สฬายตนสังยุต — อาสีวิสวรรค (วรรคที่ 4, จตุตถปัณณาสก์)
วรรคที่ 4 (วรรคสุดท้าย) ของจตุตถปัณณาสก์ในสฬายตนสังยุต — 12 สูตร โดดเด่นด้วยอุปมาซับซ้อนและหลากหลาย เน้นอินทรียสังวรและกายคตาสติ
สูตร 1–4 (อุปมาหลักของวรรค)
- อาสีวิสสูตร (ข้อ ๓๐๙–๓๑๖) — อุปมาซับซ้อนที่สุดในวรรค:
- งูพิษ 4 (กัฏฐมุขะ/ปูติมุขะ/อัคคิมุขะ/สัตถมุขะ) = มหาภูต 4 (ดิน น้ำ ไฟ ลม)
- เพชฌฆาต 5 = อุปาทานขันธ์ 5
- เพชฌฆาต 6 (สอดแนม/เงื้อดาบ) = นันทิราคะ
- บ้านร้าง 6 หลัง = อายตนะภายใน 6
- โจรฆ่าชาวบ้าน = อายตนะภายนอก 6
- ห้วงน้ำ = โอฆะ 4; ฝั่งนี้ = สักกายะ; ฝั่งโน้น = นิพพาน
- แพ = อริยมรรค 8; วิริยารัมภะ = พยายามด้วยมือเท้า; พราหมณ์ = พระอรหันต์
- รถสูตร (ข้อ ๓๑๗–๓๑๙) — ธรรม 3 นำสุขและสิ้นอาสวะ: (1) คุ้มครองทวาร (อินทรียสังวร) (2) รู้ประมาณโภชนะ (3) ตื่นอยู่ (ชาคริยานุโยค); อุปมาสารถีฝึกม้า-ขับรถเรียบ
- กุมมสูตร (ข้อ ๓๒๐–๓๒๑) — เต่าหดอวัยวะ 5 ส่วน = ภิกษุหดจิตจากวิตก; สุนัขจิ้งจอก (มาร) หาช่องไม่ได้เมื่อภิกษุสำรวมอินทรีย์
- ปฐมทารุขันธสูตร (ข้อ ๓๒๒–๓๒๔) — ที่ฝั่งแม่น้ำคงคา: ท่อนไม้ลอยน้ำ อุปมาผู้จะบรรลุนิพพาน ต้องไม่ติดฝั่งนี้ (อายตนะภายใน) ไม่ติดฝั่งโน้น (อายตนะภายนอก) ไม่จมกลาง (นันทิราคะ) ไม่ติดบนบก (อัสมิมานะ) คนไม่จับ ผีไม่สิง ไม่เน่าใน; นายนันทโคบาลได้ฟังแล้วขอบวชและบรรลุอรหัตตผล
สูตร 5–8 (อุปมาต่อเนื่อง)
- ทุติยทารุขันธสูตร (ข้อ ๓๒๕) — ที่ฝั่งแม่น้ำคงคาใกล้เมืองกิมมิละ: อุปมาเดียวกันกับสูตร 4 แต่ตอบโดยพระกิมมิละ; “ความเน่าในภายใน” = ภิกษุต้องอาบัติเศร้าหมองแล้วไม่ออก
- อวัสสุตสูตร (ข้อ ๓๒๖–๓๓๑) — ที่สัณฐาคารใหม่ กบิลพัสดุ์: พระมหาโมคคัลลานะแสดงอวัสสุตปริยาย (ผู้มีใจ”ชุ่ม”ด้วยกาม) และอนวัสสุตปริยาย (ผู้มีใจ”ไม่ชุ่ม”); อุปมาเรือนหญ้า-คบไฟ vs กุฏาคารศาลาขยำดินทา (มารหาช่อง/ไม่ได้ช่อง)
- ทุกขธรรมสูตร (ข้อ ๓๓๒–๓๓๘) — รู้เหตุเกิด-ดับแห่งทุกขธรรมในขันธ์ 5 → เห็นกาม→ฉันทะ/ราคะไม่นอนเนื่อง; อุปมาหลุมถ่านเพลิง (กาม) ป่าหนาม (ปิยรูป-สาตรูป ในวินัยพระอริยะ); ผู้ปฏิบัติดีแล้ว จิตน้อมไปนิพพาน → ไม่สึกแม้ถูกยุให้สึก (อุปมาแม่น้ำคงคา)
