ตติยวรรค เป็นวรรคที่สามและวรรคสุดท้ายของมารสังยุต (Mārasaṃyutta) ในสคาถวรรค สังยุตตนิกาย ประกอบด้วย 5 สูตร (SN 4.21–4.25) ปิดมารสังยุตทั้งหมด (25 สูตร) บันทึกเหตุการณ์ที่มารผู้มีบาปพยายามขัดขวางทั้งพระสาวกและพระผู้มีพระภาคเจ้า ด้วยการปลอมแปลงรูป ทำเสียงขู่กลัว ล่อด้วยธิดา และติดตามหาช่องตลอด 7 ปี ทรงและพระสาวกรู้ทันทุกครั้ง มารพ่ายแพ้และหายไปทุกสูตร
SN 4.21 สัมพหุลสูตร (ข้อ ๔๗๘–๔๘๑) — มารปลอมเป็นพราหมณ์ยั่วยุภิกษุหลายรูป
สถานที่: นครศิลาวดี แคว้นสักกะ
- ภิกษุหลายรูปบำเพ็ญเพียรอยู่ใกล้พระผู้มีพระภาคเจ้า มารนิรมิตเพศเป็นพราหมณ์ผู้แก่ มุ่นชฎา นุ่งหนังเสือ หลังโกง หายใจครืดคราด ถือไม้เท้าไม้มะเดื่อ เข้ามาชักชวนให้ภิกษุทั้งหลาย “บริโภคกามอันเป็นของมนุษย์ อย่าละผลอันเห็นเองวิ่งไปสู่ผลชั่วคราว”
- ภิกษุทั้งหลายโต้ตอบตรงว่า กามเป็นของชั่วคราวมีทุกข์มาก ธรรมนี้ให้ผลไม่จำกัดกาล เป็นของควรน้อมมาไว้ในตน มารสั่นศีรษะแลบลิ้นทำหน้าขมวดสามรอยแล้วหลีกไป
- พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงยืนยันว่านั่นคือมารผู้มีบาป แล้วภาษิตพระคาถาว่า: ผู้เห็นทุกข์มีกามเป็นเหตุแล้ว พึงศึกษาเพื่อกำจัดอุปธิ
SN 4.22 สมิทธิสูตร (ข้อ ๔๘๒–๔๘๗) — มารทำเสียงน่ากลัวขู่พระสมิทธิ
สถานที่: นครศิลาวดี แคว้นสักกะ
- ท่านสมิทธิพักผ่อนในที่ลับ เกิดปีติว่าเป็นลาภที่ได้พระอรหันต์เป็นพระศาสดา ได้บวชในธรรมวินัยดี และมีเพื่อนพรหมจรรย์ผู้มีศีล
- มารทราบความปริวิตกด้วยจิต จึงทำเสียงดังน่ากลัวน่าหวาดเสียวประดุจแผ่นดินจะถล่มใกล้ท่านสมิทธิ
- ท่านสมิทธิกราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงยืนยันว่าเป็นมาร แล้วให้กลับไปตั้งใจมั่นตามเดิม — มารทำซ้ำครั้งที่สอง ท่านสมิทธิรู้ทันด้วยตนเอง ตอบด้วยคาถาว่า “เราหลีกออกบวชด้วยศรัทธา สติ ปัญญา จิตตั้งมั่นแล้ว ท่านจักทำรูปน่ากลัวอย่างไรก็ไม่ยังเราให้กลัวได้” — มารหายไป
SN 4.23 โคธิกสูตร (ข้อ ๔๘๘–๔๙๕) — พระโคธิกะเสื่อมจากเจโตวิมุตติ 6 ครั้ง ใช้ศัสตราปรินิพพาน มารหาวิญญาณไม่พบ
สถานที่: กาฬศิลา ข้างภูเขาอิสิคิลิ (พระวิหารเวฬุวัน กรุงราชคฤห์)
- ท่านโคธิกะบำเพ็ญเพียรอย่างไม่ประมาท บรรลุเจโตวิมุตติอันเป็นโลกีย์ แต่เสื่อมถึง 6 ครั้ง ครั้งที่ 7 บรรลุแล้วตัดสินใจนำศัสตรามา (ฆ่าตนเอง) เพื่อไม่ให้เสื่อมอีก
