สฬายตนสังยุต — สัพพวรรค (วรรคที่ 3)
วรรคที่ 3 ของสฬายตนสังยุต — ว่าด้วย “สัพพะ” (สิ่งทั้งปวง) วรรคสำคัญที่นิยาม “สิ่งทั้งปวง” และมีอาทิตตปริยายสูตร (ไฟเทศนา) 10 สูตร
- สัพพสูตร (ข้อ ๒๔) — “สิ่งทั้งปวง” คืออายตนะ 12: จักษุ+รูป · หู+เสียง · จมูก+กลิ่น · ลิ้น+รส · กาย+โผฏฐัพพะ · ใจ+ธรรมารมณ์. ผู้ใดอ้างว่ามี “สัพพะ” อื่นนอกจากนี้ = พูดลอยๆ ถามแล้วตอบไม่ได้ เพราะมิใช่วิสัย
- ปหานสูตร 1–2 — ทรงแสดงธรรมเพื่อ ละสิ่งทั้งปวง (ละจักษุ-รูป-จักขุวิญญาณ-จักขุสัมผัส-เวทนาจากผัสสะ … ทุกทวาร) ด้วยรู้ยิ่ง (อภิญญา) กำหนดรู้ (ปริญญา)
- ปริชานสูตร 1–2 — ผู้ไม่กำหนดรู้ สัพพะ ไม่คลายกำหนัด → ไม่ควรเพื่อสิ้นทุกข์; ผู้กำหนดรู้ → ควรเพื่อสิ้นทุกข์
- อาทิตตปริยายสูตร (ไฟเทศนา) — “สิ่งทั้งปวงเป็นของร้อน”: จักษุ รูป วิญญาณ ผัสสะ เวทนา ร้อนเพราะไฟราคะ-โทสะ-โมหะ ชาติ ชรา มรณะ → อริยสาวกเห็นแล้วเบื่อหน่าย หลุดพ้น
- อันธภูตสูตร — “สิ่งทั้งปวงเป็นของมืดมน” (อันธภูตะ) นัยเดียวกับอาทิตตปริยาย
- สารุปปสูตร (ข้อ ๓๓) — ข้อปฏิบัติอันสมควร (สารูปะ) แก่การเพิกถอนความสำคัญสัพพะด้วยตัณหา-มานะ-ทิฏฐิ
- สัปปายสูตร 1–2 (ข้อ ๓๔–๓๕) — ปฏิปทาเป็นสัปปายะแก่นิพพาน: เห็นอายตนะ-ผัสสะ-เวทนาทั้งปวงว่า ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ “นั่นไม่ใช่ของเรา ไม่เป็นเรา ไม่ใช่ตัวตนของเรา”
ความสำคัญ: วรรคนี้ตีกรอบขอบเขตของการรู้ทั้งหมดไว้ที่อายตนะ 12 (ไม่มีอะไรนอกเหนือผัสสะ) แล้วชี้ว่าทั้งหมดนั้น “ร้อน/มืด” ควรละ — โยงสฬายตนะเข้ากับนิพพาน