มหาสุญญตสูตร (Mahāsuññata Sutta)

พระพุทธเจ้าทรงแสดง ณ นิโครธาราม กบิลพัสดุ์ ในสักกชนบท — ทรงเสด็จบิณฑบาตกรุงกบิลพัสดุ์แล้วเห็นเสนาสนะมากในวิหารเจ้ากาฬเขมกะ จึงตรัสถามพระอานนท์ที่กำลังทำจีวรกรรมอยู่ที่วิหารเจ้าฆฏายะ ว่าด้วยโทษของการคลุกคลีหมู่และวิธีเจริญสุญญตาภายในภายนอก

สาระสำคัญ

  • ข้อเสียของการคลุกคลีหมู่: ภิกษุผู้ชอบคลุกคลีหมู่ ไม่อาจได้สุขจากเนกขัมมะ สุขจากความสงัด หรือบรรลุเจโตวิมุตติ — เป็นอฐานะ; ส่วนผู้อยู่ผู้เดียวหลีกออกจากหมู่ — เป็นฐานะ
  • วิหารธรรมของพระตถาคต: ตถาคตเข้าถึงสุญญตสมาบัติภายใน ไม่ใส่ใจนิมิตทั้งปวง เมื่อมีผู้มาเฝ้าจิตย่อมน้อมไปในวิเวก
  • วิธีดำรงจิตภายใน: ผ่านปฐมฌาน–จตุตถฌาน แล้วใส่ใจความว่างภายใน → ความว่างภายนอก → ความว่างทั้งภายในและภายนอก → อาเนญชสมาบัติ — ฝึกตรวจสอบ (สัมปชานะ) ว่าจิตแล่นไปหรือยังตั้งมั่นในแต่ละอย่าง
  • กายสัมปชัญญะ: เมื่ออยู่ด้วยวิหารธรรมนี้ ถ้าจิตน้อมไปจะเดิน ยืน นั่ง นอน พูด หรือตรึก — ให้ใส่ใจรักษากุศลธรรม หลีกอกุศล
  • กถาวัตถุ 10: สาวกไม่ควรติดตามศาสดาเพียงเพื่อฟังสุตตะ เคยยะ ไวยากรณ์ แต่เพื่อฟังธรรมที่ขัดเกลากิเลส (มักน้อย สงัด ไม่คลุกคลี ศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ ฯลฯ)
  • อุปัทวะ 3 ประการ: อุปัทวะของอาจารย์ / ของศิษย์ / ของผู้ประพฤติพรหมจรรย์ — อุปัทวะของพรหมจรรย์ (สาวกตถาคตกลับถูกกิเลสครอบงำ) มีวิบากหนักสุด
  • มิตรปฏิบัติ: สาวกควรเรียกร้องศาสดาด้วยความเป็นมิตร คือฟังและปฏิบัติตาม ไม่ใช่เป็นข้าศึก; พระพุทธเจ้าตรัสว่า “เราจักข่มแล้วจึงบอก ยกย่องแล้วจึงบอก ผู้มีแก่นสารจักตั้งอยู่”
  • กามคุณ 5 และอุปาทานขันธ์ 5: ภิกษุพึงตรวจสอบจิตเนืองๆ ว่ายังมีความฟุ้งซ่านในกามหรือยังมีอัสมิมานะในขันธ์ 5 อยู่หรือไม่

ความสำคัญ