้นไปรอบ เสื่อมไป คลาย ดับ ปล่อยวาง กิเลสทุกตัว — ไม่ใช่เพียงราคะเพียงอย่างเดียว สะท้อนว่าอินทรีย์ ๕ และพละ ๕ เป็นรากของมรรคทั้งหมด
ความสำคัญ: ปัญจมปัณณาสก์ปิดด้วยการย้อนกลับสู่รากฐาน — ศีล ๕ (เวร ๕ ที่ต้องละ) และอินทรีย์/พละ ๕ ที่ต้องเจริญ — ทำให้นิบาตนี้วนกลับมาหาธีมหลักของเสขพละ ๕ ที่เปิดต้นนิบาต; กิมพิลสูตรเป็นสูตรสำคัญด้านการดำรงพระพุทธศาสนา บ่อยอ้างถึงในบริบทร่วมสมัย
โยงกับ: ศีล 5 · อินทรีย์ 5 · กรรม · นิพพาน · ตติย-จตุตถปัณณาสก์ · อังคุตตรนิกาย