นิสสัคคิยปาจิตตีย์ (Nissaggiya Pācittiya) คืออาบัติที่ภิกษุต้องสละสิ่งของ (nissagga นิสสัคคีย์) ก่อน จึงปลงอาบัติปาจิตตีย์ได้ เกี่ยวกับการสะสมหรือใช้จีวร บาตร เงินทอง และของต้องห้ามเกินกำหนด ปรากฏในmahavibhanga (มหาวิภังค์) หมวดนิสสัคคิยกัณฑ์ สวดในพระpatimokkha (ปาฏิโมกข์) ทุกกึ่งเดือน บัญญัติโดยพระพุทธเจ้า

จีวรวรรค (วรรคที่ ๑) — ว่าด้วยจีวรและกฐิน (บรรทัด 16713–20542)

๑. ปฐมกฐินสิกขาบท — ภิกษุทรงอดิเรกจีวร (จีวรเกิน 1 สำรับ) เกิน 10 วัน เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์; ต้นบัญญัติ: chabbaggi (พระฉัพพัคคีย์) ครองจีวรหลายสำรับ (เข้าบ้าน/อยู่อาราม/สรงน้ำ คนละสำรับ) ที่vesali (เวสาลี)

๒. ทุติยกฐินสิกขาบท — ภิกษุอยู่ปราศจากไตรจีวรแม้สิ้นราตรีเดียว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์; ต้นบัญญัติ: ภิกษุหลายรูปฝากสังฆาฏิไว้แล้วจาริกด้วยจีวรเพียง 2 ผืน

๓. ตติยกฐินสิกขาบท — ภิกษุรับอกาลจีวร (จีวรนอกฤดูกาล) แล้วเก็บไว้เกินหนึ่งเดือน แม้ความหวังว่าจะได้จีวรเพิ่มมีอยู่ เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์; ต้นบัญญัติ: ภิกษุทั้งหลายรับอกาลจีวรแล้วเก็บไว้ห้อยสายระเดียงนานเกินเดือน

๔. ปูราณจีวรโธวาปนสิกขาบท — ภิกษุยังภิกษุณีผู้มิใช่ญาติให้ซัก ย้อม หรือทุบ ซึ่งจีวรเก่า เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์; ต้นบัญญัติ: udayi (พระอุทายี) ใช้bhikkhuni (ภิกษุณี)ทำความสะอาดจีวร

๕. จีวรปฏิคคหณสิกขาบท — ภิกษุรับจีวรจากมือภิกษุณีผู้มิใช่ญาติ (เว้นแต่ของแลกเปลี่ยน) เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์; ต้นบัญญัติ: ภิกษุณีอุปปลวัณณา (ถวายจีวรแก่ภิกษุ)

๖. จีวรวิญญัตติสิกขาบท — ภิกษุขอจีวรต่อพ่อเจ้าเรือน/แม่เจ้าเรือนผู้มิใช่ญาติ เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์; ต้นบัญญัติ: upananda-sakyaputta (พระอุปนันทศากยบุตร) ขอจีวรจากคหบดีที่ไม่ใช่ญาติ (อนุบัญญัติ: ถ้าจีวรถูกชิงไป อนุญาตให้ขอได้ตามกำหนด)

๗. ปวาริตสิกขาบท — เมื่อพ่อเจ้าเรือน/แม่เจ้าเรือนผู้มิใช่ญาติปวารณาให้เลือกจีวรได้ตามใจ ภิกษุยินดีจีวรเกินกว่าคู่อุตราสงค์-อันตรวาสก เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์; ต้นบัญญัติ: chabbaggi (พระฉัพพัคคีย์) ขอจีวรหลายผืนจากคฤหัสถ์ที่ปวารณา

๘. อุทเทสปาริสุทธิสิกขาบท — เมื่อมีทรัพย์สำหรับจ่ายจีวรเฉพาะภิกษุ ภิกษุเข้าไปกำหนดในจีวรโดยที่เขาไม่ได้ปวารณาไว้ก่อน (ใคร่ในจีวรดี) เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์; ต้นบัญญัติ: upananda-sakyaputta (พระอุปนันทศากยบุตร)

๙. ทุกปวารณสิกขาบท — มีทรัพย์สำหรับจ่ายจีวรเฉพาะจากสองคหบดี ภิกษุเข้าไปขอให้รวมจ่ายเป็นจีวรผืนเดียวกัน (ใคร่ในจีวรดี) เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์; ต้นบัญญัติ: upananda-sakyaputta (พระอุปนันทศากยบุตร)

