สมณพราหมณวรรค + อันตรเปยยาล (นิทานสังยุต)
วรรคที่ 8–9 อันเป็นส่วนปิดท้ายนิทานสังยุต (SN 12) — เป็นสูตรย่อแบบ เปยยาล (ขยายความตามแม่แบบเดียวซ้ำทุกองค์ปฏิจจสมุปบาท) ตรัสที่เชตวัน สาวัตถี
สมณพราหมณวรรคที่ 8 (SN 12.71–12.81, ข้อ ๓๐๕–๓๐๘)
- เกณฑ์ตัดสินสมณพราหมณ์แท้: ผู้ใด ไม่รู้ องค์ปฏิจจสมุปบาท — ไม่รู้ตัวธรรม / เหตุเกิด / ความดับ / ปฏิปทาให้ถึงความดับ (= ครบกิจในอริยสัจ 4) — ผู้นั้น ไม่นับเป็นสมณะ/พราหมณ์แท้ และทำให้แจ้งประโยชน์ของความเป็นสมณะด้วยปัญญาเองไม่ได้
- ผู้ใด รู้ ตามนั้น = เป็นสมณะ/พราหมณ์แท้ ทำให้แจ้งได้ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง
- 11 สูตร = ไล่ทีละองค์: ชรามรณะ (สูตร 1) → ชาติ → ภพ → อุปาทาน → ตัณหา → เวทนา → ผัสสะ → สฬายตนะ → นามรูป → วิญญาณ → สังขาร (สูตร 11) — สูตร 2–11 ย่อด้วย ฯลฯ
อันตรเปยยาลที่ 9 (SN 12.82–12.93, ข้อ ๓๐๙–๓๑๐)
- แม่แบบ: ผู้ ไม่รู้ไม่เห็นองค์ปฏิจจสมุปบาทตามจริง พึงกระทำกิจ 12 อย่างเพื่อให้รู้ตามจริง — ขยายครบทุกองค์ (ชรามรณะ…สังขาร) × กิจในอริยสัจ 4 รวมเป็นสูตรเปยยาลจำนวนมาก (อรรถกถานับ ~132 สูตร)
- 12 หัวข้อกิจที่พึงทำ:
- แสวงหาครู (สัตถุ) · 2. ศึกษา (สิกขา/นขสิกขา) · 3. โยคะ (ประกอบความเพียร) · 4. ฉันทะ · 5. ความอุตสาหะ (อุสโสฬหิ) · 6. ความไม่ย่อท้อ (อัปปฏิวานิย) · 7. ความเพียรแผดเผากิเลส (อาตัปป) · 8. ความเพียร/ความกล้า (วีริย) · 9. ความเพียรติดต่อ (สาตัจจ) · 10. สติ · 11. สัมปชัญญะ · 12. ความไม่ประมาท
- ความสำคัญ: สรุปว่า “การรู้ปฏิจจสมุปบาทตามจริง” ต้องอาศัยทั้ง กัลยาณมิตร (ครู) และ ความเพียร–สติ–ความไม่ประมาท เป็นองค์ประกอบ — จบนิทานสังยุต (SN 12)