อังคุตตรนิกาย — ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์และเปยยาลรวม (ข้อ ๕๔๓–๕๙๙)
ส่วนปิดของอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต — ตติยปัณณาสก์ 5 วรรค (ข้อ ๕๔๓–๕๙๕) ตามด้วยพระสูตรนอกปัณณาสก์ (เปยยาล, ข้อ ๕๙๖–๕๙๙) ก่อนปิดติกนิบาต
| วรรค | สาระ |
|---|---|
| 1 สัมโพธิวรรค (ข้อ ๕๔๓–๕๕๒) | ปุพพสูตร (ก่อนตรัสรู้ทรงแสวงหาอัสสาทะ-อาทีนพ-นิสสรณะ) · อกุศลมูล ๓ / กุศลมูล ๓ (โลภ-โทสะ-โมหะ และคู่ตรงข้าม) · อนาถบิณฑิกสูตร (ภพ ๓ ไม่อิ่ม — กาม-ภพ-เหตุแห่งภพ) |
| 2 อาปายิกวรรค (ข้อ ๕๕๓–๕๖๒) | บุคคล ๓ ที่ไม่ละโทษ → ตกอบาย · บุคคล ๓ หาได้ยาก · วิบัติ ๓ (ศีล-ทิฏฐิ-อาชีวะ) / สัมปทา ๓ · โสไจยะ ๓ (ความสะอาด — กาย-วาจา-ใจ) · โมไนยะ ๓ (ความเป็นมุนี — กาย-วาจา-ใจ) |
| 3 กุสินารวรรค (ข้อ ๕๖๓–๕๗๒) | กุสินารสูตร (ตรัสที่ราวป่าพลิหรณะ ใกล้[[kusinara (กุสินารา) |
| 4 โยธาชีววรรค (ข้อ ๕๗๓–๕๘๒) | นักรบ ๓ องค์ → ภิกษุ ๓ ประเภท · บริษัท ๓ · มิตร ๓ ประเภทที่ควรคบ · สัมปทา ๓ · วุฑฒิ ๓ · ม้ากระจอก ๓ เปรียบคนกระจอก ๓ (เชาวน์ดี-สีงาม-ทรวดทรงงาม = รู้อริยสัจ-ตอบปัญหาได้-ได้ปัจจัย ๔) |
| 5 มงคลวรรค (ข้อ ๕๘๓–๕๙๕) | มงคล ๓ (ลาภ-ยศ-สวรรค์ vs นิพพาน) · สุตวา-อสุตวา ปุถุชน · อกุศลสูตร/สาวัชชสูตร/วิสมสูตร/อสุจิสูตร (หลายสูตรหมวดศีลกรรม) |
| เปยยาล (ข้อ ๕๙๖–๕๙๙) | ปฏิปทา ๓ (อาคาฬห/นิชฌาม/มัชฌิมา) × ๒ นัย · ธรรม ๓ เพื่อนรก/สวรรค์ (กุศลกรรม-อกุศลกรรม ๑๐) · ราคเปยยาล |
สัมโพธิวรรค — อัสสาทะ-อาทีนพ-นิสสรณะ (ข้อ ๕๔๓–๕๔๕)
ปุพพสูตร (ข้อ ๕๔๓): พระพุทธเจ้าทรงแสดงว่า ก่อนตรัสรู้ขณะยังเป็นโพธิสัตว์ ทรงแสวงหา ๓ อย่างนี้:
- อัสสาทะ (assāda) = ความยินดีเพลิดเพลิน — สุขโสมนัสที่อาศัยโลกเกิดขึ้น
- อาทีนพ (ādīnava) = โทษ — ความที่โลกไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวน
- นิสสรณะ (nissaraṇa) = ทางออก — การบำบัดฉันทราคะ ละฉันทราคะในโลก
ทรงปฏิญญาตรัสรู้ก็เพราะรู้แจ้งทั้ง ๓ นี้ตามจริง — เป็นสูตรแสดงกระบวนการค้นหาก่อนตรัสรู้ที่ปรากฏซ้ำในสูตร ๕๔๓–๕๔๕ สามนัย
กุศลมูล-อกุศลมูล (ข้อ ๕๕๑–๕๕๒): อกุศลมูล ๓ = โลภะ-โทสะ-โมหะ เป็นต้นเหตุให้อกุศลกรรมเกิด กุศลมูล ๓ = อโลภะ-อโทสะ-อโมหะ เป็นต้นเหตุกุศลกรรม
