อุทเทสวิภังคสูตร (Uddesavibhanga Sutta)

พระพุทธเจ้าตรัสแก่ภิกษุที่เชตวัน เมืองสาวัตถี — ทรงแสดงอุทเทสย่อ (หัวข้อย่อ) แล้วเสด็จเข้าพระวิหาร ภิกษุไม่เข้าใจ จึงเข้าหาพระมหากัจจานะ ขอให้ขยายความ ซึ่งขยายได้ถูกต้อง และพระพุทธเจ้าก็ทรงยืนยันว่าถูกต้องทุกประการ

อุทเทสย่อที่พระพุทธเจ้าตรัส

“ภิกษุพึงพิจารณาโดยอาการที่เมื่อพิจารณาอยู่ ความรู้สึกไม่ฟุ้งไป ไม่ซ่านไปภายนอก ไม่ตั้งสงบอยู่ภายใน และไม่พึงสะดุ้งเพราะไม่ถือมั่น เมื่อเป็นเช่นนั้น ย่อมไม่มีความเกิดแห่งชาติ ชรา มรณะ ทุกข์ และสมุทัยต่อไป”

คำขยายของพระมหากัจจานะ

  • วิญญาณฟุ้งไปภายนอก: ความรู้สึกแล่นตามนิมิต (รูป เสียง ฯลฯ) กำหนัด ผูกพัน ประกอบด้วยสัญโญชน์ต่ออารมณ์ภายนอก
  • วิญญาณไม่ฟุ้งไปภายนอก: ความรู้สึกไม่แล่นตามนิมิต ไม่กำหนัด ไม่ผูกพัน
  • จิตตั้งสงบอยู่ภายใน: ความรู้สึกแล่นตาม ปีติและสุข ใน ฌาน 4 — ปฐมฌาน (ปีติ-สุขเกิดแต่วิเวก) / ทุติยฌาน (ปีติ-สุขเกิดแต่สมาธิ) / ตติยฌาน (สุขเกิดแต่อุเบกขา) / จตุตถฌาน (อทุกขมสุข) → แต่ละฌานมีการ “ยึด” สภาวะฌานนั้นเป็นสัญโญชน์
  • จิตไม่ตั้งสงบอยู่ภายใน: เข้าฌานเหล่านั้นได้ แต่ความรู้สึกไม่แล่นตามอารมณ์ฌาน — ไม่กำหนัด ไม่ผูกพัน
  • สะดุ้งเพราะถือมั่น: ปุถุชนเล็งเห็นขันธ์ 5 โดยความเป็นอัตตา เมื่อขันธ์แปรปรวน จิตก็กำเริบตาม
  • ไม่สะดุ้งเพราะไม่ถือมั่น: อริยสาวกไม่เล็งเห็นขันธ์ 5 โดยความเป็นอัตตา เมื่อขันธ์แปรปรวน จิตไม่กำเริบตาม

ความสำคัญ

  • แสดงบทบาทสำคัญของพระมหากัจจานะ ในฐานะผู้ขยายความอุทเทสย่อของพระพุทธเจ้า — พระพุทธเจ้าตรัสรับรองว่า “เราก็จะพยากรณ์อย่างเดียวกัน”
  • เนื้อหาสอดคล้องกับ พหุธาตุกสูตร และ สฬายตนวิภังคสูตร ในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างวิญญาณกับอารมณ์
  • คำว่า “ไม่ตั้งสงบอยู่ภายใน” ไม่ได้แปลว่าห้ามเจริญฌาน แต่หมายถึงไม่ยึดติดแม้แต่สภาวะฌาน