สฬายตนสังยุต — นันทิขยวรรค (วรรคที่ 1, จตุตถปัณณาสก์)

วรรคที่ 1 ของจตุตถปัณณาสก์ (ปัณณาสก์ที่ 4) ในสฬายตนสังยุต — 12 สูตร หัวข้อหลักคือการสิ้นนันทิ (nandikkhaya) คือความยินดีในอายตนะ นำสู่ความหลุดพ้น

  • นันทิขยสูตร 1–2 (ข้อ ๒๔๕–๒๔๖) — เห็นอายตนะภายใน 6 / อายตนะภายนอก 6 เป็นอนิจจเบื่อหน่าย (นิพพิทา)สิ้นนันทิ → ราคะสิ้น → จิตหลุดพ้น
  • นันทิขยสูตร 3–4 (ข้อ ๒๔๗–๒๔๘) — เหมือนสูตร 1–2 แต่เน้น “ใส่ใจโดยอุบายแยบคาย (โยนิโสมนสิการ)” เป็นเงื่อนไขให้เห็นอนิจจแล้วสิ้นนันทิ
  • ชีวกัมพวนสูตร 1 (ข้อ ๒๔๙) — ที่ชีวกัมพวัน ราชคฤห์ — ผู้เจริญสมาธิ เห็นอายตนะทั้งปวงตามจริงว่าไม่เที่ยง
  • ชีวกัมพวนสูตร 2 (ข้อ ๒๕๐) — เหมือนสูตรก่อน แต่เงื่อนไขคือ หลีกเร้น (ปฏิสัลลานะ) แทนสมาธิ
  • มหาโกฏฐิกสูตร 1–3 (ข้อ ๒๕๑–๒๕๓) — พระมหาโกฏฐิกะขอธรรมโดยย่อจากพระสารีบุตร:
    • สูตร 1: ละฉันทะ ในอายตนะที่รู้ว่า อนิจจ
    • สูตร 2: ละฉันทะในอายตนะที่รู้ว่า ทุกข์
    • สูตร 3: ละฉันทะในอายตนะที่รู้ว่า อนัตตา
  • มิจฉาทิฏฐิสูตร (ข้อ ๒๕๔) — เห็นอายตนะเป็นอนิจจ → ละมิจฉาทิฏฐิ ได้
  • สักกายทิฏฐิสูตร (ข้อ ๒๕๕) — เห็นอายตนะเป็นทุกข์ → ละสักกายทิฏฐิ ได้
  • อัตตานุทิฏฐิสูตร (ข้อ ๒๕๖) — เห็นอายตนะเป็นอนัตตา → ละอัตตานุทิฏฐิ ได้

ความสำคัญ: วรรคนี้เชื่อมไตรลักษณ์ กับกระบวนการหลุดพ้น ผ่านสูตรที่ 1-4 (นันทิขย = หัวใจวรรค) และแสดงว่าการเห็นอายตนะตามไตรลักษณ์แต่ละด้านละทิฏฐิต่างกัน (อนิจจ→มิจฉาทิฏฐิ, ทุกข์→สักกายทิฏฐิ, อนัตตา→อัตตานุทิฏฐิ) — เปิดจตุตถปัณณาสก์ (วรรค: นันทิขย·สัฏฐิเปยยาล·สมุทท·อาสีวิส)