๑๐. ราชสิกขาบท — มีทูตนำทรัพย์สำหรับจ่ายจีวรมาจากพระราชา/คหบดี ภิกษุทวงเตือนไวยาวัจกรเกินกว่า 3 ครั้ง/6 ครั้ง แล้วยังพยายามยิ่งกว่านั้น เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์; ต้นบัญญัติ: upananda-sakyaputta (พระอุปนันทศากยบุตร)

โกสิยวรรค (วรรคที่ ๒) — ว่าด้วยไหมและเงินทอง (บรรทัด 21029–23585)

๑๑. โกสิยสิกขาบท — ภิกษุให้ทำสันถัต (ผ้ารองนั่งชนิดหล่อ ไม่ใช่ทอ) เจือด้วยไหม เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์; ต้นบัญญัติ: ภิกษุหลายรูปที่savatthi (สาวัตถี)

๑๒. กาฬกสิกขาบท — ภิกษุให้ทำสันถัตด้วยขนเจียมดำล้วน เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์; ต้นบัญญัติ: chabbaggi (พระฉัพพัคคีย์)

๑๓. สันถตสิกขาบท — ภิกษุจะให้ทำสันถัตใหม่ ต้องถือเอาขนเจียมดำล้วน 2 ส่วน ขนเจียมขาว 1 ส่วน ขนเจียมแดง 1 ส่วน ถ้าไม่ถือเอาตามอัตราส่วนนี้ เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์; ต้นบัญญัติ: chabbaggi (พระฉัพพัคคีย์)

๑๔. นิสีทนสันถตสิกขาบท — ภิกษุให้ทำสันถัตใหม่แล้ว พึงทรงไว้ให้ได้ 6 ฝน ถ้ายังหย่อนกว่า 6 ฝนแล้วทำใหม่อีก (แม้สละเก่าแล้วก็ตาม เว้นแต่ได้สมมติ) เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์; ต้นบัญญัติ: ภิกษุหลายรูป

๑๕. สันถตจัมมขัณฑสิกขาบท — ภิกษุผู้ให้ทำสันถัตสำหรับนั่งใหม่ ต้องถือเอาคืบสุคตโดยรอบจากสันถัตเก่าเพื่อทำให้เสียสี ถ้าไม่ถือเอาแล้วทำใหม่ เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์; ต้นบัญญัติ: upasena-vangantaputta (พระอุปเสนวังคันตบุตร)

๑๖. เอฬกโลมสิกขาบท — ขนเจียมเกิดแก่ภิกษุผู้เดินทาง ถ้ารับแล้วนำไปด้วยมือตนเกิน 3 โยชน์ เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์; ต้นบัญญัติ: ภิกษุรูปหนึ่ง

๑๗. โธวาปนสิกขาบท — ภิกษุยังภิกษุณีผู้มิใช่ญาติให้ซัก ย้อม หรือสางขนเจียม เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์; ต้นบัญญัติ: chabbaggi (พระฉัพพัคคีย์)

๑๘. รูปิยคหณสิกขาบท — ภิกษุรับก็ดี ให้รับก็ดี หรือยินดีทอง เงิน ที่เขาเก็บไว้ให้ เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์; ต้นบัญญัติ: upananda-sakyaputta (พระอุปนันทศากยบุตร)

๑๙. รูปิยสังโวหารสิกขาบท — ภิกษุถึงความซื้อขายด้วยรูปิยะมีประการต่าง ๆ เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์; ต้นบัญญัติ: chabbaggi (พระฉัพพัคคีย์)

๒๐. กยวิกยสิกขาบท — ภิกษุถึงการแลกเปลี่ยนมีประการต่าง ๆ เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์; ต้นบัญญัติ: upananda-sakyaputta (พระอุปนันทศากยบุตร)

ปัตตวรรค (วรรคที่ ๓) — ว่าด้วยบาตร เภสัช และจีวรอื่น ๆ (บรรทัด 23589–27075)

๒๑. ปัตตสิกขาบท — ภิกษุทรงอติเรกบาตร (บาตรเกิน 1 ใบ) เกิน 10 วัน เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์; ต้นบัญญัติ: chabbaggi (พระฉัพพัคคีย์) ทรงบาตรหลายใบ

๒๒. อูนปัญจพันธนสิกขาบท — ภิกษุมีบาตรมีแผลหย่อน 5 ให้จ่ายบาตรใหม่อื่น เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ (ต้องสละบาตรในภิกษุบริษัท รับบาตรที่เลวที่สุดมาใช้แทน); ต้นบัญญัติ: ภิกษุหลายรูปเปลี่ยนบาตรใหม่บ่อยโดยไม่จำเป็น