ปฏิปทา ๓ (เปยยาล ข้อ ๕๙๖–๕๙๗)
ปรากฏสองนัยในเปยยาล:
- อาคาฬหปฏิปทา = ข้อปฏิบัติหยาบช้า — ถือว่าโทษในกามไม่มี จมอยู่ในกาม
- นิชฌามปฏิปทา = ข้อปฏิบัติเหี้ยมเกรียม — การทรมานตน (อเจลก) ถือผ้านุ่งห่มแบบต่างๆ กินแต่ผัก ยืน-กระโหย่ง-นอนหนาม อาบน้ำวันละ ๓ ครั้ง (ทุกรกิริยา)
- มัชฌิมาปฏิปทา = ข้อปฏิบัติอย่างกลาง — สติปัฏฐาน ๔ บ้าง / สัมมัปปธาน ๔ อิทธิบาท ๔ อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗ มรรค ๘
ราคเปยยาล (ข้อ ๕๙๙)
เปยยาลสูตรสุดท้ายแห่งติกนิบาต แสดงแพทเทิร์นว่า เพื่อ:
- รู้ยิ่ง (อภิญญา) ราคะ / กำหนดรู้ (ปริญญา) / สิ้นไปรอบ (ปริกขย) / ละ (ปหาน) / ความสิ้นไป (ขย) / ความเสื่อม (วย) / ความสำรอก (วิราค) / ความดับ (นิโรธ) / ความสละ (จาค) / ความสละคืน (ปฏินิสฺสคฺค) ราคะ
…จึงควรเจริญ สมาธิ ๓ คือ สุญญตสมาธิ-อนิมิตตสมาธิ-อัปปณิหิตสมาธิ
แพทเทิร์นนี้ซ้ำเป็นอนุโลมสำหรับ โทสะ โมหะ โกธะ อุปนาหะ มักขะ ปลาสะ อิสสา มัจฉริยะ มายา สาเถยยะ ถัมภะ สารัมภะ มานะ อติมานะ ทมะ ปมาทะ (กิเลสทั้งหมด) โดยไม่เขียนซ้ำยาว — รวม ๑๗ หัวข้อ × ๑๐ นัย (อภิญญา…ปฏินิสฺสคฺค)
สูตรเด่นอื่นในตติยปัณณาสก์
- อนาถบิณฑิกสูตร (ข้อ ๕๔๙–๕๕๐): อนาถบิณฑิกคฤหบดีเข้าเฝ้า — ความไม่อิ่มหนำใน ๓ อย่าง คือ กาม-ภพ-เหตุแห่งภพ และทางออกคือนิพพาน
- โมไนยะ ๓ (ข้อ ๕๖๒): ความเป็นมุนี = กายโมไนยะ · วจีโมไนยะ · มโนโมไนยะ — ผู้บริบูรณ์ทั้ง ๓ เรียกว่า มุนี ในทุกมิติ
- อนุรุทธะสูตร (ข้อ ๕๖๙–๕๗๐): พระอนุรุทธะทูลถามถึงสมาธิ ๓ อย่างของตนแล้วพระสารีบุตรอธิบาย
- มิตร ๓ ประเภท (ข้อ ๕๗๕): มิตรที่ควรคบมีองค์ ๓ เปรียบมิตรที่ควรหลีกมีองค์ ๓
- ม้ากระจอก–คนกระจอก (ข้อ ๕๘๐–๕๘๑): ม้า ๓ แบบ (ฝีเท้า/สี/ทรวดทรง) เปรียบภิกษุ ๓ แบบ (รู้อริยสัจ/ตอบปัญหาอภิธรรมได้/ได้ปัจจัย ๔)
ความสำคัญ: ปุพพสูตร (ข้อ ๕๔๓) เป็นสูตรชี้กระบวนการค้นหาความจริงก่อนตรัสรู้ — อัสสาทะ-อาทีนพ-นิสสรณะ เป็นโครงวิเคราะห์โลกที่นำไปสู่การออกจากโลก โยงกับปฏิจจสมุปบาท; ราคเปยยาลแสดงแพทเทิร์นสมาธิ ๓ ที่ใช้ตัดกิเลสทุกอย่างในระดับเดียวกัน
โยงกับ: ไตรสิกขา · กรรม · นิพพาน · โลภะ-โทสะ-โมหะ · ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ · ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์