อังคุตตรนิกาย — ทุกนิบาต ทุติย-ตติยปัณณาสก์

ทุติยปัณณาสก์ (ข้อ ๒๙๗–๓๔๘) และ ตติยปัณณาสก์ (ข้อ ๓๔๙–๔๒๔) รวม 10 วรรค ครอบคลุมธรรมหมวด 2 ที่หลากหลาย ส่วนใหญ่ตรัสที่สาวัตถี

ทุติยปัณณาสก์ (ข้อ ๒๙๗–๓๔๘)

วรรคสาระ
1 ปุคคลวรรค (ข้อ ๒๙๗–๓๐๘)บุคคล 2 เมื่อเกิดขึ้นเป็นประโยชน์สุขแก่โลก = [[buddha (พระพุทธเจ้า)
2 สุขวรรค (ข้อ ๓๐๙–๓๒๑)สุข 2 คู่ๆ 13 สูตร
3 สนิมิตตวรรค (ข้อ ๓๒๒–)ธรรมอกุศลมีนิมิต/นิทาน/เหตุจึงเกิด; ธรรม 2 ฝ่ายดำ-ฝ่ายขาว
4 ธรรมวรรค (ข้อ ถัดไป)ธรรม 2 เพื่อความตั้งมั่นแห่งสัทธรรม ฯลฯ
5 พาลวรรค (ข้อ ถัดไป–๓๔๘)พาล-บัณฑิต 2 จำพวก (อกตัญญู/กตัญญู · แบกภาระที่ไม่ควร/ควร)

สุขวรรค — สุข 2 คู่ๆ (ข้อ ๓๐๙–๓๒๑)

สูตร (ข้อ)สุข 2 คู่ฝ่ายเลิศ
๓๐๙สุขคฤหัสถ์ vs สุขบรรพชาบรรพชา
๓๑๐กามสุข vs เนกขัมมสุขเนกขัมมะ
๓๑๑สุขมีอุปธิ (โลกิยะ) vs ไม่มีอุปธิ (โลกุตระ)ไม่มีอุปธิ
๓๑๒สุขมีอาสวะ vs ไม่มีอาสวะไม่มีอาสวะ
๓๑๓สุขอิงอามิส vs ไม่อิงอามิสไม่อิงอามิส
๓๑๔สุขปุถุชน vs สุขพระอริยเจ้าพระอริยเจ้า
๓๑๕กายิกสุข vs เจตสิกสุขเจตสิกสุข
๓๑๖สุขฌานมีปีติ vs ไม่มีปีติไม่มีปีติ (ตติย-จตุตถฌาน)
๓๑๗สุขเกิดความยินดี vs ความวางเฉยอุเบกขา
๓๑๘สุขที่ถึงสมาธิ vs ไม่ถึงสมาธิถึงสมาธิ
๓๑๙–๓๒๑สุขฌานมีปีติ/ไม่มีปีติ เป็นอารมณ์; มีรูป/ไม่มีรูปเป็นอารมณ์ประณีตกว่าเสมอ

แนวเด่น: ทุกคู่ฝ่ายที่ประณีตกว่า (เนกขัมมะ, นิรามิส, โลกุตระ, อุเบกขา) ล้วนเลิศกว่า — ย้ำทิศทางการปฏิบัติจากกามสู่นิพพาน

ตติยปัณณาสก์ (ข้อ ๓๔๙–๔๒๔)

วรรคสาระ
1 อาสาวรรค (ข้อ ๓๔๙–๓๖๐)อาสา/ความหวัง 2 · สิ่งที่ตรัสรู้ยาก 2 · ธรรม 2 อย่างที่ทำให้สัทธรรมตั้งอยู่/เสื่อม
2 อายาจนวรรค (ข้อ ๓๖๑–)การบวงสรวง 2 · สิ่งที่ควรเจริญ 2 (สติ-สัมปชัญญะ · [[hiri-ottappa (หิริโอตตัปปะ)
3 ทานวรรค (ข้อ ๓๘๖–๓๙๔)ทาน 2 (อามิส-ธรรมทาน) และชุดทั้งหมด
4 สันถาวรรค (ข้อ ๓๙๖–)สันถาร/ปฏิสันถาร 2 (อามิส-ธรรม)
5 สมาปัตติวรรค (ข้อ ๔๐๘–๔๒๔)สมาปัตติกุสลตา-วุฏฐานกุสลตา · ความตรง-อ่อนโยน · ขันติ-โสรัจจะ · สติ-สัมปชัญญะ · สมถะ-วิปัสสนา ฯลฯ

ทานวรรค (ข้อ ๓๘๖–๓๙๔) — ธรรมทานเลิศกว่าอามิสทานทุกรูปแบบ

  • ทาน 2 (ข้อ ๓๘๖): อามิสทาน vs ธรรมทาน — ธรรมทานเลิศ; อรรถกถาขยาย: ธรรมทาน = “กล่าวปฏิปทาเครื่องบรรลุอมตะให้”
  • การบูชา-การสละ-การบริจาค-การบริโภค-การสมโภค-การจำแนก-การสงเคราะห์-การอนุเคราะห์-ความเอื้อเฟื้อ (ข้อ ๓๘๗–๓๙๕): ล้วนมีคู่ อามิส vs ธรรม — ฝ่ายธรรมเลิศทุกคู่

เนื้อเด่นอื่นๆ

  • บุคคล 2 เกิดขึ้นเพื่อประโยชน์สุขแก่โลก (ข้อ ๒๙๗): พระตถาคต + พระเจ้าจักรพรรดิ; อรรถกถา: ความเกิดพระเจ้าจักรพรรดิ = สมบัติ 2 (มนุษย์+สวรรค์), ความเกิดพระพุทธเจ้า = สมบัติ 3 (รวมนิพพาน)
  • สมถะ-วิปัสสนา ปรากฏซ้ำในอายาจนวรรค ธรรมวรรค และสมาปัตติวรรค — เน้นว่าสองอย่างนี้ต้องอบรมร่วมกัน
  • หิริ-โอตตัปปะ ปรากฏในอายาจนวรรคอีกครั้งในฐานะธรรมที่ควรเจริญ
  • สติ-สัมปชัญญะ (ข้อ ๔๒๓–๔๒๔): สติมีใจไม่ลอยเป็นลักษณะ; สัมปชัญญะมีรู้สึกตัวเป็นลักษณะ

ความสำคัญ: สุขวรรคเป็นชุดสูตรสั้นที่จัดระดับสุขจากหยาบสู่ประณีตอย่างเป็นระบบ — ใช้อ้างอิงเรื่องลำดับความสุขในพุทธปรัชญา; ทานวรรคยืนยันซ้ำๆ ว่า ธรรมทานเลิศกว่าอามิสทานในทุกรูปแบบ โยงกับ ทาน และ ธรรมทาน

โยงกับ: สมถะ-วิปัสสนา · หิริโอตตัปปะ · ทาน · นิพพาน · ทุกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ · ทุกนิบาต เปยยาลรวม