พรหมนิมันตนิกสูตร (มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ สูตรที่ ๔๙ — หักทิฏฐิพกพรหม)

พระพุทธเจ้าทรงเล่า (ที่เชตวัน) ถึงครั้งประทับที่สุภควัน อุกกัฏฐา — ทรงทราบว่า พกพรหม เกิดสัสสตทิฏฐิ ว่า “พรหมสถานนี้เที่ยง ยั่งยืน ไม่จุติ ไม่มีทางออกจากทุกข์อื่นที่ยิ่งกว่านี้” จึงเสด็จไปพรหมโลกเพื่อหักทิฏฐินั้น

ทรงหักทิฏฐิพกพรหม

  • ทรงชี้ว่าพกพรหม “ตกอยู่ในอวิชชา” — กล่าวสิ่งไม่เที่ยงว่าเที่ยง สิ่งมีจุติว่าไม่จุติ
  • มารเข้าสิงพรหมปาริสัชชะ ห้ามพระพุทธเจ้าอย่าคัดค้านพกพรหม (อ้างว่าพรหมเป็นผู้สร้าง-ผู้ใหญ่) → ทรงตอบว่า “เรารู้จักท่าน ท่านคือมาร” และพระองค์ไม่ได้อยู่ในอำนาจมาร

ทรงแสดงความรู้เหนือพรหม

  • อำนาจพกพรหมแผ่แค่ พันจักรวาล แต่พระพุทธเจ้ารู้กายพรหมที่สูงกว่าซึ่งพกพรหมไม่รู้ (อาภัสสระ/สุภกิณหะ/เวหัปผละ/อภิภู)
  • ทรงรู้ยิ่งดิน-น้ำ-ไฟ-ลม-สัตว์-เทวดา-พรหม-สิ่งทั้งปวง โดยความเป็นสิ่งนั้น แต่ไม่ยึดถือ → รู้นิพพานที่พ้นจาก “สิ่งทั้งปวง” (วิญญาณอนิทัสสนะ อนันตะ) ที่พรหม/มารเข้าไม่ถึง

ประลองฤทธิ์ “ซ่อนตัว”

  • พกพรหมท้าหายตัว → หายจากพระพุทธเจ้าไม่ได้
  • พระพุทธเจ้าหายจากพรหม → สำเร็จ (พรหม-มารได้ยินเสียงแต่ไม่เห็นตัว) ทรงกล่าวคาถา “เห็นภัยในภพ จึงไม่ชมภพ ไม่ยึดนันทิ”

ปิดท้าย — มารห้ามอีกครั้ง

มารเข้าสิงพรหมปาริสัชชะ ห้ามไม่ให้ทรงแสดงธรรมแก่สาวก → ทรงปฏิเสธ ทรงยืนยันว่าตถาคตสิ้นอาสวะแล้ว จะแสดงหรือไม่แสดงธรรมก็เป็นเช่นนั้น (ไม่ติดในผล)

ความสำคัญ

  • หัก สัสสตทิฏฐิ (เห็นว่าเที่ยง) แม้ในระดับพรหม — สอดคล้องกับทิฏฐิ 62
  • แสดงความรู้ของพระพุทธเจ้าเหนือพรหมและมาร และความหมายของนิพพานที่พ้น “สิ่งทั้งปวง”
  • คู่กับมูลปริยายสูตร (เรื่องไม่ยึด “สิ่งทั้งปวง” โดยความเป็นสิ่งนั้น) — ที่อุกกัฏฐาเหมือนกัน

ที่อ้างอิง

มมร เล่ม 19 (มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ จูฬยมกวรรค) ข้อ ๕๕๑–๕๕๖ | ม.มู. ๑๒

แหล่งสรุป: แหล่ง-พรหมนิมันตนิกสูตร