ปาราชิก (Pārājika) คืออาบัติหนักที่สุดในพระวินัย ภิกษุต้องอาบัติข้อใดข้อหนึ่งแล้ว ขาดจากความเป็นภิกษุทันที “หาสังวาสมิได้” (อยู่ร่วมกับสงฆ์ไม่ได้อีก) บวชใหม่ในชาตินี้ไม่ได้ — เปรียบดังตาลยอดด้วน. อยู่ในหมวดแรกของมหาวิภังค์ (พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติแก่ภิกษุสงฆ์, พระอุบาลีเป็นผู้ทรงจำพระวินัย).

4 สิกขาบท (เนื้อพุทธบัญญัติ)

  • ปาราชิก ๑ — เมถุนธรรม: “ภิกษุใดเสพเมถุนธรรม โดยที่สุดแม้ในสัตว์ดิรัจฉานตัวเมีย เป็นปาราชิก หาสังวาสมิได้” — ต้นบัญญัติคือ พระสุทินน์ กลันทบุตร เมืองเวสาลี (ไพศาลี) เสพเมถุนกับอดีตภรรยา (ปุราณทุติยิกา) เพื่อสืบสกุลตามคำมารดา. ปรับเพิ่มภายหลังเพราะภิกษุเสพในลิงตัวเมีย และพวกวัชชีบุตร.
  • ปาราชิก ๒ — อทินนาทาน: “ภิกษุใดถือเอาทรัพย์อันเจ้าของไม่ได้ให้ ด้วยส่วนแห่งความเป็นขโมย…เป็นปาราชิก” (เกณฑ์โบราณ = ทรัพย์ราคา ๕ มาสกขึ้นไป อันเป็นเหตุให้ราชาลงโทษโจร) — ต้นบัญญัติคือ พระธนิยะ กุมภการบุตร เอาไม้หลวงของพระเจ้าพิมพิสารไปสร้างกุฏิโดยอ้างเลศ.
  • ปาราชิก ๓ — มนุสสวิคคหะ (ฆ่ามนุษย์): “ภิกษุใดจงใจพรากกายมนุษย์จากชีวิต หรือแสวงหาศัสตราอันจะปลิดชีวิตให้…เป็นปาราชิก” — ต้นบัญญัติเกิดจากภิกษุเจริญอสุภกรรมฐานแล้วเบื่อหน่ายกาย ฆ่าตัว/ฆ่ากันเอง และจ้างมิคลัณฑิกสมณกุตตก์ให้ฆ่า. รวมการพรรณนาคุณความตาย (มรณวรรณนา) ให้ผู้อื่นตายด้วย.
  • ปาราชิก ๔ — อุตตริมนุสสธรรม (อวดคุณวิเศษที่ไม่มีจริง): “ภิกษุใดไม่รู้เฉพาะ (ไม่บรรลุจริง) กล่าวอวดอุตริมนุสธรรม…เป็นปาราชิก” (ฌาน วิโมกข์ สมาธิ มรรค ผล) — ต้นบัญญัติคือภิกษุชาว ฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทา ช่วงทุพภิกขภัย อวดอ้างคุณวิเศษแก่ชาวบ้านเพื่อให้ได้อาหารบิณฑบาตเลี้ยงกัน. ข้อยกเว้น: สำคัญผิดว่าตนบรรลุ (อธิมานะ) ไม่ต้องอาบัติ.

โครงสร้าง & ความสำคัญ