- มารทราบแล้วรีบเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าทูลขอให้ห้ามสาวกมิให้กระทำกาละ โดยอ้างว่ายังเป็นพระเสขะ
- พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรู้ทันว่าเป็นมาร ตรัสด้วยพระคาถาว่า “ปราชญ์ทั้งหลายย่อมทำอย่างนี้ ย่อมไม่ห่วงใยชีวิต โคธิกะภิกษุถอนตัณหาพร้อมด้วยรากนิพพานแล้ว” แล้วเสด็จไปยังกาฬศิลา
- ทรงเห็นควันหรือหมอกพลุ่งขึ้นทุกทิศ ตรัสว่านั่นคือมารเที่ยวแสวงหาวิญญาณของโคธิกกุลบุตร แต่ท่านโคธิกะปรินิพพานแล้วโดยมีวิญญาณอันไม่ตั้งอยู่
- มารถือพิณเข้ามาทูลถามว่าวิญญาณโคธิกะไปที่ไหน ทรงตอบ “นักปราชญ์ผู้สมบูรณ์ด้วยธิติ เพ่งพินิจ พากเพียรทั้งวันคืน ไม่มีอาลัยในชีวิต ชนะเสนามัจจุราช ถอนตัณหาพร้อมด้วยรากปรินิพพานแล้ว” — พิณพลัดตกจากรักแร้มาร มารเป็นทุกข์โทมนัสหายไป
- ประเด็นสำคัญ: สูตรนี้แสดงว่าผู้ปรินิพพานแล้ว วิญญาณ “ไม่ตั้งอยู่” — มารหาที่ตั้งไม่เจอเพราะไม่มีอุปาทานเหลือ
SN 4.24 สัตตวัสสสูตร (ข้อ ๔๙๖–๕๐๔) — มารติดตามพระพุทธเจ้า 7 ปีหาช่องไม่ได้
สถานที่: ต้นอชปาลนิโครธ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลา
- มารผู้มีบาปติดตามพระผู้มีพระภาคเจ้าคอยมุ่งหาโอกาสสิ้น 7 ปีก็ยังไม่ได้ช่อง
- มารจึงทูลถามด้วยคาถาว่า “ท่านถูกความโศกทับถมหรือ เสื่อมจากทรัพย์หรือ ทำความชั่วหรือ เหตุไรไม่ทำมิตรภาพกับใคร”
- ทรงตอบ: “เราขุดรากความเศร้าโศกทั้งหมดแล้ว ชนะความติดแน่นในภพทั้งหมด ไม่มีอาสวะ เพ่งอยู่” — เมื่อมารพยายามอ้างมมะและอหัง ทรงตอบว่าสิ่งที่ชนกล่าวว่าของเราหรือเป็นเรานั้นไม่มีแก่พระองค์ มารจึงไม่เห็นทางของพระองค์
- มารขอให้เดินทางคนเดียวไปสู่นิพพานโดยไม่ต้องสอนผู้อื่น ทรงตอบ: “ชนเหล่าใดมุ่งไปสู่ฝั่ง เราจักบอกสิ่งที่เป็นความจริงอันหาอุปธิกิเลสมิได้”
- มารยอมรับความพ่ายแพ้ด้วยอุปมาปูในสระ: อารมณ์ทุกชนิดอันเป็นวิสัยของมารล้วนถูกพระองค์ตัดรอนย่ำยีหมดแล้ว มารไม่อาจเข้าใกล้ได้ แล้วกล่าวคาถาเปรียบตนเองดุจฝูงกาเห็นก้อนหินคิดว่าเป็นอาหาร แล้วบินหนีไป — นั่งนิ่งเก้อเขินคอตก ขีดแผ่นดินอยู่
SN 4.25 มารธีตุสูตร (ข้อ ๕๐๕–๕๒๑) — ธิดามาร 3 นาง มาประเล้าประโลม ทรงไม่ไหวติง
