กุกกุฬวรรค (ขันธสังยุต)
วรรคที่ 4 ของอุปริปัณณาสก์ ขันธสังยุต (SN 22.136–22.149) ที่สาวัตถี — 14 สูตรย่อแม่แบบเดียว แกนร่วม: ขันธ์ 5 เป็นของร้อน ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา — ควรละฉันทะ-ราคะ-ฉันทราคะ เพื่อเบื่อหน่าย คลายกำหนัด หลุดพ้น
สูตรที่ 1 — กุกกุฬสูตร (ข้อ ๓๓๔)
- แกน: รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เป็นของร้อน (กุกกุฬ = ถ่านเถ้ารึง, ของร้อนดุจกองเถ้า)
- อริยสาวกผู้ได้สดับ เห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเบื่อหน่ายในขันธ์ 5 → คลายกำหนัด → หลุดพ้น → ญาณหยั่งรู้ว่า “ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำทำเสร็จแล้ว”
สูตรที่ 2–4 — อนิจจสูตรที่ 1–3 (ข้อ ๓๓๕–๓๓๗)
ชุด 3 สูตร เปลี่ยนสิ่งที่ควรละในสิ่งที่เป็นอนิจจัง:
- อนิจจสูตรที่ 1 (๓๓๕) — ละ ฉันทะ ในรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ
- อนิจจสูตรที่ 2 (๓๓๖) — ละ ราคะ ในสิ่งที่ไม่เที่ยง
- อนิจจสูตรที่ 3 (๓๓๗) — ละ ฉันทราคะ ในสิ่งที่ไม่เที่ยง
สูตรที่ 5–7 — ทุกขสูตรที่ 1–3 (ข้อ ๓๓๘–[ไม่มีเลขแยก])
ชุด 3 สูตร ซ้ำแม่แบบเดียวกันกับอนิจจชุด แต่เปลี่ยนลักษณะเป็นทุกข์:
- ทุกขสูตรที่ 1 (๓๓๘) — ละ ฉันทะ ในสิ่งที่เป็นทุกข์
- ทุกขสูตรที่ 2 — ละ ราคะ ในสิ่งที่เป็นทุกข์
- ทุกขสูตรที่ 3 — ละ ฉันทราคะ ในสิ่งที่เป็นทุกข์
สูตรที่ 8–10 — อนัตตสูตรที่ 1–3 (ข้อ ๓๓๙–๓๔๑)
ชุด 3 สูตร ซ้ำแม่แบบ แต่เปลี่ยนลักษณะเป็นอนัตตา:
- อนัตตสูตรที่ 1 (๓๓๙) — ละ ฉันทะ ในสิ่งที่เป็นอนัตตา
- อนัตตสูตรที่ 2 (๓๔๐) — ละ ราคะ ในสิ่งที่เป็นอนัตตา
- อนัตตสูตรที่ 3 (๓๔๑) — ละ ฉันทราคะ ในสิ่งที่เป็นอนัตตา
สูตรที่ 11–14 — กุลปุตตสูตรที่ 1–4 (ข้อ ๓๔๒–๓๔๕)
ชุด 4 สูตรว่าด้วยธรรมสมควรแก่กุลบุตรผู้บวชด้วยศรัทธา แต่ละสูตรเปลี่ยน “วิธีพิจารณาขันธ์ 5”:
- กุลปุตตสูตรที่ 1 (๓๔๒) — อยู่มากด้วยความเบื่อหน่าย ในขันธ์ 5 → กำหนดรู้ขันธ์ → หลุดพ้น จากชาติ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส
- กุลปุตตสูตรที่ 2 (๓๔๓) — พิจารณาเห็นความไม่เที่ยง (anicca (อนิจจัง)) ในขันธ์ 5 → กำหนดรู้ → หลุดพ้น
- กุลปุตตสูตรที่ 3 (๓๔๔) — พิจารณาเห็นความเป็นทุกข์ (dukkha (ทุกข์)) ในขันธ์ 5 → กำหนดรู้ → หลุดพ้น
- กุลปุตตสูตรที่ 4 (๓๔๕) — พิจารณาเห็นความเป็นอนัตตา (anatta (อนัตตา)) ในขันธ์ 5 → กำหนดรู้ → หลุดพ้น
ความสำคัญ: วรรคนี้สรุปสาระไตรลักษณ์ (อนิจจ-ทุกข-อนัตตา) ผ่านขันธ์ 5 แบบกระชับ — เปิดด้วยอุปมาขันธ์ว่า “ของร้อนดุจถ่านเถ้า” แล้วต่อด้วยชุดย่อยที่แสดงว่าควรละฉันทะ-ราคะ-ฉันทราคะในสิ่งที่ไตรลักษณ์ทั้ง 3 มุม ปิดด้วยกุลปุตตชุดที่เน้นว่ากุลบุตรผู้บวชด้วยศรัทธาควรพิจารณาขันธ์โดยไตรลักษณ์เพื่อกำหนดรู้และหลุดพ้น เชื่อมโยงกับทิฏฐิวรรค ที่ตามมาซึ่งเน้นการสิ้นทิฏฐิเพราะเห็นขันธ์โดยไตรลักษณ์