๒๓. เภสัชชสิกขาบท — ภิกษุผู้อาพาธรับเภสัช 5 (เนยใส เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย) แล้วเก็บไว้เกิน 7 วัน เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์; ต้นบัญญัติ: pilindavaccha (พระปิลินทวัจฉเถระ)

๒๔. วัสสิกสาฏิกสิกขาบท — ภิกษุรู้ว่าฤดูร้อนยังเหลือเกิน 1 เดือนแสวงหาผ้าอาบน้ำฝน หรือรู้ว่าเหลือเกินกึ่งเดือนทำนุ่งผ้าอาบน้ำฝน เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์; ต้นบัญญัติ: chabbaggi (พระฉัพพัคคีย์)

๒๕. จีวรอัจฉินทนสิกขาบท — ภิกษุให้จีวรแก่ภิกษุแล้ว โกรธน้อยใจชิงเอาคืน หรือใช้ให้ผู้อื่นชิง เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์; ต้นบัญญัติ: upananda-sakyaputta (พระอุปนันทศากยบุตร) ชิงจีวรคืนจากภิกษุสามเณร

๒๖. สุตตวิญญัตติสิกขาบท — ภิกษุขอด้ายมาเอง แล้วยังช่างหูกให้ทอจีวร เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์; ต้นบัญญัติ: chabbaggi (พระฉัพพัคคีย์)

๒๗. มหาเปสการสิกขาบท — พ่อเจ้าเรือน/แม่เจ้าเรือนผู้มิใช่ญาติสั่งช่างหูกทอจีวรเฉพาะภิกษุ ถ้าภิกษุไปกำหนดในจีวรแล้วให้รางวัลช่างหูก (แม้แค่บิณฑบาต) เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์; ต้นบัญญัติ: upananda-sakyaputta (พระอุปนันทศากยบุตร)

๒๘. อัจเจกจีวรสิกขาบท — อัจเจกจีวร (จีวรด่วนที่ผู้ถวายจะไปทัพหรือเจ็บไข้) เกิดขึ้น ภิกษุรับแล้วเก็บไว้เกินสมัยจีวรกาล (เกินวันเพ็ญเดือนกัตติกา) เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์; ต้นบัญญัติ: ภิกษุทั้งหลายรับอัจเจกจีวรแล้วเก็บเลยกาล (อนุบัญญัติ: รับก่อนปวารณา 10 วันได้)

๒๙. สาสังกสิกขาบท — ภิกษุจำพรรษาแล้วจะอยู่ในเสนาสนะป่าที่เป็นที่มีรังเกียจมีภัย ตลอดถึงวันเพ็ญเดือน 12 พึงเก็บจีวรผืนใดผืนหนึ่งไว้ในละแวกบ้านได้ แต่ถ้าอยู่ปราศจากจีวรนั้นเกิน 6 คืน (เว้นแต่ได้สมมติ) เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์; ต้นบัญญัติ: ภิกษุหลายรูปออกพรรษาอยู่ป่าถูกพวกโจรเดือนกัตติกาคุกคาม

๓๐. ปริณตสิกขาบท — ภิกษุรู้อยู่ น้อมลาภที่เขาน้อมไว้เป็นของถวายสงฆ์มาเพื่อตน เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์; ต้นบัญญัติ: chabbaggi (พระฉัพพัคคีย์) เบียดบังลาภสงฆ์มาเป็นของส่วนตัว

ความสำคัญ

  • นิสสัคคิยปาจิตตีย์ต่างจากปาจิตตีย์ธรรมดา ตรงที่ต้อง สละสิ่งของที่ต้องอาบัติก่อน จึงปลงอาบัติได้ สิ่งของที่สละอาจได้คืน (สงฆ์หรือบุคคลมอบให้ได้) ต่างจากปาราชิกที่ขาดจากสภาพภิกษุทันที หรือสังฆาทิเสสที่ต้องอยู่กรรม
  • สิกขาบทเกือบทั้งหมดมีต้นบัญญัติจากการสะสมหรือการหาผลประโยชน์ส่วนตัว สะท้อนแนวทาง ความมักน้อยสันโดษ เป็นแก่นพรหมจรรย์
  • ในพระภิกษุณีวิภังค์มีนิสสัคคิยปาจิตตีย์ 30 เช่นกัน แต่เนื้อหาบางส่วนต่างกัน