สถานที่: ต้นอชปาลนิโครธ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลา
- มารธิดา 3 นาง ได้แก่ นางตัณหา นางอรดี นางราคา เห็นบิดาเศร้าโศก จึงอาสาผูกบุรุษนั้นด้วยบ่วงราคะ มารบอกว่าบุรุษนั้นเป็นพระอรหันต์ผู้ดำเนินดีในโลก ก้าวล่วงบ่วงมารแล้ว
- นางทั้งสามเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าและขอบำเรอพระบาท ทรงมิได้ใส่พระทัยเพราะน้อมพระทัยไปในความสิ้นอุปธิกิเลสอย่างยอดเยี่ยม
- นางทั้งสามจำแลงเพศเป็นสตรีวัยต่าง ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า (นางกุมาริกา, หญิงไม่เคยคลอด, หญิงคลอดแล้วครั้งเดียว, สองครั้ง, หญิงกลางคน, หญิงผู้ใหญ่ — คนละร้อย ๆ) ทรงไม่ไหวติงทุกครั้ง
- นางตัณหาทูลถามด้วยคาถาว่า “ท่านเศร้าโศกหรือ” — ทรงตอบ: “เราชนะเสนาปิยรูปสาตรูปแล้ว เพ่งอยู่คนเดียว รู้ความสงบแห่งหทัยว่าเป็นความสุข”
- นางอรดีทูลถามถึงธรรมเครื่องอยู่ที่ทำให้ข้ามโอฆะ — ทรงตอบ: “บุคคลมีกายสงบ จิตหลุดพ้น ไม่มีปัจจัยปรุงแต่ง มีสติ เพ่งด้วยจตุตถฌานอันหาวิตกมิได้ ย่อมไม่กำเริบ”
- นางราคาทูลว่าพระศาสดานำหมู่ชนไปสู่นิพพาน — ทรงตอบ: “ตถาคตนำสัตว์ด้วยพระสัทธรรม เมื่อนำไปโดยธรรม ความริษยาจะมีแก่ผู้รู้ได้อย่างไร”
- มารธิดา 3 นางกลับไปหาบิดา มารพ้อด้วยคาถาว่า “พวกเจ้าพยายามทำลายพระโคดมเหมือนทุบภูเขาด้วยก้านบัว พระศาสดาขับไล่พวกเจ้าออกไปเหมือนลมพัดปุยนุ่น”
ความสำคัญ / โยง
- ตติยวรรคปิดมารสังยุตด้วยสูตรเข้มข้น: SN 4.23 (โคธิกสูตร) เป็นสูตรเดียวในพระไตรปิฎกบาลีที่บันทึกกรณีพระสาวกใช้ศัสตราแล้วปรินิพพาน แสดงอย่างชัดเจนว่าวิญญาณผู้ปรินิพพานหาที่ตั้งไม่เจอ
- SN 4.24 (สัตตวัสสสูตร) บันทึกว่ามารติดตามพระพุทธเจ้า 7 ปีไม่ได้ช่อง — ยืนยันว่าความยึดมั่นในมมะและอหังคือทางเดินของมาร เมื่อสิ้นแล้วมารหาทางไม่เจอ
- SN 4.25 (มารธีตุสูตร) เชื่อมโยงกับตัณหา ราคะ อรติ ในฐานะ “ธิดามาร” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกิเลสที่ทำให้ติดอยู่ในวัฏฏะ — ทรงไม่ไหวติงเพราะสิ้นอุปธิแล้ว
- เชื่อมโยง: มาร, นิพพาน, ตัณหา, อุปธิ, สติ, จตุตถฌาน, พระสมิทธิ
- สถานที่พิเศษ: SN 4.23 เกิดที่กาฬศิลา ข้างภูเขาอิสิคิลิ ราชคฤห์; SN 4.24–4.25 เกิดที่ต้นอชปาลนิโครธอุรุเวลา (สถานที่ตรัสรู้)