- กิงสุกสูตร (ข้อ ๓๓๙–๓๔๒) — ภิกษุรูปหนึ่งถามหลายรูปว่า “ทัศนะบริสุทธิ์ด้วยอะไร” ได้คำตอบต่างกัน (ผัสสายตนะ 6 / อุปาทานขันธ์ 5 / มหาภูต 4 / สิ่งมีเกิดมีดับ); ทรงเปรียบต้นทองกวาว (กึสุก) ที่แต่ละคนเห็นต่างฤดูกาล แต่ล้วนถูก; อุปมาเมืองมีประตู 6 (อายตนะ) นายทวาร=สติ ราชทูต=สมถะ-วิปัสสนา เจ้าเมือง=วิญญาณ ทางแพร่ง=มหาภูต 4 นิพพาน=ถ้อยคำจริง มรรค 8=ทางกลับ
สูตร 9–12 (อุปมาหลัก)
- วีณาสูตร (ข้อ ๓๔๓–๓๔๕) — ห้ามจิตจากอายตนะด้วยมนสิการว่า “หนทางนั้นมีภัย”; อุปมาโค-ข้าวกล้า (จิตไม่สำรวม→ประมาท; ถูกตีจนจำ→ไม่กล้าลงอีก); อุปมาพิณ (เสียงน่าฟังแต่ไม่มีตัวตน; แยกพิณจนเป็นชิ้นเล็กก็หาเสียงไม่พบ = ขันธ์ 5 แยกออกก็ไม่มีตัวตน)
- ฉัปปาณสูตร (ข้อ ๓๔๖–๓๕๐) — ภิกษุทุศีล = คนมีตัวเป็นแผลเข้าป่าหนาม; อุปมาสัตว์ 6 ชนิดผูกเชือก (งู-จระเข้-นก-สุนัข-สุนัขจิ้งจอก-ลิง) ดึงไปคนละทิศ = จักษุ-หู-จมูก-ลิ้น-กาย-ใจดึงจิต; เมื่อผูกกับหลักแน่น (กายคตาสติ) → สัตว์ยืนพิงหลัก = จิตตั้งมั่นสงบใน
- ยวกลาปิสูตร (ข้อ ๓๕๑) — ฟ่อนข้าวเหนียว (สัตว์/บุคคล) วางกลางแยก 4 (อายตนะ 6) ถูกไม้คาน 6 อัน (อารมณ์อิฏฐ์-อนิฏฐ์-มัชฌัตตะ × 6) ฟาด แล้วยังไม้คานที่ 7 (กิเลสปรารถนาภพ) ฟาดซ้ำ → ปุถุชนถูกกระทบหนักกว่าเพราะยังปรารถนาภพ
- เทวาสุรสังคามสูตร (ข้อ ๓๕๒–๓๕๘) — สงครามเทวดา-อสูร: ท้าวสักกะชนะ → จองจำท้าวเวปจิตติด้วยเครื่องจองจำ “มีคอเป็นที่ 5”; ท้าวเวปจิตติพ้นเมื่อจิตคิดดี ติดเมื่อจิตคิดร้าย; อุปมาว่าเครื่องจองจำของมารละเอียดกว่านั้น = สำคัญ (มนฺญิตา) ด้วยตัณหา-ทิฏฐิ-มานะ; สูตรนี้ยังแสดง ความสำคัญ/หวั่นไหว/ดิ้นรน/เนิ่นช้า/ถือตัว เป็นโรค เป็นหัวฝี เป็นลูกศร (ข้อ ๓๕๔–๓๕๘)
ความสำคัญ: วรรคปิดท้ายสฬายตนสังยุตด้วยอุปมาที่รวบรัดครอบคลุม — ตั้งแต่โมเดลซับซ้อน (อาสีวิสสูตร) จนถึงหลักปฏิบัติตรง (อินทรียสังวร-กายคตาสติ-อปิจจิตา); เทวาสุรสังคามสูตรปิดด้วยการชี้ว่ามานะ-ตัณหา-ทิฏฐิเป็นเครื่องจองจำที่ละเอียดกว่าสิ่งใด
จบ อาสีวิสวรรคที่ 4 — จบ จตุตถปัณณาสก์ — จบ สฬายตนสังยุต — จบ สฬายตนวรรค (มมร ล.28)
จตุตถปัณณาสก์ประกอบด้วย 4 วรรค: นันทิขย·สัฏฐิเปยยาล·สมุทท·อาสีวิส